สมาคมฟินเทค เผยในช่วง 5 ปีคนไทยใช้ Digital payment เพิ่มขึ้น 5 เท่า หรือเพิ่มขึ้นจาก 63 ครั้ง เป็น 312 ครั้งต่อปี ขณะที่ธุรกรรมถอนเงินสดลดลงเฉลี่ยปีละ 10.4% สะท้อนแนวโน้มการเติบโตด้านระบบชำระเงินออนไลน์ ชี้แบงก์ชาติอยู่ระหว่างทดสอบใช้บาทดิจิทัล (CBDC) ในวงจำกัดก่อนใช้งานจริง
วันที่ 22 กรกฎาคม 2566 นายชลเดช เขมะรัตนา นายกสมาคมฟินเทคประเทศไทย กล่าวว่า ระบบการชำระเงินของประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีระบบ Promptpay และระบบ QR code ที่ดี ซึ่งข้อมูลพบว่าจำนวนผู้ลงทะเบียน Promptpay จำนวน 69 ล้านเลขหมาย มีปริมาณการใช้ต่อวัน 36 ล้านรายการ และมีมูลค่าเฉลี่ยต่อวัน 113 พันล้านบาท

และยังมีจุดชำระเงินด้วย QR code มากถึง 7 ล้านจุดทั่วประเทศไทย นอกจากนี้ประเทศไทยได้ขยายบริการชำระเงินระหว่างประเทศด้วย QR code ใน 6 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย อินโดนีเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อช่วงปี 2565 ที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ยังเห็นได้ว่าพฤติกรรมการทำธุรกรรม Digital payment ทั้งหมดของคนไทยมีมากถึง 78% และมีการใช้ Digital payment เพิ่มมากขึ้นถึง 5 เท่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หรือมีปริมาณการใช้ Digital payment เพิ่มขึ้นจาก 63 ครั้งต่อคนต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 312 ครั้งต่อคนต่อปี โดยในปี 2564 มีธุรกรรมจำนวน 20,700 ล้านรายการซึ่งมีมูลค่าถึง 480 ล้านล้านบาท
สะท้อนได้จากในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน ที่มูลค่าธุรกรรมการถอนเงินสดลดลงเฉลี่ยปีละ 10.4% และมีปริมาณธุรกรรมการใช้เช็คลดลงเฉลี่ยปีละ 11.7% ขณะที่ปัจจุบันมีปริมาณการใช้เช็คอยู่เพียงแค่ 0.2% และมีมูลค่า 49.2% ของธุรกรรมรายย่อยทั้งหมด 77% หรือมีมูลค่าน้อยกว่า 100,000 บาท
ทั้งนี้จากพฤติกรรมด้านการเงินผ่านทาง Digital payment ที่เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการศึกษาพัฒนาที่จะออก Central Bank Digital Currency (CBDC) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงของการศึกษาเพิ่มเติมและทดสอบระบบในวงจำกัด
ในอนาคตคาดว่าหลังจากที่ประเทศไทยมีการพัฒนาและเติบโตด้าน Digital payment เพิ่มขึ้นอาจจะมีการส่งเสริมสร้าง Hub Digital เกิดขึ้นซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อประเทศไทยที่จะดึงบริษัทต่าง ๆ เข้ามาลงทุนเพิ่มได้ รวมถึงทำให้ประเทศไทยยกระดับ Digital payment และธุรกรรมฟินเทคต่าง ๆ เพิ่มขึ้นไปอีกขั้น