คู่ค้าเชื่อมั่นรัฐบาลเศรษฐา 1
เศรษฐา ทวีสิน
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
ท่ามกลางการแสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศไทย ในมุมมองของหุ้นส่วนเศรษฐกิจสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCCB) ยังแฝงไปด้วยความเห็นที่เสนอแนะให้กับรัฐบาลชุดใหม่ในการที่จะส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างกัน
โดยหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (JFCCT) ได้ออกแถลงการณ์ต้อนรับประเทศไทยได้นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับรัฐบาลชุดนี้
พร้อมกับแสดงความเห็นที่ว่า ความมั่นคงและรัฐบาลที่สอดคล้องกันจะเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับความเชื่อมั่นจาก FDI ของนักลงทุนต่างชาติ และแสดงความสนใจในเรื่องของความสามารถในการแข่งขัน การสร้างดิจิทัลจะช่วยอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจรวมไปถึงการสนับสนุนให้รัฐบาลไทยเจรจาการค้าเสรี FTA ให้เสร็จสิ้น
ส่วนสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่แถลงการณ์ของนายแอนโทนี เจ. บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ อ้างถึงแถลงการณ์ว่าด้วยความเป็นพันธมิตรหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐในปีที่แล้ว และจะขับเคลื่อนภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างร่วมกัน
ด้านนายโจเซพ บอร์เรลล์ ผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของ EU ได้ระบุว่า พร้อมที่จะทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลไทย โดยชี้ให้เห็นถึงข้อตกลงว่าด้วยความเป็นหุ้นส่วนและความร่วมมือรอบด้านระหว่าง EU-ไทย ที่จะเริ่มต้นเจรจาด้วย
ขณะที่หอการค้าญี่ปุ่น-กรุงเทพฯ (JCCB) ได้เผยแพร่ผลการสำรวจแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 จากสมาชิกจำนวน 512 บริษัทพบว่า เรื่องที่บริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นต้องการการส่งเสริมจากรัฐบาลไทยมากที่สุด
ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง รองลงมาได้แก่ การบังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับมลพิษทางอากาศ กฎระเบียบ และการบังคับใช้กฎระเบียบเกี่ยวกับภาษีศุลกากรและพิธีการศุลกากร
ส่วนเรื่องที่บริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นเห็นว่ารัฐบาลไทยมีการปรับปรุงพัฒนาดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมาแล้ว ได้แก่ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมขนส่ง การพัฒนาโครงสร้างการสื่อสาร การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการดำเนินงานและการบังคับใช้กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสีเขียว พร้อมกับอยากให้รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลต่อไป
โดยแถลงการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนานาชาติที่มีต่อรัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่จะเข้ามาบริหารประเทศและพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้า-การลงทุนระหว่างกันต่อไป