มติ ครม. และข้อสั่งการ-คำสั่งพิเศษ ของ “เศรษฐา ทวีสิน” ย่ำรอยสโลแกนของเพื่อไทย คิดใหม่-ทำใหม่ ประเดิมล้างมรดก คสช.- โละ “บอร์ดระดับชาติ” ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 178 ชุด มีที่มา-ที่ไป
การทำงานของ 17 รัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย “เศรษฐา” เปลี่ยนจาก ต้นทุนสูงเป็นใช้คำว่า เดิมพันหมดหน้าตัก สะท้อนเป้าหมาย-ความคาดหวังเป็นอย่างสูง ใน “ฝีมือการบริหาร”
“ช่วงที่เราเลือกนายกฯ หรือแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ท่านว่าที่รองนายกฯภูมิธรรมพูดอยู่หลายหนว่า เรามาด้วยต้นทุนที่สูง ผมอยากจะขอเปลี่ยนนิดหนึ่ง จริง ๆ แล้วไม่ใช่ต้นทุนที่สูงนะครับ พรรคเพื่อไทยเราเทหมดหน้าตัก”
“เศรษฐา” ทุ่มสุดตัวด้วยการควบ “รมว.คลัง” เพื่อผลัก “วาระเศรษฐกิจ” จากก่อนหน้าในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ตั้งใจนั่งเก้านายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ “อีกตำแหน่งหนึ่ง”
นอกจากนี้ “เศรษฐา” ยังสวมหมวก “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” กุมบังเหียนกระทรวงเศรษฐกิจ ทั้งกระทรวงการคลังที่รับผิดชอบโดยตรง และกระทรวง-หน่วยงานของรองนายกรัฐมนตรี “ขึ้นตรง”
ทั้ง “ปานปรีย์ พหิทธานุกร” รองนายกรัฐมนตรี-สร.4 ดูแลกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
คู่ขนานไปกับการ “ยึดอำนาจแฝง” ที่เคยเป็นเครื่องไม้-เครื่องมือ ของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ในยุค 3 ป.ยังเรืองอำนาจ อย่างสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ
การแก้ปัญหาที่ดินทำกิน เป็นนโยบายระยะกลางและระยะยาวของรัฐบาลเศรษฐา โดยการบริหารจัดการภาคการเกษตรทุกด้าน ตั้งแต่ดิน น้ำ โดยเฉพาะการกระจายการถือครองที่ดิน “กรรมสิทธิ์ที่ดิน” ของเกษตรกร และให้ประชาชนมีสิทธิในที่ดิน
โดยเฉพาะ “กระทรวงเกรดเอ” อย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มี “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” เจ้ากระทรวง มาเป็น “โควตาพรรคเพื่อไทย”
เป็นการควบ-กลืน สส.บ้านใหญ่-อดีตขุนพลเพื่อไทยให้มากลับรังอย่างไม่เป็นทางการ ก่อนที่จะ “เทกโอเวอร์” กลุ่ม-ก๊วนบ้านใหญ่ ให้กลับบ้านเก่า อาทิ กลุ่มกำแพงเพชร กลุ่มเพชรบูรณ์ บ้านใหญ่เทียนทอง ให้มาสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า
ขณะเดียวกัน “เศรษฐา” ยังคุมงานด้านความมั่นคง ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)
โดยเฉพาะกระทรวงกลาโหม ที่ “เศรษฐา” ลงมา “คุมงาน” ด้วยตัวเอง เปรียบเสมือนเป็น รมว.กลาโหมเงา ประสานกับทหาร-ประชาชนและขุนศึก
งานความมั่นคงในมิติของ “เศรษฐา” ไม่ใช่ภารกิจป้องกันประเทศ แต่เป็นการลดช่องว่างระหว่างทหารกับประชาชน เช่น สมัครใจเกณฑ์ทหาร นำพื้นที่ทหารมาให้เกษตรกรใช้ประโยชน์ทางด้านการเกษตร ทหารมาช่วยเหลือประชาชนเมื่อประสบภัยพิบัติ ภัยแล้ง-น้ำท่วม
ขณะเดียวกัน “เศรษฐา” ยังดูแลทุกข์-สุขของประชาชน สั่งการปราบมาเฟีย-อิทธิพลเถื่อน และประกาศทำสงครามกับยาเสพติด
“ท่านนายกฯบอกว่า ถือเป็น KPI ของผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจจังหวัด และ กอ.รมน.จังหวัด 3 บิ๊ก ถ้าเอาเรื่องนี้ไม่อยู่ 3 ท่านนี้ต้องรับผิดชอบ ถ้าอยากรักษาตำแหน่งเอาไว้ต้องตอบสนองนโยบายนี้ ต้องให้ราบคาบ ต้องให้รวดเร็ว”
“วันหลังมีโอกาสผมจะเล่าให้ฟัง แคเร็กเตอร์ของนายกฯเศรษฐา นายกฯคนใหม่ของประเทศไทยเป็นอย่างไร ท่านต่อต้านเรื่องนี้มาก” ชัย วัชรงค์ โฆษกรัฐบาลแง้มบุคลิกของเศรษฐาที่มีต่อการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ปืนเถื่อน ค้าของเถื่อน
“เศรษฐา” คอนโทรล ความมั่นคง-เศรษฐกิจทั้งระบบ กระชับอำนาจ สะสมแต้มการเมือง