เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

เอกชนมั่นใจรัฐบาล “เศรษฐา” ดันเศรษฐกิจไทยโตข้ามปี จีดีพีทะลุ 5%

01 ต.ค. 2566 | 14:55น.
ส่งออกไทย

ก่อนหน้านี้คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) จะปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2566 จาก 3.0-3.5% เหลือ 2.5-3.0% ผลจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ส่งผลต่อการส่งออกของไทย แต่ทว่าการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของรัฐบาลเศรษฐา 1 ทั้งการประกาศความชัดเจนของมาตรการลดค่าครองชีพ ทั้งการลดค่าไฟฟ้างวดที่ 3 (ก.ย.-ธ.ค.) 2566 เหลือ 3.99 บาท และการลดค่าน้ำมันดีเซลให้ต่ำกว่า 30 บาท

ตลอดจนการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ด้วยนโยบายการให้ free visa นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ดึงดูดการลงทุนด้วยการนำภาครัฐบาล-เอกชนเยือนสหรัฐ พบกับภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ของโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เทคโนโลยีดิจิทัล และสถาบันการเงินและกองทุนระดับโลก เป็นผลดีที่จะสะท้อนต่อเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 4 ทันที

ปลุกรายได้ 3 เครื่องยนต์เศรษฐกิจ

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าฯ มองว่านโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลจะช่วยเพิ่มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) 0.6-0.8% และทำให้ภาพรวมจีดีพีทั้งปี 2566 โต 3% ตามที่ตั้งไว้ ส่วนแนวโน้มอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปี 2567 จะใกล้เคียงกับที่ตั้งเป้าไว้ 5%

สนั่น อังอุบลกุล
สนั่น อังอุบลกุล

โดยนโยบายเศรษฐกิจระยะเร่งด่วนที่ส่งผลดีต่อภาพรวม ทั้งการให้ free visa นักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน จะช่วยกระตุ้นให้จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีนี้ขยับขึ้นไปแตะ 28-30 ล้านคน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนน่าจะถึง 5 ล้านคนได้ ผ่านสัญญาณการจองเที่ยวบินและห้องพักที่เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว

ส่วนระยะยาว รัฐบาลควรเน้นสร้างความมั่นใจเรื่องความปลอดภัย การส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง เพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้จ่ายและอยู่ในประเทศไทยนานขึ้น

ขณะที่รายได้ภาคการส่งออกที่ชะลอตัวหลายเดือน เริ่มมีสัญญาณพลิกกลับมาเป็นบวก 2.6% ในเดือนสิงหาคม 2566 ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งหลังจากนี้ในไตรมาส 4 สถานการณ์น่าจะกลับมาเป็นบวกได้ต่อเนื่อง ทำให้การส่งออกปีนี้อาจไม่ติดลบ หรือติดลบน้อยที่สุด

ขณะที่ภาคการลงทุนจะเริ่มเกิดความชัดเจนหลังจากรัฐบาลเดินทางเยือนสหรัฐ สะท้อนภาพว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการดึงดูดการลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) ระหว่างไทย-EU และอีกหลายฉบับไปพร้อมกับการจัด road show ขยายตลาดใหม่ในประเทศเป้าหมาย เช่น จีน ซาอุดีอาระเบียและตะวันออกกลาง อินเดีย และประเทศแถบแอฟริกา

เพื่อดึงดูดการลงทุนเข้ามายังเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ในสาขาที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน ทั้งกลุ่ม EV พลังงานสะอาด AI เกษตรสมัยใหม่ สุขภาพ และ FinTech ให้มากที่สุด เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของไทยในเวทีโลก

ลุยต่อเงินดิจิทัล

“แม้จะเป็นเรื่องท้าทาย แต่หากได้รับการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท หากสำเร็จจะช่วยเพิ่มจีดีพี 2-3% ภายใต้การส่งออกที่เติบโตที่มากกว่าปีนี้ ซึ่งหากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกไม่มีปัจจัยแทรกซ้อน โดยเฉพาะปัญหาความขัดแย้งด้าน geopolitics ก็มีความเป็นไปได้ที่ ปี 2567 จะเห็นตัวเลข 5% ในรอบหลายปี ซึ่งทุกฝ่ายคงต้องช่วยกันให้บรรลุเป้าหมาย” นายสนั่นกล่าว

ส่วนการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 2.50% นั้นเอกชนยังไม่กังวลเท่าไรนัก เพราะไทยถือว่ามีอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่ำ หากเทียบกับประเทศในอาเซียน ซึ่งการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้

เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยของไทยกับต่างประเทศไม่ห่างกันมากนัก และเป็นการรักษาเสถียรภาพค่าเงิน เพราะที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่ามากขึ้น

ดูดนักท่องเที่ยวจีนคุณภาพดี

อย่างไรก็ตาม ความท้าทายว่าการดึงนักท่องเที่ยวจะถึงเป้าหมาย 5 ล้านคนของปีนี้หรือไม่ เพราะจากภาวะเศรษฐกิจจีนที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่มาไทยใน 7 เดือนแรกปีนี้ เพียง 1.8 ล้านคน ห่างจากเป้าหมาย 3.2 ล้านคน และเหลือเวลาอีก 4 เดือนสุดท้าย

“นายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล” ประธานกรรมการหอการค้าไทย-จีน ระบุว่า ผลสำรวจจากคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ คณะกรรมการบริหาร และสมาชิกหอการค้าไทย-จีน และประธาน ผู้บริหาร และกรรมการสมาพันธ์หอการค้าไทย-จีน และกลุ่มนักธุรกิจรุ่นใหม่หอการค้าไทย-จีน 265 คน

ระหว่างวันที่ 15-25 สิงหาคม 2566 ถึงทิศทางเศรษฐกิจในไตรมาส 4 ของปี 2566 พบว่า 63% มีความเชื่อว่ารายได้ที่ได้จากนักท่องเที่ยวจีนจะไม่ลดลงและอาจจะเพิ่มขึ้น และมีข้อสังเกตว่านักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมายังประเทศไทยในปีนี้จะเป็นนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และมีค่าใช้จ่ายต่อคนค่อนข้างสูง

ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล
ณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล

ทุนจีนมองเศรษฐกิจไทย

ขณะเดียวกัน ผลสำรวจนักธุรกิจจีนเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทย พบว่าส่วนใหญ่ 69.4% มองภาพรวมจีดีพีแนวโน้มฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่อง จากที่คาดว่าแนวโน้มนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะเพิ่มขึ้น การอุปโภคบริโภคภาคเอกชนปรับตัวดีขึ้น และการส่งออกจะปรับตัวดีขึ้นในปลายปี

โดยเฉพาะสินค้าส่งออกสำคัญอย่างสินค้าเกษตรพื้นฐานเกษตรแปรรูป เครื่องดื่ม และสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน และผลิตภัณฑ์ยานยนต์และชิ้นส่วน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการได้รับประโยชน์จากการใช้ข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ในภูมิภาค (RCEP) ที่มีเอกชน สัดส่วนถึง 70% ได้มีโอกาสใช้ประโยชน์แล้ว

ทั้งนี้ นักธุรกิจจีนส่วนใหญ่คาดการณ์ในไตรมาส 4 เปรียบเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2566 มีนักธุรกิจ 40.4% ที่ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจการค้าและการลงทุนโดยรวมของจีนจะยังทรงตัว ส่วนอีก 30.6% คิดว่าเศรษฐกิจจีนจะปรับตัวดีขึ้น

ส่องภาพการค้า-การลงทุนจีน

ในด้านการค้าระหว่างไทย-จีนนั้น ในช่วง 8 เดือนแรกปีนี้ (มกราคม-สิงหาคม 2566) มีมูลค่าการค้ารวม 84,425 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 6.7% โดยจีนส่งออกมาไทย 50,078 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 2.3% และจีนนำเข้าจากไทย 34,346 ล้านเหรียญสหรัฐ หดตัว 12.5% สอดคล้องกับภาพรวมการค้าระหว่างประเทศของจีน ในเดือนสิงหาคม มีมูลค่ารวมลดลง 8.2% การส่งออกลดลง 8.8% และการนำเข้าลดลง 7.3%

ซึ่งผลสำรวจ 41.5% คิดว่าการส่งออกไทยไปจีนยังคงทรงตัว และมีโอกาสจะฟื้นก่อนสิ้นปี ส่วนการนำเข้าจะเพิ่มขึ้นราว 45-46.8% เช่นเดียวกัน

และที่สำคัญเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มตัวอย่าง 45.7% คาดว่าการลงทุนจากจีนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยคาดว่านโยบายจีนจะรุกตลาดพันธมิตรมากขึ้น เพื่อแก้ไขภาวะการส่งออกที่ชะลอตัว และมีการกระจายฐานการผลิตไปยังประเทศอื่นๆ

พร้อมกันนี้ นักธุรกิจจีนยังให้ความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4 ว่าจะดีขึ้นกว่าไตรมาส 3 ปี 2566 ถึง 41.5% ของผู้ตอบการสำรวจ

นักวิชาการมั่นใจจีดีพี 3%

ด้าน นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2566 เติบโต 3.0% ลดลงจากเดิม 3.6% เป็นผลมาจาก GDP ไตรมาส 2/66 ชะลอตัวกว่าที่คาดไว้

ภาพรวมการส่งออกไทยยังหดตัว 2% จากเดิมคาดโต 1.2% อัตราเงินเฟ้อ 1.8% จากเดิมคาด 3.0% และหนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับ 89.5% ของจีดีพี โดยยังมีปัญหาความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณปี 2567 สถานการณ์ภัยแล้ง และกำลังซื้อประชาชนลดลง

“นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลทั้งการลดค่าไฟ ราคาน้ำมัน และพักชำระหนี้ มียอดหนี้รวม 2.83 แสนล้านบาท ทั้ง 3 มาตรการนี้จะช่วยประหยัดรายจ่ายโดยรวม 49,000 ล้านบาท ซึ่งเม็ดเงินในส่วนนี้จะกลับมาเป็นกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ และมีผลต่อจีดีพี 72,000 ล้านบาท และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้าย 0.43%”

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยบวกสำคัญจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด จากมาตรการวีซ่าฟรีนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถานชั่วคราว 5 เดือนจะทำให้ภาพรวมการท่องเที่ยวมีจำนวนมากขึ้นโดยเฉพาะ ในไตรมาส 4 การบริโภคเอกชนสูงขึ้น

ทั้งนี้ หากรัฐบาลมีมาตรการเร่งด่วนในช่วงใกล้ปีใหม่เพิ่มเติมจะสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจ และโดยเฉพาะนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาท จะเริ่มส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในไตรมาส 1 ปีหน้า ทำให้ประเมินว่าจีดีพีปี 2567 จะเติบโต 4.5-5.0% สิ่งสำคัญต้องรักษาโมเมนตั้มการดึงดูดการท่องเที่ยวให้ถึง 35 ล้านคน ตลอดจนการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน และการลดภาระค่าครองชีพด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การส่งออกไทย เศรษฐา