เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
Politics จับตา! ครม.เคาะแผนแก้น้ำท่วมภาคกลาง 1.65 แสนล้าน-งบเยียวยาน้ำท่วมกทม.-ปริมณฑล
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (29 ก.ย. 69) ปรับลง 1.21% อยู่ที่ 83,493 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
News ราคาน้ำมันวันนี้ (29 ก.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
Tech Fastwork แพลตฟอร์จ้างงานฟรีแลนซ์ ปิดตัวสิ้นปีนี้
สแกนเศรษฐกิจฐานราก ‘วัดเกาะ-เพิ่มสิน’ น้ำท่วมสูง ภาคการค้ายังเปิดหน้าสู้ ตรึงราคาสินค้าประคองชุมชน
News สแกนเศรษฐกิจฐานราก ‘วัดเกาะ-เพิ่มสิน’ น้ำท่วมสูง ภาคการค้ายังเปิดหน้าสู้ ตรึงราคาสินค้าประคองชุมชน
KPMG ตั้ง ‘อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล’ นั่ง CEO ไทย-เมียนมา-ลาว มีผล 1 ต.ค. 69
Biz Movement KPMG ตั้ง ‘อภิสิทธิ์ ปิ่นมณีกุล’ นั่ง CEO ไทย-เมียนมา-ลาว มีผล 1 ต.ค. 69
เตือนผู้ได้สิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เร่งผูกพร้อมเพย์ ก่อน 30 ก.ย. 69
Economic เตือนผู้ได้สิทธิเงินช่วยค่าน้ำมัน “DLT พร้อมซัปพอร์ต” เร่งผูกพร้อมเพย์ ก่อน 30 ก.ย. 69
น้ำท่วมสูง รถร่วม บขส. หยุดวิ่ง 13 เส้นทาง รถไฟปรับแผนเดินรถสายกาญจนบุรี
News น้ำท่วมสูง รถร่วม บขส. หยุดวิ่ง 13 เส้นทาง รถไฟปรับแผนเดินรถสายกาญจนบุรี
เสน่ห์ของ ‘อินโดนีเซีย’ ในสายตาซีอีโอ Duolingo คืออะไร ทำไมถึงเป็นตลาดที่สำคัญ ?
Tech เสน่ห์ของ ‘อินโดนีเซีย’ ในสายตาซีอีโอ Duolingo คืออะไร ทำไมถึงเป็นตลาดที่สำคัญ ?
PF นัดผู้ถือหุ้นกู้ 15 รุ่น 1 ต.ค. โหวตผ่อนผัน D/E-ไม่ให้เป็นเหตุผิดนัด
Finance PF นัดผู้ถือหุ้นกู้ 15 รุ่น 1 ต.ค. โหวตผ่อนผัน D/E-ไม่ให้เป็นเหตุผิดนัด
ดูทั้งหมด

จับตา “สี จิ้นผิง” พบ “ไบเดน” 1 ปีที่สหรัฐรอคอย กับหลายสิ่งที่สองชาติคาดหวัง

12 พ.ย. 2566 | 20:09น.
สี จิ้นผิง ไบเดน

หลังจากพยายามเชื้อเชิญกันอยู่เป็นเวลาเกือบ 1 ปีเต็ม ตั้งแต่ประชุม “จี 20” ที่อินโดนีเซีย และประชุม “เอเปค” ที่ประเทศไทยเมื่อเดือนพฤศจิกายนปี 2022 ในที่สุด เมื่อเข้าใกล้การประชุม “เอเปค 2023” ซึ่งจะเกิดขึ้นระหว่างวันที่ 15-17 พฤศจิกายนนี้ ณ นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำเนียบขาวก็ประกาศว่า สหรัฐได้บรรลุข้อตกลงในหลักการกับจีนแล้ว ในเรื่องการประชุมของผู้นำสหรัฐกับผู้นำจีนนอกรอบการประชุมเอเปค

ตามข่าวระบุว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีนมีกำหนดพบปะนอกรอบกับประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ ในวันที่ 15 พฤศจิกายน

หากไม่มีอะไรผิดพลาด นี่จะเป็นการพบเจอกันครั้งแรกในรอบปีของสองผู้นำชาติมหาอำนาจที่เป็น “คู่แข่ง” แห่งยุค ซึ่งเป็นอีเวนต์ที่ทั่วโลกพุ่งความสนใจ และความโดดเด่นของการประชุมนี้คงจะบดบังสิ่งอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นในงาน

กว่าจะมาถึงวันที่ทางการสหรัฐประกาศว่ามีการบรรลุข้อตกลงนั้น สหรัฐพยายามอย่างหนักในการเชื้อเชิญผู้นำจีน มีการส่งนักการทูตระดับสูงและรัฐมนตรีหลายกระทรวงไปเยือนจีน นับตั้งแต่ต้นปี 2023 ไม่ว่าจะเป็น รัฐมนตรีต่างประเทศ รัฐมนตรีคลัง และรัฐมนตรีพาณิชย์ แต่ได้รับการต้อนรับจากจีนอย่าง “เย็นชา”

ฝั่งจีนตั้งเงื่อนไขว่าการพบปะของผู้นำจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อสหรัฐแสดงออกถึงความจริงใจและความให้เกียรติต่อจีนอย่างมากพอ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานในการที่จะรักษาความสัมพันธ์ทวิภาคี

จีนระบุลงรายละเอียดด้วยว่า สหรัฐต้องคำนึงถึง “ผลประโยชน์หลัก” (core interests) 4 ประการของจีน ซึ่งจีนเรียกว่าเป็น “เส้นสีแดง” ประกอบด้วย (1) เรื่องไต้หวัน (2) เรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน (3) เรื่องเส้นทางสู่การพัฒนาของจีน และระบบการเมืองและเศรษฐกิจ (4) เรื่องสิทธิในการพัฒนาของจีน

“ความเป็นไปได้” ที่ผู้นำจีนจะประชุมกับผู้นำสหรัฐปรากฏให้เห็นเพิ่มขึ้น เมื่อ “หวัง อี้” ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการต่างประเทศส่วนกลางของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน เดินทางเยือนสหรัฐเมื่อเดือนตุลาคม ซึ่งระหว่างการเยือนสหรัฐ หวัง อี้ ได้พบปะหารือกับโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศ และเจก ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทำเนียบขาว

การประชุมของสองผู้นำที่สหรัฐรอคอยมาเป็นปี แต่ละฝ่ายจะผลักดันเรื่องอะไรบ้าง

จากที่มีข้อมูลตามรายงานข่าวออกมา ณ เวลานี้ และจากการย้อนทบทวนประเด็นการหารือของจีนกับสหรัฐมาตั้งแต่ต้นปี พอจะสรุปได้ดังต่อไปนี้

สหรัฐหวังจะได้รับความร่วมมือจากจีนด้วยการประกาศความมุ่งมั่นใหม่ในการยับยั้งการส่งยาเฟนทานิลเข้าสู่สหรัฐ และสหรัฐคาดหวังจะฟื้นฟูการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกองทัพของสองประเทศ ซึ่งตัดขาดไปจากเหตุที่ “แนนซี เพโลซี” ประธานสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐในขณะนั้นเดินทางเยือนไต้หวันเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2022

ฝั่งจีนคาดหวังคำมั่นสัญญาจากประธานาธิบดีไบเดนของสหรัฐว่า ฝ่ายบริหารของเขาจะไม่แทรกแซงเรื่องเกาะไต้หวัน ซึ่งรัฐบาลจีนอ้างสิทธิในการครอบครองภายใต้หลักการ “จีนเดียว”

ที่ผ่านมา ระหว่างประกาศนโยบายและมาตรการกีดกันทางการค้าต่าง ๆ ที่แสดงถึงความไม่ลงรอยกัน แต่รัฐบาลสหรัฐและรัฐบาลจีนก็ยืนยันบ่อยครั้งว่า ต้องการจัดการความสัมพันธ์ทวิภาคีอย่าง “รับผิดชอบ” เพื่อประโยชน์ของทั้งสองประเทศและทั้งโลก และเพื่อรับประกันว่า “การแข่งขัน” ของจีนกับสหรัฐจะไม่นำไปสู่ “ความขัดแย้ง” คาดว่าเมสเสจทางการทูตเหล่านี้ก็ยังจะปรากฏออกมาให้เห็น

เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์จีนกับสหรัฐบรรลุข้อตกลง “แลกเปลี่ยนข้อมูล” เกี่ยวกับคำสั่งควบคุมการส่งออกของสหรัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่จีนกังวล และจะร่วมตั้งคณะทำงานชุดใหม่ซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่รัฐและตัวแทนเอกชนของทั้งสองประเทศขึ้นมาหารือกันในด้านการค้าและการลงทุน คาดว่าทางการจีนจะผลักดันการหารือเรื่องนี้ต่อด้วย

ทั้งสองประเทศเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่า พวกเขาต้องการหารือถึงความเป็นไปได้สำหรับความร่วมมือเกี่ยวกับความท้าทายระดับโลก อย่างเช่น ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นในการประชุมนี้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้น สหรัฐกับจีนมีจุดยืนที่ต่างกันในเรื่องสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน และสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส น่าจับตามองเช่นกันว่าผู้นำทั้งสองชาติจะมีการพูดคุยถึง “จุดยืน” ของอีกฝ่ายในเรื่องนี้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนต่อการรักษาความสัมพันธ์หรือไม่