เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ทอท.อัดออนท็อปส่วนลดค่า “Landing-Parking” ดึงแอร์ไลน์เพิ่มเที่ยวบิน

14 พ.ย. 2566 | 16:41น.
เครื่องบิน สายการบิน

เครื่องบิน สายการบิน

ทอท.กระตุ้นสายการบินเพิ่มความถี่เที่ยวบินระหว่างประเทศสู่ 6 สนามบินหลัก ประกาศให้ส่วนลดค่า Landing-Parking Fee 175 บาทต่อผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น 1 คน สูงสุดไม่เกินร้อยละ 75 ของอัตราค่าบริการขึ้นลงของอากาศยานตามขนาดเครื่องบิน หลังออกมาตรการกระตุ้นสายการบินเปิดเส้นทางบินใหม่ไปก่อนหน้า มั่นใจช่วยเติมจำนวนผู้โดยสารเข้าประเทศตามนโยบายวีซ่าฟรีของรัฐบาล

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (สายงานพัฒนาธุรกิจและการตลาด) บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับตั้งแต่ปี 2562 ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมการบิน ทั้งในด้านจำนวนผู้โดยสารและปริมาณเที่ยวบินที่ลดลง

ล่าสุด ทอท.ได้จัดทำโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินหรือ Performance-Based Incentive Scheme ณ ท่าอากาศยานของ ทอท. ทั้ง 6 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, ดอนเมือง, ภูเก็ต, หาดใหญ่ (สงขลา), เชียงใหม่ และท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง (เชียงราย) เพิ่มเติม

ศิโรตม์ ดวงรัตน์
ศิโรตม์ ดวงรัตน์

โดยสนับสนุนสายการบินที่ทำการบินในเที่ยวบินแบบประจำระหว่างประเทศ (International Scheduled Flight) รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ (Extra Flight) และเที่ยวบินแบบไม่ประจำหรือเช่าเหมาลำระหว่างประเทศ (Charter Flight) ณ ท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่ง โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.ให้ส่วนลดกับสายการบินที่สามารถเพิ่มเที่ยวบินนอกเหนือจากจำนวนเที่ยวบินของสายการบินตนเองตามตารางการบินที่ได้รับการอนุมัติ ณ วันที่ 8 กันยายน 2566 และ 2.สายการบินจะได้รับส่วนลดค่าบริการในการขึ้นลง (Landing Fee) ของอากาศยาน จำนวน 175 บาทต่อผู้โดยสาร 1 คน โดยส่วนลดค่าบริการในการขึ้นลงของอากาศยานจะต้องไม่เกินร้อยละ 75 ของค่าบริการขึ้นลงของอากาศยานของเที่ยวบิน ที่กำหนดอัตราไว้ตามขนาดของเครื่องบิน

ทั้งนี้ มาตรการดังกล่าวมีระยะเวลาของโครงการรวม 5 เดือน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566-31 มีนาคม 2567 หรือตลอดฤดูการบินนี้ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบิน ส่งเสริม สนับสนุน และกระตุ้นการดำเนินงานของสายการบินในการเพิ่มปริมาณเที่ยวบินและผู้โดยสารระหว่างประเทศ

“แนวทางดังกล่าวนี้สอดรับกับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วนของรัฐบาล ด้วยมาตรการวีซ่าฟรีสำหรับนักท่องเที่ยว 4 ประเทศ คือ จีน คาซัคสถาน อินเดีย และไต้หวัน”

นายศิโรตม์กล่าวด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้มีการจัดทำโครงการกระตุ้นตลาดด้านการบินให้กับสายการบินที่เปิดเส้นทางการบินใหม่ (New Routes to Airlines) ณ ท่าอากาศยานของ ทอท.ทั้ง 6 แห่ง เพื่อเป็นปัจจัยกระตุ้นให้สายการบินตัดสินใจเปิดให้บริการเส้นทางการบินใหม่ รวมถึงเป็นการกระตุ้นการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินให้เร็วขึ้นไปแล้วครั้งหนึ่ง มีเงื่อนไขดังนี้

1.ให้ส่วนลดกับสายการบินที่ทำการบินในเส้นทางการบินใหม่ เมื่อเปรียบเทียบกับเส้นทางการบินของสายการบินตนเอง ที่ทำการบินระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2562

และ 2.สายการบินจะต้องเริ่มทำการบินหลังวันเริ่มตารางการบินฤดูหนาว 2023 โดยต้องเป็นเที่ยวบินแบบประจำระหว่างประเทศและภายในประเทศ รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ สำหรับเที่ยวบินขนส่งผู้โดยสาร (Passenger Flight)

มีระยะเวลาของโครงการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2568 โดยปีแรกให้ส่วนลด 95% ในปีแรก และส่วนลด 75% สำหรับปีถัดไป

“ท่าอากาศยานในสังกัด ทอท.ทุกแห่ง มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยว โดยได้ประสานข้อมูลกับหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งด้านบุคลากรและสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์ต่าง ๆ ทั้งในส่วน Landside และ Airside เพื่อรองรับผู้โดยสารที่จะเดินทางผ่านเข้า-ออกท่าอากาศยาน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็วที่สุด” นายศิโรตม์กล่าวและว่า

มาตรการดังกล่าวจะเกิดประโยชน์แก่ทุกภาคส่วน ทั้งผู้ใช้บริการ ภาคประชาชน และภาคอุตสาหกรรมการบิน ตลอดจนภาคการท่องเที่ยวที่จะมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการกระตุ้นระบบเศรษฐกิจของไทยแล้ว ยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของ ทอท. เพื่อมุ่งสู่การเป็นสนามบินชั้นนำระดับโลกอย่างยั่งยืนด้วย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

สายการบิน