Skip to content

ครบรอบ 30 ปี โครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ สร้างผู้นำสู่สังคม

17 พ.ย. 2566 | 14:55น.
ครบรอบ 30 ปี โครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต ธรรมศาสตร์ สร้างผู้นำสู่สังคม

โครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ ธรรมศาสตร์ จัดงานสถาปนาครบรอบ 30 ปี ประกาศความสำเร็จในฐานะผู้วางฐานความสามารถทางวิชาการที่เข้มแข็งในระดับสากล ผลิตบัณฑิตสู่การเป็น “ผู้นำ” ให้สังคมไทยทุกแขนง

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2566 โครงการเศรษฐศาสตรบัณฑิต หลักสูตรนานาชาติ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) หรือ “โครงการ BE” จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 30 ปี “BE Beyond เราสร้างมากกว่านักเศรษฐศาสตร์” ขึ้นเมื่อวันที่ 11 พ.ย. 66 ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จที่เกิดขึ้นตลอด 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

สำหรับโครงการ BE มีจุดเริ่มต้นเมื่อ 30 ปีที่แล้ว ภายใต้ความมุ่งมั่นในการผลิตบุคลากรที่มีฐานความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ที่เข้มแข็ง มีศักยภาพในการทำงานที่หลากหลาย และมีความใส่ใจกับประเด็นปัญหารอบตัวในสังคมไทยและโลก โดยโครงการ BE ประสบความสำเร็จในการผลิตบัณฑิตที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้นำองค์กรหลากหลาย ทั้งองค์กรด้านการเงินการธนาคาร ภาคธุรกิจ หน่วยงานภาครัฐ ภาควิชาการ องค์กรเพื่อสังคม สื่อสารมวลชน ฯลฯ

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลา 30 ปีที่ผ่านมา โครงการ BE ได้ปรับปรุงตัวเองให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยมาโดยตลอด และในปัจจุบันได้มุ่งตอบสนองต่อความท้าทายในการผลิตบุคลากรเพื่อเข้าสู่การทำงานกับสังคมเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยเน้นเสริมสร้างความเข้มแข็งทางความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ เพื่อสร้างฐานการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบให้กับผู้เรียน ตลอดจนการเสริมทักษะใหม่ ๆ เช่น ทักษะการคิดเชิงวิพากษ์ ทักษะการวิเคราะห์ข้อมูล และทักษะการสื่อสาร

นอกจากนี้ โครงการ BE ยังมุ่งไปสู่การเป็นมากกว่าความเป็นนักเศรษฐศาสตร์ เพื่อให้บัณฑิตที่จบการศึกษาเป็นบุคลากรที่มีความคิดอ่านในทางที่มองเห็นถึงความเป็นไปของสังคมรอบข้าง และต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมและเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น

สำหรับงานเฉลิมฉลอง BE Beyond ในปี 2566 โครงการ BE ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ศิษย์เก่าของโครงการ กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “คุณค่าของเศรษฐศาสตร์ในโลกอนาคต”

ดร.พิพัฒน์ได้สะท้อนถึงประโยชน์พื้นฐานของวิชาเศรษฐศาสตร์ในฐานะเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้คนตัดสินใจได้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกในชีวิตและการทำงานระดับบุคคล การตัดสินใจทางกลยุทธ์ระดับองค์กร หรือการเลือกดำเนินนโยบายในระดับประเทศ

นอกจากนี้ ดร.พิพัฒน์ยังอธิบายถึงศักยภาพของความรู้เศรษฐศาสตร์ที่จะยิ่งทวีความสำคัญในโลกอนาคตที่กระแสการปฏิวัติทางเทคโนโลยีและข้อมูลเป็นไปอย่างรวดเร็ว หลักคิดและวิธีคิดทางเศรษฐศาสตร์จะยังช่วยให้บัณฑิตมีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ที่เฉียบคม สามารถต่อยอดไปในด้านต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

30 ปี BE มธ.3

พร้อมกันนี้ งานเฉลิมฉลองโครงการ BE ครบรอบ 30 ปี ยังได้รับเกียรติจากศิษย์เก่าที่เป็นตัวแทนความสำเร็จในการสร้าง “มากกว่านักเศรษฐศาสตร์” ทั้ง 5 ท่าน ประกอบด้วย

วิน พรหมแพทย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานลูกค้าไฮเน็ตเวิร์ธ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), จุฑาศรี คูวินิชกุล Founder of YOUTRIP และ Co-founder of Grab Thailand, ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ ผู้อำนวยการ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ ธนาคารแห่งประเทศไทย, เอด้า จิระไพศาลกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเทใจดอทคอม และวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล ผู้ผลิตสารคดีและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม มาเล่าถึงการประยุกต์ใช้ความรู้และประสบการณ์จากการเรียนที่ BE มาเป็นฐานสู่ความสำเร็จในสายงานที่แตกต่างกัน

ทั้งนี้ ศิษย์เก่าทั้ง 5 ต่างให้ภาพที่ตรงกันว่า การเรียนโครงการ BE เป็นฐานสำคัญของความสำเร็จในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยชั้นนำในต่างประเทศ รวมไปถึงการขึ้นสู่การเป็นผู้นำในเส้นทางอาชีพของตนเองด้วย เพราะโครงการไม่เพียงวางฐานความสามารถทางวิชาการที่เข้มแข็งในระดับสากล แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองที่โอบรับความสนใจและเป้าหมายที่หลากหลายของผู้เรียน ส่งเสริมการทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ

ตลอดจนการปลูกฝังความเป็นธรรมศาสตร์ที่เน้นย้ำการคำนึงถึงส่วนรวมและรักในความเป็นธรรม ผ่านการเรียนรู้วิธีคิด ชีวิต และการทำงานของปูชนียบุคคลของคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อย่างอาจารย์ป๋วย อึ๊งภากรณ์