เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
News สรรพสามิตสั่งปิดพื้นที่เสี่ยง ชี้เจ้าหน้าที่บาดเจ็บ 2 ราย จากเหตุการณ์กระหน่ำยิง
อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
Business อีเวนต์อนิเมะสปีดธุรกิจอีเวนต์อนิเมะ มั่นใจน่านน้ำใหม่ดันรายได้สู่ 500 ล้าน
รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
Business รพ.กรุงเทพมุ่งฮับหุ่นยนต์ผ่าตัด ผนึกพันธมิตรต่อยอดโนว์ฮาว
ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
Politics ก้าวสำคัญอวกาศไทย! “ยศชนัน” เผย อุปกรณ์ฝีมือคนไทยพร้อมโคจรรอบดวงจันทร์ 24 ส.ค. นี้
ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
เศรษฐกิจภูมิภาค ICOMOS ประเดิมลงพื้นที่เชียงใหม่วันแรก เจาะลึกผังเมือง–คูเมือง–ระบบน้ำ
คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
Real Estate คมนาคม ดึงเอกชนพัฒนา “สถานีธนบุรี” ปั้นเมดิคอลฮับรับรถไฟฟ้า
TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
Tech TRUE โชว์งบฯ Q2/2569 กำไรสุทธิ 6.6 พันล้านบาท จ่ายปันผล 0.15 บาทต่อหุ้น
CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
Finance CLICX แจงปม “บิดหนี้” ย้ำไม่ลดมาตรฐานอนุมัติสินเชื่อ-คุมความเสี่ยงเข้ม
ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
Finance ไอแบงก์ มีมติเลือก “ดร. เบญจรงค์ สุวรรณคีรี” นั่งกรรมการธนาคาร
คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
Columns คุยกับเศรษฐา : สันติภาพเมียนมา คือผลประโยชน์ของไทย
ดูทั้งหมด

ธนาคาร SVB สหรัฐล้มละลาย หวั่นโดมิโน “ดร.พิพัฒน์” KKP วิเคราะห์ผลกระทบ

11 มี.ค. 2566 | 09:03น.

ธนาคาร SVB ล้มละลาย รัฐบาลสหรัฐสั่งปิด และเข้าควบคุมทันที หวั่นโดมิโน เผยต้นตอจากปัญหาวิกฤตสภาพคล่องของกลุ่มเวนเจอร์แคปและสตาร์ตอัพ ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP วิเคราะห์ปมปัญหาและผลกระทบ

วันที่ 11 มีนาคม 2566 ซีเอ็นเอ็น รายงานว่าธนาคารแห่งซิลิคอน วัลเลย์ (Silicon Valley Bank : SVB) ซึ่งเป็นผู้ปล่อยกู้ให้กับกลุ่มเวนเจอร์แคป และสตาร์ตอัพ เข้าสู่ภาวะล้มละลายหลังเพิ่มทุนไม่สำเร็จ ระบุว่าถือว่าเป็นความวิกฤตเงินทุนนำไปสู่วิกฤตครั้งใหญ่เป็นอันดับสองของสถาบันการเงินในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ

หลังจากเมื่อวันพุธที่ 8 มีนาคมที่ผ่านมา ธนาคาร SVB ได้ออกมาประกาศว่า ช่วงที่ผ่านมาได้ขายหลักทรัพย์จำนวนมากและส่งผลให้เกิดการขาดทุน และจะขายหุ้นพิ่มทุนใหม่มูลค่า 2.25 พันล้านดอลลาร์เพื่อเสริมงบดุล ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่บริษัทร่วมทุนรายใหญ่ ซึ่งมีรายงานว่าแนะนำให้บริษัทต่าง ๆ ถอนเงินออกจากธนาคาร

ส่งผลให้หุ้นของบริษัทร่วงลงในวันพฤหัสบดี และฉุดหุ้นธนาคารอื่น ๆ ลงไปด้วย และในเช้าวันศุกร์ที่ 10 มีนาคม หุ้นของ SBV ถูกระงับการซื้อขายและล้มเลิกความพยายามในการเพิ่มทุนอย่างรวดเร็ว

รวมถึงหุ้นธนาคารอื่น ๆ หลายแห่งก็ถูกหยุดการซื้อขายชั่วคราวเช่นกันอย่างธนาคาร First Republic, PacWest Bancorp และ Signature Bank

ขณะที่หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐแคลิฟอร์เนียได้สั่งปิดกิจการ Silicon Valley Bank และให้อยู่ภายใต้การควบคุมของ US Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) อย่างรวดเร็วในช่วงวันศุกร์ที่ผ่ามา โดย FDIC จะทำหน้าที่ชำระสินทรัพย์ของธนาคารเพื่อชำระคืนลูกค้า ซึ่งรวมถึงผู้ฝากเงินและเจ้าหนี้

โดยซีเอ็นเอ็น รายงานว่า SVB ก็เป็นหนึ่งใน 20 ธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของอเมริกา โดยมีสินทรัพย์รวม 209 พันล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปีที่แล้ว ตามข้อมูลของ FDIC และเป็นผู้ปล่อยกู้รายใหญ่ที่สุดที่ล้มเหลวนับตั้งแต่ Washington Mutual ล่มสลายในปี 2551

และล่าสุด (เช้าวันที่ 11 มีนาคม 2566) ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า มีข่าวตื่นเต้นในวงการธนาคาร เมื่อ ”SiliconValleyBank” ธนาคารชื่อดังย่าน Silicon Valley ที่เป็นธนาคารหลักของ venture capital และสตาร์ตอัพหลายแห่ง ออกมาบอกนักลงทุนว่าไตรมาสก่อน ได้ขายพันธบัตรไป 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จนทำให้เกิดผลขาดทุนจากการขายตราสารหนี้ไป 1.8 พันล้านเหรียญ และต้องขายหุ้นเพิ่มทุน 2.25 พันล้านเหรียญ

เรื่องนี้ทำให้นักลงทุนตกใจ ส่งผลกระทบให้หุ้นธนาคารเอสวีบี ร่วงไปกว่า 60% เกือบทันที และหลังปิดตลาดลงไปอีก 20% ขณะที่คนฝากเงินเริ่มหวั่นไหวแห่กันถอนเงิน

และล่าสุดถูกทางการเข้าควบคุมธนาคารเรียบร้อยแล้ว เรียกว่าปัญหาสองวันจบ

ดร.พิพัฒน์ ระบุว่า ที่น่าสนใจคือ Silicon Valley Bank เป็นธนาคารที่ได้ชื่อว่าค่อนข้างระมัดระวังในการบริหาร มีสินทรัพย์สภาพคล่องอยู่ค่อนข้างมาก ครึ่งหนึ่งของสินทรัพย์เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ เช่นพันธบัตรรัฐบาล หรือ mortgage backed securities มีเงินสินเชื่อแค่หนึ่งในสาม

ขณะที่ NPL หรือหนี้เสียค่อนข้างต่ำมาก (ต่ำกว่า 1%) และปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากคุณภาพสินทรัพย์แบบปัญหาธนาคารอื่น ๆ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิด จากการที่เงินฝากเริ่มลดลงหรือโตช้า เพราะ venture capital ทั้งหลายเริ่ม raise เงินยากขึ้น และกระแสเงินสดของ VC และบริษัท startup ซึ่งเป็นลูกค้าของธนาคารเริ่มมีน้อยลง เพราะ #cashburn

จนเริ่มมีปัญหาสภาพคล่อง จนต้องเริ่มขายสินทรัพย์สภาพคล่อง เช่น ตราสารหนี้ออกมา และปัญหาใหญ่ อยู่ที่เจ้าตราสารหนี้เหล่านี้ ที่ได้รับผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

เพราะมูลค่าหรือราคาของตราสารหนี้แปรผกผันกับอัตราผลตอบแทน (yield)

ทั้งนี้ ดร.พิพัฒน์ อธิบายภาพที่เกิดขึ้นว่า ถ้าพันธบัตรที่ออกมาเมื่อสองปีก่อน ให้ดอกเบี้ยแค่ 1% ที่ราคาหน้าตั๋ว 100 บาท เมื่อระดับอัตราผลตอบแทนเพิ่มขึ้นไปที่ 5% พันธบัตรที่ออกมาเมื่อสองปีก่อนย่อมไม่น่าสนใจ เมื่อเทียบกับพันธบัตรที่เพิ่งออกมา ก็ทำให้ราคาตลาดก็ต้องปรับลดลงต่ำกว่า 100 บาทแน่ ๆ

โดยหลักการทางบัญชีแล้ว ธนาคารที่ถือตราสารหนี้เพื่อการลงทุนระยะยาว จะไม่บันทึกการปรับลดลงของมูลค่าตราสารหนี้จากการปรับผลตอบแทน เป็นการขาดทุนผ่าน income statement แต่จะเก็บไว้เป็น unrealized loss แทน

เพราะถ้าถือพันธบัตรพวกนี้ไปจนครบกำหนดอายุของตราสาร มูลค่าก็จะกลับไปที่ราคา par การขาดทุนนี้ก็จะค่อนๆหายไปเอง

แต่ปัญหาจะบังเกิด เมื่อธนาคารต้องขายตราสารหนี้พวกนี้ออกมาในเวลาที่ยังขาดทุนอยู่ ทำให้ต้องบันทึกการขาดทุนผ่าน income statement และอัตราส่วนทุนของธนาคาร ก็จะได้รับผลกระทบตามไปด้วย จนทำให้ธนาคารต้องเร่งเพิ่มทุนอย่างที่เห็น

และสิ่งที่เกิดขึ้นก็มีคนเริ่มถามว่า “ปัญหาแบบนี้จะเกิดขึ้นกับธนาคารอื่นๆอีกหรือไม่” และข้อมูลที่เห็นคือธนาคารในสหรัฐทั้งกลุ่มมี unrealized loss สูงมากถึง 6 แสนล้านเหรียญ (ในขณะที่ทุนรวมของธนาคารมีมากกว่าสองล้านล้านเหรียญสหรัฐ) จนหุ้นในกลุ่มธนาคารร่วงกันระนาว

ดร.พิพัฒน์ ระบุว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นปัญหาสภาพคล่องล้วน ๆ (จากภาวะตลาดที่บริษัท startups ไม่สามารถหาเงินได้คล่องอยากเดิม) จนเริ่มกระทบต่อสภาพคล่องของธนาคาร และถูกขยายผลจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับเพิ่มขึ้น ในขณะที่ต้นทุนทางการเงิน และสภาพคล่องเริ่มโดนถอนออกไป

“ผมไม่คิดว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นปัญหาเชิงระบบ และธนาคารใหญ่ ๆ คงไม่ได้มีปัญหาอะไรขนาดนี้ แต่ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้กับธนาคารอื่น ๆ ที่มีวิกฤตศรัทธา แต่ก็ต้องจับตากันดี ๆ ครับ เพราะภาวะแบบนี้อะไรก็เกิดขึ้นได้ครับ หวังว่าจะไม่ลามไปหาคนอื่นอีกนะครับ”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ธนาคาร เกียรตินาคินภัทร (KKP)