เทียบฟอร์ม 6 หัวหน้าพรรคตัวแปร รุ่นใหม่ ชน รุ่นเก๋า ชิงทำเกมอำนาจ
คอลัมน์ : Politics policy people forum
ณ นาทีนี้ ทุกพรรคการเมืองหลักในสภา มีหัวหน้าพรรคประจำการเป็นตัว-ตน ชัดเจน ตกตะกอนหลังจากผ่านการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม 2566
บางพรรคมีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร หลังพ่ายแพ้การเลือกตั้ง บางพรรคเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคใหม่ จากผลของคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ
บางพรรคกระชับอำนาจ ส่ง “ทายาท” ตัวจริง-เสียงจริงลงสู่สนาม ปูทางตำแหน่งใหญ่ ตำแหน่งใหม่ในอนาคต
ต่อไปนี้คือการเทียบฟอร์ม-พรรษาการเมือง ของ 6 หัวหน้าพรรคที่มี 25 สส. ตัวแปรในสภาเปลี่ยนเกมการเมือง
อุ๊งอิ๊ง คือ ตัวจริง
แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย มีเสียง สส. 141 คนในมือ อายุ 37 ปี เกิดวันที่ 21 สิงหาคม 2529 เป็นลูกสาวคนเล็กของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จบปริญญาตรี คณะรัฐศาสตร์ สาขาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปริญญาโท International Hotel Management จาก Surrey University ประเทศอังกฤษ ก่อนกลับมาลุยธุรกิจโรงแรมของครอบครัว
เธอกระโจนเข้าสู่การเมือง คนเพื่อไทยทั้งพรรค ฟันธงว่า เธอคือนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของพรรค
“แพทองธาร” เดินหน้าบริหารพรรคภายใต้ยุทธศาสตร์ 3 ขา
หนึ่ง ขารัฐบาล มี เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ ขา สส.ในสภารับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน ส่วนพรรคได้ทำ digitalize ต่าง ๆ ข้อมูลที่ทำมา 20 กว่าปี เป็นดิจิทัลทั้งหมด ทำเครือข่ายครอบครัวเพื่อไทยให้มั่นคง มี Think tank เพื่อถอดบทเรียนและเรียนรู้ทางการเมือง
ชัยธวัช ผู้ก่อตั้ง อนค.-ก้าวไกล
ชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล มี สส. 149 เสียงในสภา อายุ 44 ปี เกิดเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2521 จบปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แต่กลับสนใจงานวิชาการมากกว่า จึงไปตั้งสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ดำรงตำแหน่งเป็นบรรณาธิการ
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อย่างเข้าวัยผู้ใหญ่ เป็นพ่อคน ครั้งอยู่เชียงใหม่ เขาหงุดหงิดกับโรงเรียนของลูก รวมถึงระบบการศึกษา จึงคิดเปลี่ยนแปลงระบบการศึกษา ด้วยความที่คุยเรื่องการเมืองกับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” แทนที่จะอยู่เฉย ๆ เขาจึงร่วมกันตั้งพรรคการเมือง และชีวิตเขาเปลี่ยนไปตลอดกาล
เขาตั้งใจสร้างพรรคก้าวไกลให้เข้มแข็ง เป็นสถาบันทางการเมือง ทำหน้าที่ตรวจสอบถ่วงดุลฝ่ายบริหารอย่างตรงไปตรงมา ดุดันด้วยเนื้อหา
และตรึงพื้นที่เก่า รุกพื้นที่ใหม่ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า เราทำงานไม่เหมือนใคร สร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
อนุทิน กู้ธุรกิจติดลบ
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มี สส.ในมือ 71 เสียง เกิดวันที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2509 ชื่อเล่น หนู อายุในปี 2566 จะอายุครบ 57 ปี เป็นรัฐมนตรีมาแล้ว 3 รัฐบาล ในรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร นั่งเก้าอี้ รมช.สาธารณสุข และ รมช.พาณิชย์ มีกุนซือให้คำปรึกษา คือ “สุวัจน์ ลิปตพัลลภ” ที่แนะนำให้เดินตามเส้นทางการเมืองผู้พ่อ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” ที่เคยเป็น รมช.คลัง
เป็นรองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และเป็นรองนายกฯ และ รมว.มหาดไทย ในรัฐบาล เศรษฐา ทวีสิน
อนุทิน ฝ่าวิกฤตต้มยำกุ้ง เพราะ “ซิโน-ไทย” ในยุคที่มี “อนุทิน” นั่งเก้าอี้ผู้บริหาร ถูกวิกฤตต้มยำกุ้งเล่นงานทำให้ตัวเลขทางบัญชีติดลบทันที 5 พันล้าน
วิธีที่ “อนุทิน” ใช้แก้ปัญหา การเงินครั้งนั้น คือ 1.หยุดชำระหนี้เงินกู้ ขอเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูผ่านศาลล้มละลายกลาง 2.ลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ 3.ลดจำนวนพนักงาน จนนำพาบริษัทกลับสู่ภาวะปกติ
“อนุทิน” เผยเคล็ดลับบริหารว่า พื้นฐานซิโน-ไทยไม่มีหนี้สินแม้แต่บาทเดียว ทำงานทุกอย่างใช้เงินทุนหมุนเวียน ใช้กระแสเงินสดในบริษัท พยายามใช้วินัยการเงินของเราอย่างเคร่งครัด ไม่ลงทุนมั่ว ๆ ในธุรกิจที่เราไม่มีความถนัด เน้นแต่ธุรกิจที่เราถนัดที่สุด สร้างรายได้ให้มากที่สุด ลดต้นทุนของการก่อสร้างให้ได้มากที่สุด แต่คุณภาพต้องไม่ลด
เฉลิมชัย ปชป.ไม่ใช่พรรคอะไหล่
เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 มี สส.ตอนนี้ 25 คน เกิดวันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2508 อายุ 58 ปี เป็นคนประจวบคีรีขันธ์ เริ่มต้นทำงานการเมืองท้องถิ่น โดยเป็น สมาชิกสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ปี 2533-2543 และเป็น ประธานสภาจังหวัดปี 2538-2540 ประธานสภาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ก่อนขยับเข้ามาการเมืองระดับชาติ ในนามพรรคประชาธิปัตย์ เป็น สส. 4 สมัย คือ 2544, 2548, 2550, 2554 แต่ปี 2562 กลับสอบตก แพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย
แต่เมื่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค “เฉลิมชัย” ได้นั่งเก้าอี้เลขาธิการพรรค เขาจึงมีตำแหน่งทางการเมืองเป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ และก่อนหน้านี้เขาเป็น รมว.แรงงาน ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เมื่อปี 2553
และสิ่งท้าทาย พรรคประชาธิปัตย์ ในยุคของ “เฉลิมชัย” คือ คำถามที่ว่าจะเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ เพราะ 21 เสียงในกลุ่มของเขา มีถึง 16 เสียงที่ยกมือสนับสนุนเศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ แต่เขายืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่พรรคอะไหล่ของใคร
พีระพันธุ์ ผู้อกหักจาก ปชป.
พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ คุม สส. 36 ชีวิต เกิดเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2502 ชื่อเล่น ตุ๋ย เป็นบุตรของ พลโท ณรงค์ สาลีรัฐวิภาค อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์และเจ้ากรมการพลังงานทหาร และโสภาพรรณ สาลีรัฐวิภาค
ก่อนเข้าสู่การเมือง เขาทำหน้าที่ “ผู้พิพากษา” กระทั่งเปลี่ยนบทบาทชีวิต มาเป็นนักการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์
เคยนั่งเก้าอี้ รมว.ยุติธรรม ในรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่จุดเปลี่ยนชีวิตการเมืองของ “พีระพันธุ์” เกิดขึ้นภายหลังที่ “อภิสิทธิ์” นำพรรคประชาธิปัตย์แพ้เลือกตั้ง 2562 และประกาศลาออกจากหัวหน้าพรรค พีระพันธุ์ เสนอตัวเข้าชิงหัวหน้าพรรค
แข่งกับ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ กรณ์ จาติกวณิช นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม แต่คนที่ได้รับการคัดเลือกคือ นายจุรินทร์
เขาจึงลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นที่ปรึกษานายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ และสุดท้ายเป็นหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมกับนั่งเก้าอี้ รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน
บิ๊กป้อม ส่งไม้ต่อ
ขณะนี้ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มี สส. 40 คน ยังคงเป็น “พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” อดีตรองนายกฯ วัย 78 ปี ผู้มากบารมีในรัฐบาลลุงตู่ แต่ปัจจุบันมีน้องชาย “พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ” นั่งเก้าอี้รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทว่าตัวแทนพรรคพลังประชารัฐที่พาวเวอร์ฟูล ในรัฐบาลเศรษฐา คือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรค
ในปี 2567 เป็นต้นไป 6 หัวหน้าพรรคสามารถเปลี่ยนอำนาจการเมืองได้ทุกคน