สยามพิวรรธน์อวดโฉมน้ำดื่มรักษ์โลก “ONESIAM” แพ็กเกจจิ้งกระป๋องอะลูมิเนียมรีไซเคิล อีกก้าว ขับเคลื่อนสู่องค์กรขยะเป็นศูนย์ หรือ Zero Waste
วันที่ 13 ธันวาคม 2566 “สยามพิวรรธน์” ผู้พัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และค้าปลีกชั้นนำ เจ้าของและผู้บริหารโครงการระดับโลก อาทิ สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ รวมทั้งเป็นหนึ่งในพันธมิตรเจ้าของไอคอนสยาม และสยาม พรีเมี่ยม เอาท์เล็ต กรุงเทพ เปิดตัวน้ำดื่มรักษ์โลกจากกระป๋องอะลูมิเนียม “ONESIAM Drinking Water” บรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยตั้งเป้าผลิตไม่ต่ำกว่า 5 แสนกระป๋องต่อปี
ONESIAM Drinking Water เป็นโครงการที่ทำขึ้นภายใต้นโยบายบริหารจัดการขยะแบบ 360 องศาอย่างครบวงจร มุ่งสู่เป้าหมายการขับเคลื่อนสู่องค์กรขยะเป็นศูนย์ หรือ Zero Waste
อีกก้าวของสยามพิวรรธน์ เพื่อบรรลุเป้าหมายลดปริมาณการฝังกลบขยะจากการดำเนินงาน 50% ภายในปี 2030 และเดินหน้าสู่เป้าหมายปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero ในปี 2050 ซึ่งการเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์น้ำดื่มเป็นอะลูมิเนียมนี้ จะเพิ่มศักยภาพในการนำขยะกระป๋องไปรีไซเคิล ช่วยลดการจัดการขยะแบบฝังกลบอย่างเป็นระบบ ช่วยประหยัดพลังงานและทรัพยากรในการผลิตใหม่
เลือกใช้ “กระป๋องอะลูมิเนียม”
“นางสาวนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์” ประธานบริหารสายงานปฎิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เผยว่า สยามพิวรรธน์ดำเนินธุรกิจด้านความยั่งยืนมาโดยตลอด ทุกธุรกิจที่สยามพิวรรธน์ทำล้วนอยากให้เกิดผลต่อคนกลุ่มใหญ่ ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย ตลอดจนดูแลสิ่งเเวดล้อมและชุมชน สิ่งที่สยามพิวรรธน์ทำต้องโฟกัสถึงผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ONESIAM Drinking Water ก็เป็นอีกโครงการหนึ่ง
หลายครั้งสยามพิวรรธน์พยายามหาทางออกเรื่องการลดปริมาณขยะ ซึ่งต้องเริ่มต้นจากตัวเองก่อน อันดับแรกต้อง “เลือกใช้” และตัวเลือกในวันนี้คือ “กระป๋องอะลูมิเนียม” เพราะกระบวนการรีไซเคิลสามารถทำได้ถึง 95% หมายความว่าไม่ต้องผลิตวัตถุดิบใหม่เพื่อใช้ผลิต ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกก็จะลดลงตามไปด้วย
แต่ถ้าเลือกไม่ได้จริง ๆ ก็ต้องดูว่าจะบริหารจัดการอย่างไร นั่นคือการนำขยะมาคัดแยกให้ถูกต้อง ก่อนที่จะ Upcycling ให้มีมูลค่ามากขึ้น
การผลิตน้ำดื่มกระป๋องอะลูมิเนียมสามารถลดการใช้พลังงานในกระบวนการผลิตวัตถุดิบอะลูมิเนียมได้ถึง 95% เช่นกัน ซึ่งการรีไซเคิลอะลูมิเนียม 1 กิโลกรัม ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ 9.13 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2eq) อีกทั้งตัวกระป๋องสามารถบีบอัดง่าย ทำให้ช่วยลดพื้นที่จัดเก็บเพื่อเตรียมนำกลับไปรีไซเคิล
นอกจากนี้ การรีไซเคิลอะลูมิเนียมยังสามารถทำได้ตลอดช่วงอายุ ไม่ใช่ 2 รอบอย่างที่หลายคนเข้าใจ แปลว่าจะทำให้เกิดมลภาวะน้อยลง นางสาวนราทิพย์ กล่าว

ดีไซน์เรียบหรู สะท้อนตัวตนสยามพิวรรธน์
กระป๋องน้ำดื่ม ONESIAM ออกแบบโดย “นายสมชนะ กังวารจิตต์” Executive Creative Director ของ “Prompt Design” นักออกแบบผู้คว้ารางวัลระดับโลกกว่า 200 รางวัล
การออกแบบกระป๋องน้ำดื่ม ONESIAM ต้องตอบโจทย์ทั้งกับสยามพิวรรธน์เรื่องความยั่งยืน และเทรนด์โลกที่กำลังนิยมใช้กระป๋อง ต่อไปนี้กระป๋องจะเป็นจุดเปลี่ยนของการทำเรื่องสิ่งแวดล้อม เพราะมีความง่าย ทุกคนอยู่กับกระป๋องมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่นมกระป๋องในสมัยก่อน และสิ่งเหล่านี้กำลังจะกลับมา นายสมชนะ กล่าว
เมื่อได้รับโจทย์มาก็ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้กระป๋องมีความโดดเด่น และลดการพิมพ์สีลงบนกระป๋อง ใช้สีอย่างเหมาะสม ความยากอยู่ที่การส่งผ่านอัตลักษณ์ที่สยามพิวรรธน์สร้างขึ้นมาใหม่ และต้องชูความสวยงามของกระป๋อง จึงกลายเป็น “ซูเปอร์เทคนิค” เปิดความงดงามของกระป๋อง ให้ผิวกระป๋องสามารถเล่นกับแสงเงาได้ ไม่จำเป็นต้องแปะยี่ห้อเยอะ ๆ แต่ให้หรูและดูดี
กระป๋องจึงสะท้อนตัวตนของ ONESIAM ที่เปรียบเสมือน Single Planet นำเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งในด้านความมั่นใจ ความกระตือรือร้น และความอัศจรรย์ ผสมผสานกับลายเส้นที่หลากหลายให้ความรู้สึกสนุกสนาน เกิดพลังงานในการสร้างสรรค์ โดยใช้เทคนิคการพิมพ์แบบเปิดให้เห็นสีเนื้อกระป๋อง เพิ่มลูกเล่นความโดดเด่นคล้ายการปั๊มนูน

ONESIAM คาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำสุดในอาเซียน
น้ำดื่ม ONESIAM ผลิตโดย “Greenery Water” ผู้ผลิตน้ำดื่มกระป๋องอะลูมิเนียมแบรนด์แรกของไทย ที่มีเป้าหมายในการลดขยะจากขวดน้ำดื่มพลาสติกที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมากถึง 6,000 ล้านขวดต่อปี โดยใช้อะลูมิเนียมรีไซเคิลไม่ต่ำกว่า 70% ในการผลิต ตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)
ลดการใช้ทรัพยากรใหม่ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดของเสียตกค้างในระบบนิเวศ จากการนำบรรจุภัณฑ์กระป๋องอะลูมิเนียมใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเพื่อผลิตเป็นกระป๋องใบใหม่อีกครั้ง ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานสากลด้านความปลอดภัยต่อสุขภาพ 100%
นายธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้งเพจ Greenery และ Greenery Water ผู้ผลิตน้ำดื่มกระป๋องอะลูมิเนียมแบรนด์แรกของไทย เผยว่า กระป๋องอะลูมิเนียมของ Greenery ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล 70% อีก 30% เป็นวัสดุใหม่ เนื่องจากอัตราการเก็บอะลูมิเนียมเพื่อนำมาใช้ใหม่ในประเทศไทยยังไม่สูงพอ แต่ในอนาคตอีก 5 ปี Greenery ตั้งเป้าว่าจะเพิ่มอัตรารีไซเคิลเป็น 80% ให้ได้
สำหรับน้ำดื่มกระป๋อง ONESIAM สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% หลังจากที่ดื่มไปแล้วภายใน 60 วัน ก็จะกลับมาเป็นกระป๋องใหม่ ซึ่งอะลูมิเนียมสามารถรีไซเคิลได้ตลอดช่วงชีวิตของมัน
นอกจากนี้ที่มาของอะลูมิเนียมใหม่ ต้องมีมาตรฐานตั้งแต่การเลือกเหมืองแร่ ต้องเป็นเหมืองที่มีความเป็นธรรมและให้ค่าแรงที่สมเหตุสมผลกับแรงงาน และเป็นการทำเหมืองที่ได้มาตรฐานระดับโลก กระบวนการต้องดีทั้งต่อโลกและต่อคน
สำหรับกระบวนการรีไซเคิล จะบดกระป๋องให้เป็นผง จากนั้นส่งเข้าสายพาน ผ่านความร้อน เพื่อนำส่วนที่เคลือบหรือสิ่งสกปรกบนผิวอะลูมิเนียมออก ดังนั้น สีจึงไม่มีผลกับการรีไซเคิล
“น้ำดื่มกระป๋องจาก Greenery มีค่าคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดในอาเซียน เนื่องจากไทยมีโรงงานหลอมอะลูมิเนียมใช้เเล้ว ดังนั้น น้ำดื่ม ONESIAM จึงมีคาร์บอนฟุตพรินต์ต่ำที่สุดในอาเซียนด้วย” นายธนบูรณ์ กล่าว
นางสาวนราทิพย์ เสริมว่า สิ่งนี้คือเสน่ห์ของอะลูมิเนียม ถ้าเป็นพลาสติก การสกรีนสีอาจมีผลกับการนำกลับไปรีไซเคิล พลาสติกจาก 100 ชิ้น อาจคัดเลือกไปรีไซเคิลได้ 30-40 ชิ้น ที่เหลืออาจสกรีนด้วยสีที่ไม่ถูกต้อง หรือผสมกับวัสดุอื่น ก็ไม่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้

สร้างองค์ความรู้ แพ็กเกจจิ้งรีไซเคิล 100%
นางสาวนราทิพย์ เผยอีกว่า ดีไซน์ของน้ำดื่มกระป๋อง ONESIAM ต้องโก้หรู ดูแลสิ่งเเวดล้อม ใช้ทรัพยากรให้น้อยและเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะสิ่งแวดล้อมดูแลคนเดียวไม่ได้ ทุกคนต้องช่วยกัน
แม้ในการผลิตน้ำดื่ม กระป๋องอะลูมิเนียมต้องใช้การลงทุนมากกว่าขวดพลาสติก แต่สิ่งที่สยามพิวรรธน์เห็นคือผลลัพธ์ที่จะกลับสู่สิ่งแวดล้อมมากกว่าเช่นกัน นั่นคือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่น้อยลง แม้จะมีราคาส่วนต่างแต่ก็สามารถทำได้ และเป็นองค์ความรู้ ถ้าคนมีความรู้มากขึ้น ก็ทำได้ถูกต้อง โลกก็จะได้รับการดูแลมากขึ้น
การขายไม่ได้เป็นส่วนหลัก สยามพิวรรธน์ทำเพื่อให้พนักงานใช้ในองค์กร แต่พื้นที่ของสยามพิวรรธน์มีคนเดินผ่านไปมาจำนวนมาก ถ้าคนเห็นและสงสัยว่า ทำไมสยามพิวรรธน์ลุกขึ้นมาทำ ONESIAM องค์ความรู้ก็จะถูกแพร่ออกไป
ตอนนี้สยามพิวรรธน์วางขายน้ำดื่มแค่ในพื้นที่และแอปพลิเคชั่น ONESIAM การขายไม่ใช่ส่วนหลัก แต่อยากให้องค์ความรู้ทำให้ผู้คนเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นการสร้างองค์ความรู้ให้คนใช้แพ็กเกจจิ้งที่สามารถรีไซเคิลได้ 100%
สำหรับร้านค้าที่อยู่ในพื้นที่ ก็ไม่มีการบังคับว่าต้องขายน้ำดื่ม ONESIAM แต่ถ้าร้านมีกระป๋องอะลูมิเนียม ที่ผ่านมาอาจจะไม่ได้เห็นมูลค่า แต่ถ้ารู้ว่าสามารถเอากลับมารีไซเคิลแล้วมีมูลค่ามากขึ้น นั่นคือสิ่งที่สยามพิวรรธน์พยายามให้องค์ความรู้ร้านค้า
ทั้งนี้ ลูกค้าและประชาชนทั่วไปสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยฟื้นฟูโลก โดยนำกระป๋องอะลูมิเนียมที่ใช้แล้วมาทิ้งที่เครื่องอัดกระป๋องในศูนย์การค้าในเครือของสยามพิวรรธน์ หรือนำกระป๋องมาคัดแยกแล้วนำมาฝากที่ Recycle Collection Center หรือ RCC จุดรับวัสดุบรรจุภัณฑ์สะอาดแบบไดร์ฟทรู (Drive-Thru) ที่บริเวณจุดจอดรถทัวร์ ชั้น G ฝั่ง North และบริเวณทางออก 4 ชั้น G (ฝั่งธนาคารกรุงเทพ) สยามพารากอน และจะเริ่มดำเนินการที่ไอคอนสยามในต้นปี 2567
น้ำดื่ม ONESIAM Drinking Water เริ่มวางจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 13 ธันวาคม 2566 ที่ร้าน Loft ชั้น 2 สยามดิสคัฟเวอรี่ และ ชั้น 3 ไอคอนสยาม, Grab & Go ชั้น 4 สยามดิสคัฟเวอรี่ และผ่าน ONESIAM SuperApp รวมทั้งยังมีแผนวางขายผ่านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (Vending machine) ในสยามพารากอน และ สยามเซ็นเตอร์ ในต้นปี 2567