กูรูเชียร์ลงทุนหุ้น
นักวิเคราะห์เชียร์ลงทุนหุ้นกลุ่ม “รีท-อินฟราฯ ฟันด์” รับเทรนด์ดอกเบี้ยขาลง “บล.อินโนเวสท์ เอกซ์” ชี้หุ้น “REITs & IFFs” ดาวน์ไซด์จำกัดแล้ว เชื่อปีนี้รับปัจจัยบวกแน่นอน ขณะที่ “ธนาคารทิสโก้” แนะลงทุนกองทุน “Global REITs” เน้นกองที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก
นายสุทธิชัย คุ้มวรชัย นักวิจัยการลงทุนอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2567 นี้ น่าจะถึงเวลาที่ควรเริ่มทยอยลงทุนหุ้นกลุ่ม REITs & IFFs (ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน) แล้ว หลังจากในปี 2566 ที่ผ่านมา

ภาพรวมการลงทุนในหุ้นกลุ่ม REITs & IFFs ผลตอบแทนปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงกว่า 17% ตั้งแต่ต้นปี โดยปัจจัยกดดันหลัก ๆ มาจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปีของไทย ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์สหรัฐ 10 ปี
“โดยปกตินั้นการปรับตัวขึ้นของบอนด์ยีลด์ มักจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อหุ้นกลุ่มนี้ เนื่องจากจะทำให้ความน่าสนใจในแง่ของเงินปันผลที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 แนวโน้มดอกเบี้ยของสหรัฐน่าจะผ่านจุดสูงสุดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะเข้าสู่ช่วงขาลง”
ทั้งนี้ คาดว่าจะเริ่มทยอยเห็นการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ตั้งแต่เดือน มี.ค. 2567 เป็นต้นไป และจะต่อเนื่องไปถึงปี 2568 ซึ่งจะเป็นผลบวกต่อหุ้นกลุ่ม REITs & IFFs และถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจเข้าลงทุนสำหรับนักลงทุนระยะยาว
“ในกรณีเลวร้ายที่สุด หากเฟดตัดสินใจไม่ลดดอกเบี้ยในปี 2567 เราก็มองว่าการที่ดอกเบี้ยผ่านจุดสูงสุดไปแล้วนั้น ทำให้ Downside ของหุ้นในกลุ่มนี้จำกัดเช่นกัน ประกอบกับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ของกลุ่มโดยเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 8.5% ถือว่าอยู่ในจุดที่น่าสนใจเช่นกัน ดังนั้น ขึ้นอยู่กับว่าดอกเบี้ยจะลงแรงแค่ไหน ดอกเบี้ยลงกลุ่มนี้จะดีแน่ ในระหว่างปีที่ผ่านมาค่าเฉลี่ยกลุ่มนี้อยู่ระหว่าง 8-10% และอาจจะได้ on top ถึง 15%”
ขณะที่นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ กล่าวว่า ปีนี้มีสินทรัพย์ที่น่าสนใจลงทุน คือ REITs ที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์ทั่วโลก (Global REITs) เพราะเป็นสินทรัพย์ที่มีโอกาสสร้างกำไรที่โดดเด่นในภาวะดอกเบี้ยขาลง บวกกับราคาที่ปรับลดลงมาประมาณ 30% ในช่วง 2 ปีที่ดอกเบี้ยปรับตัวขึ้น
จนราคา Global REITs มีอัตราส่วนราคาต่อมูลค่าทางบัญชี (Price to Book Ratio) ของ Global REITs ซื้อ-ขายอยู่ในระดับ -1 S.D. (ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน) ซึ่งเป็นระดับต่ำใกล้เคียงกับช่วงวิกฤตโควิด-19
“คาดว่าปี 2567 กองทุน Global REITs จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีและสูงกว่าทางเลือกในการลงทุนอื่นได้”
โดยการลงทุนใน REITs ที่มีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีนั้น แนะนำให้เลือกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก (Active Fund) มากกว่ากองทุนรวมดัชนี (Passive Fund) เพราะผู้จัดการกองทุนสามารถปรับพอร์ตเลือกสินทรัพย์เข้ากองทุนได้มากกว่า
โดยเฉพาะการเพิ่มน้ำหนัก REITs ยุคใหม่ที่มีความต้องการใช้งานสูงตามเมกะเทรนด์ของโลก เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Centers), เสาโทรคมนาคม (Cell Towers), ธุรกิจการให้เช่าพื้นที่จัดเก็บของด้วยตนเอง (Self-storage), วิทยาศาสตร์ชีวภาพและพื้นที่ห้องปฏิบัติ (Life Science and Laboratory Space), ธุรกิจให้เช่าบ้านสำหรับครอบครัวเดี่ยว (Single Family Rentals) และธุรกิจที่พักอาศัยผู้สูงวัย (Senior Housing) เป็นต้น
ทั้งนี้ อาจลงทุนในกองทุน Global REITs ได้ในสัดส่วน 10-15% ของพอร์ตลงทุน ขึ้นอยู่กับความสามารถในการรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่ละบุคคล
นายณัฐกฤติกล่าวว่า การลงทุน REITs ยุคใหม่ในรูปแบบ Active Fund สามารถปรับพอร์ตลงทุนโดยเน้นลงทุนในสินทรัพย์สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปได้ เช่น ลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากการเข้ามาของเทคโนโลยี AI และลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้รับประโยชน์จากโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงไปตามสังคมผู้สูงอายุ
“มีข้อมูลจาก Nareit และ Raymond James Research (ข้อมูล ณ เมษายน 2566) ระบุว่า REITs ยุคใหม่ในปี 2543 เติบโตจากสัดส่วนที่ราว 11% มาเป็นถึงราว 52% ในปี 2565 ดังนั้น ธนาคารทิสโก้จึงเน้นย้ำให้ลูกค้าเลือกลงทุนในกองทุน REITs ที่มีนโยบายการลงทุนเชิงรุก”