สหราชอาณาจักร (ขอเรียกสั้น ๆ ว่า “อังกฤษ”) ออกจากภาวะ “เศรษฐกิจถดถอย” ที่เผชิญมาในสองไตรมาสหลังของปี 2023 ได้แล้ว เมื่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 1 ปี 2024 เติบโต 0.6% ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี และสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ว่าจะโต 0.4%
ถ้าแยกหมวดหมู่ลงไป ภาคการผลิตขยายตัว 0.8% ขณะที่ภาคการก่อสร้างหดตัว 0.9% ส่วนภาคบริการซึ่งมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจอังกฤษมากเติบโตได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2023 โดยขยายตัว 0.7% มีแรงหนุนหลักจากอุตสาหกรรมบริการขนส่ง ซึ่งมีอัตราการเติบโตรายไตรมาสสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2020
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลให้ดัชนีผลผลิต ซึ่งจัดทำโดยบริษัทบัญชีและที่ปรึกษาทางธุรกิจ “บีดีโอ” (BDO) เพิ่มขึ้น 2.09 จุด เป็น 103.92 ในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน
ข้อมูลดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ระดับภูมิภาคประจำเดือนเมษายน 2024 ซึ่งจัดทำโดยธนาคารแนตเวสต์ (NatWest) ก็ช่วยยืนยันอีกเสียงว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจในสหราชอาณาจักรยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในเกือบทุกประเทศและทุกภูมิภาค
แล้วอย่างนี้อังกฤษสบายใจได้ หรือยังเหลืออะไรน่าห่วงอีกไหม ?
คำตอบคือ ยังมีสิ่งที่น่าห่วง
แม้ว่าจะหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว แต่สิ่งแรกที่ต้องระวังคือ การฟื้นตัวนี้จะยั่งยืนแค่ไหน อย่างที่มีตัวอย่างหลายประเทศให้เห็นแล้วว่า แม้เศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้นแล้วแต่ก็กลับชะลอลงอีกได้
เคลีย์ ครอสสท์เวต (Kaley Crossthwaite) หุ้นส่วนของบีดีโอก็ได้เตือนว่า การมองโลกในแง่ดีอย่างมีความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับธุรกิจในสหราชอาณาจักรที่หวังว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ยในช่วงซัมเมอร์นี้
สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงอันดับถัดมา คือ ตัวเลขภาพรวมของเศรษฐกิจยังไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นต่อความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งหมด คนหลายล้านครัวเรือนในอังกฤษยังคงไม่รู้สึกว่าการที่จีดีพีเติบโตขึ้นนั้น ส่งผลให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขายากลำบากน้อยลง เนื่องจากพวกเขาต้องต่อสู้กับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่จีดีพีไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเท่า และแม้ว่าจีดีพีเฉลี่ยต่อหัวจะเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี แต่ก็ยังคงต่ำกว่าระดับเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ขณะเดียวกัน ปัญหาการว่างงานคือปัญหาที่น่าห่วงอันดับต้น ๆ โดยดัชนีการจ้างงานซึ่งจัดทำโดยบีดีโอในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ลดลงเป็นเดือนที่ 10 ติดต่อกัน สู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2013 หรือในรอบกว่า 11 ปี ซึ่งบ่งบอกว่าตลาดงานในอังกฤษกำลังเย็นลงอย่างมาก
นายกรัฐมนตรี “ริชี ซูแน็ก” (Rishi Sunak) ของอังกฤษเองก็ยอมรับว่าประชาชนจำนวนมากในอังกฤษยังเผชิญความยากลำบาก
“เรารู้ว่าหลาย ๆ อย่างยังคงยากลำบากสำหรับหลาย ๆ คน แต่แผน (การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ) ยังได้ผล และเราต้องยึดมั่นกับมัน” เขาโพสต์ข้อความใน X หลังจากที่แสดงความยินดีกับการที่ประเทศของเขาหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ซูเรน ธีรู (Suren Thiru) ผู้อำนวยการฝ่ายเศรษฐศาสตร์ของสมาคมผู้สอบบัญชีรับอนุญาตแห่งประเทศอังกฤษ (ICAEW) ให้ความเห็นว่า อัตราเงินเฟ้อที่อ่อนตัวลงอาจมีผลกระทบเชิงบวกน้อยลง เนื่องจากผู้คนกลับไประมัดระวังการใช้จ่ายอีก ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปลายปีนี้
“การหลุดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของสหราชอาณาจักรถือเป็นชัยชนะที่ค่อนข้างว่างเปล่า เพราะในภาพรวมก็ยังคงเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่ต้องดิ้นรนกับความซบเซา เนื่องจากผลิตภาพ (Productivity) ที่ต่ำ และอัตราการไม่มีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจ (คนไม่ทำงาน) ที่อยู่ในระดับสูงจำกัดศักยภาพการเติบโตของเรา” เขากล่าว
จากข้อมูลและมุมมองการวิเคราะห์เหล่านี้ พอจะกล่าวได้ว่าท้องฟ้าของอังกฤษยังไม่สดใส