ดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับรอ PCE
dollar money
ดอลลาร์แข็งค่า ตลาดจับรอ PCE
วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 29 พฤษภาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 36.64/65 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าเล็กน้อยจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคารที่ (28/5) ที่ระดับ 36.62/63 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเล็กน้อยจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อดอลลาร์ในช่วงใกล้ปิดตลาด หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 10 ปี ปรับขึ้น เนื่องจากผลการประมูลพันธบัตรบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอ วานนี้ (28/5) มีการเปิดเผย Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจเปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐปรับขึ้นสู่ระดับ 102 ในเดือน พ.ค. จากระดับ 97.5 ในเดือน เม.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 95.9
ด้านผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ บ่งชี้ว่าดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐปรับขึ้น 6.5% ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี โดยได้แรงหนุนจากสต็อกบ้านที่อยู่ในระดับต่ำ
นอกจากนี้ นายนีล แคชแครี ประธานเฟด สาขามินนีแอโพลิส กล่าวว่า ต้องการเห็นข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายเดือน เพื่อให้มั่นใจว่าเงินเฟ้ออยู่ในทิศทางที่ชะลอตัวลง ก่อนที่จะสนับสนุนให้เฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยและไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย หากแรงกดดันด้านเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นอีก นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ในวันศุกร์ (31/5) เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้กำหนดเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟด
โดยดัชนี PCE เป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่เฟดให้ความสำคัญ เนื่องจากสามารถตรวจจับการเปลี่ยนแปลงในพฤติกรรมผู้บริโภคและครอบคลุมราคาสินค้าและบริการในวงกว้างมากกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 36.61-36.76 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 1.0849/51 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/5) ที่ระดับ 1.0875/77 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วานนี้ (28/5) ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้เปิดเผยผลการสำรวจว่า ผู้บริโภคในยูโรโซนลดการคาดการณ์เงินเฟ้อในเดือน เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ ECB กำลังวางแผนจะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง โดยคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในอีก 12 เดือนข้างหน้าลดลงสู่ระดับ 2.9% ในผลสำรวจเดือน เม.ย.จาก 3.0% ในผลสำรวจเดือน มี.ค. ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 2564
อีกทั้งคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อในอีก 3 ปีข้างหน้าลดลงสู่ระดับ 2.4% ในผลสำรวจเดือน เม.ย.จาก 2.5% ในผลสำรวจเดือน มี.ค. แม้ว่าจะยังคงสูงกว่าเป้าหมาย 2% ของ ECB ก็ตาม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0827-1.0858 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0841/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (29/5) ที่ระดับ 157.36/38 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (28/5) ที่ระดับ 156.93/94 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายเซจิ อาคาชิ หนึ่งในกรรมการบริหารของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในวันนี้ (29/5) ว่า BOJ อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากการอ่อนค่าอย่างหนักของเงินเยนผลักดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้นหรือหากสาธารณชนมีมุมมองว่า เงินเฟ้อจะปรับตัวสูงมากกว่าคาดในอนาคต นายอาคาชิว่า แม้ว่าความเคลื่อนไหวในระยะสั้นของเงินเยนจะไปกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายการเงิน แต่ BOJ อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยหากเงินเยนยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อการคาดการณ์เงินเฟ้อ
นอกจากนี้ เขายังกล่าวอีกว่า BOJ ไม่ควรมองแค่ความเสี่ยงที่จะทำให้เศรษฐกิจและเงินเฟ้ออยู่ในภาวะตลาดลงเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดตลาดขึ้นด้วย ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์ได้รายงานถ้อยแถลงของนายอาดาชิว่า เน้นย้ำเรื่องการอ่อนค่าลงอย่างมีนัยสำคัญของเงินเยนอาจส่งผลต่อระยะเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปของ BOJ ซึ่งนักวิเคราะห์บางส่วนคาดว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยอาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในการประชุมเดือยน ก.ค.ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 156.91-157.34 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 157.12/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ (Beige Book) จากเฟด (30/5), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (30/5), ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 1/2567 (ประมาณการครั้งที่ 2) (30/5), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย (Pending Home Sales) เดือน เม.ย. (30/5) และดัชนี PCE เดือน เม.ย. (31/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.3/-8.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -4.8/-4.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ