เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (27 ก.ค. 69) เปิดตลาดแข็งค่า 33.61 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา ครม. เคาะขยายเวลารับสิทธิ-ยื่นทบทวน ‘บัตรคนจน’ พร้อมปรับ 4 เกณฑ์
Politics จับตา ครม. เคาะขยายเวลารับสิทธิ-ยื่นทบทวน ‘บัตรคนจน’ พร้อมปรับ 4 เกณฑ์
รู้จัก “Ghost Downsizing” กลยุทธ์เงียบที่ซุ่มลดพนักงานโดยไม่มีใครรู้ตัว
HR รู้จัก “Ghost Downsizing” กลยุทธ์เงียบที่ซุ่มลดพนักงานโดยไม่มีใครรู้ตัว
พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
News พยากรณ์อากาศวันนี้ (27 ก.ค. 69) ฝนยังตกหนักบางแห่ง กทม. ฝนตก 40% ของพื้นที่
ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (27 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (27 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 1.57% อยู่ที่ 65,324 เหรียญสหรัฐ
ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 26 กรกฎาคม-1 สิงหาคม 2569
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
ดูทั้งหมด

LVMH ยอดขาย Q2/2024 ต่ำกว่าคาด โตแค่ 1% ตลาดจีนซบเซาเป็นเหตุ

24 ก.ค. 2567 | 13:17น.
LVMH

LVMH (แอลวีเอ็มเอช) อาณาจักรสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ยอดขายไตรมาส 2/2024 ต่ำกว่าคาด โตแค่ 1% เหตุจากยอดขายในจีนลดลง 

ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2024 LVMH (แอลวีเอ็มเอช) บริษัทสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์หลุยส์วิตตอง (Louis Vuitton) และแบรนด์หรูมากกว่า 75 แบรนด์ รายงานผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2024 ว่า ยอดขายโดยรวมของทั้งกลุ่มอยู่ที่ 20,980 ล้านยูโร (ประมาณ 821,700 ล้านบาท) เติบโต 1% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า (YOY) เมื่อพิจารณาบนฐานแบบออร์แกนิก ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการซื้อกิจการ เป็นการเติบโตที่ชะลอลงจากไตรมาสแรกของปีที่เติบโต 3% 

ส่วนผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก LVMH ทำรายได้ 41,700 ล้านยูโร เติบโตขึ้น 2% (YOY) และมีกำไรจากการดำเนินงาน 10,653 ล้านยูโร ลดลง 8% (YOY) ส่วนอัตรากำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 25.6% 

ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของแผนกแฟชั่นและเครื่องหนัง ซึ่งเป็นแผนกที่ใหญ่ที่สุดของกลุ่ม LVMH เติบโตขึ้นเพียง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ (Bernard Arnault) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ LVMH กล่าวว่า ผลประกอบการในครึ่งปีแรกสะท้อนถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งของ LVMH ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากความแข็งแกร่งของแบรนด์ต่าง ๆ และการตอบสนองของทีมงานในสภาวะเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ไม่แน่นอน 

“ในขณะที่ยังคงระมัดระวังในบริบทปัจจุบัน กลุ่มบริษัทกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังด้วยความมั่นใจ และจะพึ่งพาความคล่องตัวและทักษะของทีมงานในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านสินค้าหรูในปี 2024”

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ยอดขายของ LVMH ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งรวมถึงประเทศจีนลดลง 14% ในไตรมาสดังกล่าว แต่ยอดขายที่ลดลงในจีนถูกชดเชยบางส่วนโดยการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวจีนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในญี่ปุ่นที่ยอดขายเพิ่มขึ้น 57% เนื่องจากค่าเงินเยนที่อ่อนค่า

ขณะที่ รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า ยอดขาย 20,980 ล้านยูโร ในไตรมาส 2 ของ LVMH ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 6 คนที่ตอบแบบสอบถามในการสำรวจของ ลอนดอน สต็อก เอ็กซ์เชนจ์ กรุ๊ป (London Stock Exchange Group : LSEG) กลุ่มผู้ให้บริการข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานด้านตลาดการเงินจากอังกฤษ ที่คาดว่า LVMH จะทำรายได้ได้ 21,600 ล้านยูโร (ประมาณ 845,970 ล้านบาท) 

รายงานผลการดำเนินงานของ LVMH ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของยุโรป เกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับยอดขายสินค้าแฟชั่นที่อ่อนแอลงในประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของสินค้ากลุ่มนี้  

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานเพิ่มเติมว่า นับตั้งแต่ที่จีนยกเลิกข้อจำกัดการควบคุมโรคโควิด-19 เมื่อต้นปี 2023 ที่ผ่านมา ภาวะการจับจ่ายใน “จีน” ซึ่งเป็นตลาดสินค้าหรูที่ใหญ่ที่สุดในโลกก็อยู่ในภาวะ “ฝืด” อย่างยืดเยื้อมาเป็นเวลาเกิน 1 ปี 

สภาพความฝืดของการจับจ่ายส่งผลให้แบรนด์หรูหลาย ๆ แบรนด์ต้านทานภาวะตลาดไม่ไหว ถึงขั้นต้องยอมลดราคาลงอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน ส่วนบางแบรนด์ที่เคยลดราคามาก่อนก็ลดมากกว่าที่เคยทำมาในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายและระบายสินค้าออกจากคลัง แม้ว่าจะทำให้กำไรลดลงก็ต้องยอม