“มิดัส” เปิด 3 ท้าทายใหม่วงการพีอาร์ แนะเอเยนซี่ไทยเร่งปรับตัวรับมือ
midas
มิดัสพีอาร์ เผย 3 ความท้าทายใหม่วงการพีอาร์เอเยนซี่ ทั้ง AI ดาบสองคม ความเปราะบางทางการเมืองโลก และความซับซ้อนของสื่อ พร้อมแนะแนวทางรับมือ ก่อนเผยอาวุธลับชิงลูกค้าช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้ มั่นใจช่วยสร้างการเติบโตต่อเนื่องแน่นอน
ดร.คาริน โลหิตนาวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิดัส คอมมิวนิเคชั่น อินเตอร์เนชั่นเนล จำกัด หนึ่งในเอเยนซี่ด้านประชาสัมพันธ์ หรือพีอาร์เอเยนซี่สัญชาติไทยรายใหญ่ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้วงการพีอาร์เอเยนซี่ทั้งในไทยและทั่วโลกเกิดเทรนด์ใหม่ ๆ ที่ต้องจับตาจากการเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายขึ้นหลายด้าน ซึ่งมีการกล่าวถึงในงานสัมมนา PROI Worldwide Conference ที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ที่มีนักประชาสัมพันธ์กว่า 98 ราย จาก 38 ประเทศเข้าร่วม
ไม่ว่าจะเป็นทั้งความแพร่หลายของเทคโนโลยี AI, ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ความสนใจของผู้บริโภคในประเด็นสิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียมซึ่งเข้มข้นขึ้น ความซับซ้อนของช่องทางการสื่อสาร ไปจนถึงการแข่งขันชิงลูกค้าในวงการพีอาร์ที่ดุเดือด
โดยความแพร่หลายของเทคโนโลยี AI แม้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้กับธุรกิจด้วยการเป็นตัวช่วยลดภาระการทำงานเอกสาร เพิ่มความเร็วในการค้นคว้าวิจัยและนำเสนองาน แต่มาพร้อมความท้าทายด้านความถูกต้องของข้อมูล อาทิ การใช้ความสามารถของ Generetive AI สร้างภาพ-เสียงและข้อมูลเท็จหรือข้อมูลเท็จที่เกิดจากความผิดพลาดของ AI เองที่อาจส่งผลกระทบกับธุรกิจ
ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เช่น สงครามในยุโรปและตะวันออกกลาง การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ รวมไปถึงความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและความเท่าเทียมของผู้บริโภคที่เข้มข้นยิ่งขึ้น บีบให้แบรนด์ต่าง ๆ ต้องแสดงจุดยืนที่ชัดเจนออกมาและรักษาการแสดงออกให้ต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสัมพันธ์กับคู่ค้า ลูกค้า รวมไปถึงพนักงานในองค์กร
ตัวอย่าง เช่น ในเรื่องสิ่งแวดล้อม ความชัดเจนจะช่วยให้การกระทำของบริษัทไม่กลายเป็นการทำ Greenwashing หรือการทำเพื่อสิ่งแวดล้อมแบบเอาหน้า
นอกจากนี้ ช่องทางสื่อสารที่ซับซ้อนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่องทางออนไลน์และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์หลากหลายรูปแบบ ทำให้การวางแผนเลือกใช้สื่อ และติดตามวัดผลลัพธ์ของการทำพีอาร์ประชาสัมพันธ์ซับซ้อนมากขึ้นตามไปด้วย
ขณะเดียวกันปัจจุบันวงการธุรกิจพีอาร์เอเยนซี่ในไทยยังมีการแข่งขันดุเดือด เนื่องจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดปีละ 2-3 ราย ซึ่งจำนวนไม่น้อยเป็นผู้เล่นระดับภูมิภาคจากฮ่องกง และสิงคโปร์ ทำให้การแข่งขันชิงลูกค้าดุเดือดขึ้นแบบก้าวกระโดด
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิดัส คอมมิวนิเคชั่นฯ กล่าวต่อไปว่า ปัจจัยเหล่านี้ต่างส่งผลให้ผู้เล่นในธุรกิจพีอาร์เอเยนซี่ รวมถึงบริษัทต้องปรับตัวรับมือกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันชิงลูกค้า ซึ่งส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจอย่างยั่งยืนในระยะยาว
โดยสิ่งสำคัญที่สุดที่พีอาร์เอเยนซี่ต้องทำเพื่อรับมือความท้าทายเหล่านี้ คือ การลงทุนเพื่อเสริมพื้นฐานบุคลากรแบบรอบด้าน ทั้งดิจิทัล การเงิน การวิเคราะห์ข้อมูล ฯลฯ เพื่อให้สามารถใช้งานเทคโนโลยีอย่าง AI ได้มีประสิทธิภาพ รวมถึงสามารถวิเคราะห์โจทย์ของลูกค้า สถานการณ์ในตลาด และสร้างยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมออกมา ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับความแข็งแกร่งของบริษัท
นอกจากนี้ ยังต้องเน้นย้ำเรื่องความโปร่งใสในการใช้งานเทคโนโลยี AI ด้วยการเปิดเผยว่า มีการใช้งานด้านใดบ้าง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของทั้งลูกค้าและผู้บริโภค รวมถึงยังต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่เกิดจากข้อมูลเท็จรูปแบบต่าง ๆ เช่น ใช้เครื่องมือมอนิเตอร์สื่ออย่างใกล้ชิด และเตรียมแผนตอบสนองล่วงหน้า เพื่อลดความเสี่ยงของลูกค้า รวมไปถึงวางแผนลด-ฟื้นฟูความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
ส่วนการเลือกใช้สื่อนั้น พีอาร์เอเยนซี่ต้องทำการบ้านมากขึ้น ทั้งเพื่อคัดเลือกสื่อและสร้างความเข้าใจกับลูกค้า เนื่องจากบางกรณีจำนวนผู้ชมอาจไม่สำคัญเท่ากับการสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้อง
สำหรับทิศทางของมิดัส คอมมิวนิเคชั่นฯนั้น นอกจากการปรับตัวเหล่านี้แล้ว ช่วงไตรมาส 3-4 ของปี 2567 นี้ บริษัทยังเตรียมเปิดตัวบริการใหม่ที่เป็นไฮไลต์สำหรับชิงฐานลูกค้า อย่างการนำเทคโนโลยี AR หรือ Augmented Reality ซึ่งเป็นการซ้อนโลกเสมือนเข้ากับโลกจริง มาใช้ในการทำพีอาร์ประชาสัมพันธ์ คาดว่าจะสามารถเปิดตัวได้ในอีก 2-3 เดือนหลังจากนี้
ทั้งนี้ เชื่อว่าบริการใหม่จากเทคโนโลยี AR นี้ร่วมกับความเชี่ยวชาญด้านการสร้างกลยุทธ์แบบเทเลอร์เมดจะผลักดันให้บริษัทเติบโตต่อเนื่องแน่นอน