เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สปา-ฮาคูโฮโด มุ่งเติบโตก้าวกระโดด ด้วยพลังบวกในที่ทำงาน

03 ก.ย. 2567 | 09:46น.
จิรภัทร์ กาญจะโนสถ

จิรภัทร์ กาญจะโนสถ

บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด มีประสบการณ์มากกว่า 40 ปีในการสร้างแบรนด์และโฆษณา โดยปี 2567 บริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ โครงสร้าง และภาพลักษณ์องค์กร อีกทั้งยังปรับเปลี่ยนทีมบริหาร รวมถึงระบบปฏิบัติการต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะที่เป้าหมายทางธุรกิจเน้นเติบโตแบบก้าวกระโดด และก้าวไปสู่การทำงานในโลกยุคใหม่อย่างเต็มตัว

โดยยังคงยึดแผนของการพัฒนาองค์กร ซึ่งจะมีเรื่องคนเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดเสมอ ด้วยการผสมผสานปรัชญาการทำงานแบบญี่ปุ่น ที่ให้ความสำคัญกับมนุษย์ ความเข้าใจและใส่ใจผู้คนในทุก ๆ ด้าน

“จิรภัทร์ กาญจะโนสถ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สปา-ฮาคูโฮโด จำกัด กล่าวว่า ในทุก ๆ ปีบริษัทตั้งเป้าการเติบโตเท่ากับค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม คือ 3% แต่ปีนี้ บริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะเติบโตได้ถึง 10% อันเป็นผลจากแนวคิดการบริหารการเติบโตแบบก้าวกระโดด “The Era of Growth” พัฒนาองค์กรให้เข้ากับความต้องการของการแข่งขันที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ

โดยในปีนี้ บริษัทแตกกลุ่มธุรกิจ SPA ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจย่อย 3 กลุ่ม เพื่อให้บริการแบบเจาะจงกับความต้องการเฉพาะด้าน ได้แก่

  • หนึ่ง Space บริการเรื่องของการตลาดดิจิทัล
  • สอง Plant มุ่งเน้นการให้บริการเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ทางธุรกิจ และการนำเสนอโซลูชั่นทางการตลาดให้กับลูกค้า
  • สาม Archer รองรับกลุ่มธุรกิจจีน ที่เข้ามามีบทบาทในการขับเคลื่อนสินค้าและนวัตกรรมต่าง ๆ

“จิรภัทร์” กล่าวด้วยว่า บริษัทจะไม่สามารถทำตามเป้าหมายได้เลย หากไม่มีบุคลากรที่มีความสุขในการทำงาน เพราะบริษัทเชื่อในหลักการ Positive Energy พลังงานในที่ทำงานที่ดีจะทำให้พนักงานสร้างสรรค์ผลงานที่ดี (Happy Workplace, Happy Workpiece)

โดยเฉพาะอุตสาหกรรมโฆษณาที่เป็นอุตสาหกรรมที่ต้องใช้ความคิด และมีความกดดันรอบด้าน ทั้งนี้ การสร้างความสุขในองค์กรจะต้องพัฒนามาจากความเข้าใจว่า บุคลากรภายในองค์กรต้องการอะไร การทำความเข้าใจ Insight ของพนักงานจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะนำมาซึ่งการออกแบบสวัสดิการที่เหมาะสม

“การคัดเลือกคนมาทำงาน เราให้ความสำคัญกับ Soft Skills และ Hard Skills พอ ๆ กัน แต่ที่สำคัญเราจะดู Mindset ตอนนี้ สปา-ฮาคูโฮโด มีคนที่เป็น Generation ใหม่กว่าครึ่ง โดยอายุเฉลี่ย 30 ปี ซึ่งความคาดหวังของคนรุ่นใหม่ไม่ได้ต้องการทำงานเพื่อแลกกับเงินเพียงอย่างเดียว

แต่ให้ความสำคัญกับคุณค่าในมิติอื่น ๆ ที่เป็นแรงบันดาลใจในการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสุข ความรู้ สังคม ดังนั้น สิ่งที่บริษัททำคือ การพยายามทำความเข้าใจพนักงาน ให้ความสำคัญกับสิ่งที่พวกเขาต้องการ และตอบสนองความต้องการเหล่านั้นให้ได้มากที่สุด

และเราเชื่อว่า เหนือกว่า Work Life Balance คือ Work with Happiness ดังนั้น การมีความสุขในการมาทำงานทุกวัน ถึงแม้ว่าจะต้องอยู่ที่ออฟฟิศจนดึกดื่น แต่เชื่อว่าทุกคนจะเต็มใจและสนุกกับการทำงาน ด้วย Welfare & Well-being Program ที่พัฒนาจากความเข้าใจเพื่อพนักงานทุกคน”

Welfare & Well-being Program ของ สปา-ฮาคูโฮโด ถูกออกแบบผ่าน 3 แนวคิดหลัก ได้แก่

หนึ่ง Empower ประกอบด้วย การสนับสนุนให้เติบโตด้านความรู้ วิธีคิด และหน้าที่การงาน

พนักงานจะถูกส่งเสริมให้เติบโตในความรู้ด้วยการเรียนรู้ผ่านการทำงานจริง เรียนรู้ผ่านการฝึกฝนจากหัวหน้างาน และเรียนรู้ผ่านคอร์สการฝึกอบรม หรือเครื่องมือต่าง ๆ ที่บริษัทจัดให้

สำหรับการเติบโตในวิธีคิด บริษัทจัดให้มี Career Coach และ Life Coach ส่งเสริมให้พนักงานมีทัศนคติที่ดีในการทำงาน เข้าใจและสามารถออกแบบเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงวิธีคิดที่ทำให้ชีวิตก้าวหน้าอย่างมั่นคงและมีความสุข

และการเติบโตในหน้าที่การงาน บริษัทส่งเสริมให้พนักงานได้มีความเติบโตในสายอาชีพ พร้อมกับได้รับสวัสดิการที่ดี และเหมาะสม เป็นธรรม ที่สปา-ฮาคูโฮโด อายุไม่ใช่อุปสรรคในการเติบโต เราเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่เสมอ โดยจะเห็นได้จากผู้บริหารแต่ละยูนิตของเรา บางคนอายุเพียง 30 ปี ถ้าพวกเขา Perform ได้ดี เราก็ไม่กีดกัน และให้ความเชื่อใจ (Trust) ให้บริหารพอร์ตใหญ่ ๆ ซึ่งที่ผ่านมาก็ประสบความสำเร็จ

สอง Engagement ในหนึ่งสัปดาห์พนักงานจะสามารถเลือก Work from Home ได้ตามความเหมาะสม ดังนั้น เพื่อรักษาความผูกพันในองค์กร บริษัทจึงสร้างสรรค์กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างความรักและความสามัคคีภายในองค์กร เช่น Wednesday Free Lunch ทุกวันพุธจะเป็น 1 วันที่พนักงานเข้ามาพบกันและได้ใช้เวลาทานอาหารกลางวันร่วมกันในออฟฟิศ,

Friday Friyay ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันนอกห้องประชุมหลังจากการทำงานหนักทั้งอาทิตย์ ด้วยการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และมีอาหาร เครื่องดื่ม ให้พนักงานได้สังสรรค์, Festive Gathering การจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสำคัญ และเป็นเวทีให้พนักงานได้แสดงความคิดสร้างสรรค์นอกเหนือจากเรื่องงาน

สาม Empathy การสร้างความเข้าใจและการแสดงความใส่ใจระหว่างทุกคนในองค์กร ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น Monday Early Bird บริษัทรู้ว่าทุกวันจันทร์มักมีรถติด และอยากให้พนักงานได้เริ่มต้นสัปดาห์อย่างสดใส จึงเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ฟรี, Power Nap มุมพักผ่อน พร้อมเก้าอี้นวดไฟฟ้า เพื่อให้พนักงานได้ไปพักสายตานอนพักเติมพลัง,

Compensate Leave พนักงานที่ทำงานในวันหยุด ได้สิทธิลาหยุดชดเชยในวันอื่น, Birthday Celebration & Leave สิทธิวันลาพิเศษในเดือนเกิด, Bonus Break การแสดงความใส่ใจกับพนักงานในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น ให้ของขวัญขอบคุณพนักงานวันแรงงาน ให้สิทธิ Work from Anywhere ได้ในวันพฤหัสบดีและศุกร์, Club Monday โอกาสถามตอบกับผู้บริหารทุกเช้าวันจันทร์ เพื่อส่งเสริมการเข้าถึงและสร้างความเข้าใจระหว่างกัน และ Happy Tummy ขนมและบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่หยิบทานได้ตลอดฟรี

สปา-ฮาคูโฮโด เชื่อว่า นอกเหนือจากประสบความสำเร็จทางธุรกิจแล้ว ยังต้องประสบความสำเร็จในการเป็นต้นแบบขององค์กรที่น่าอยู่อีกด้วย