เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

82 ปี “สหพัฒนพิบูล” Best Places to Work คุณธรรมนำองค์กร

31 ธ.ค. 2567 | 08:48น.

“สหพัฒนพิบูล” หรือ SPC เป็นบริษัทมหาชนขนาดใหญ่ที่อยู่คู่เมืองไทยมานานถึง 82 ปี และเป็นผู้ประกอบการที่ใกล้ชิดผู้บริโภคมากที่สุด เนื่องจากเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคนับร้อยนับพันชนิด โดยมีศูนย์กระจายสินค้ามากกว่า 76 จุดทั่วประเทศ

แน่นอน “วัฒนธรรมองค์กร” ของทุนกลุ่มนี้ย่อมมีความน่าสนใจ ภายใต้แบบฉบับของตัวเอง

นพวรรณ คล้ายโอภาส
นพวรรณ คล้ายโอภาส

การฟังเสียงของพนักงานคือหัวใจ

“นพวรรณ คล้ายโอภาส” ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า วิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจของสหพัฒนพิบูล ตลอดระยะเวลา 82 ปีของการก่อตั้ง บอกได้เลยว่าผู้บริหารต่างยึดมั่นคุณธรรมเป็นหลักสำคัญ และเน้นการทำงานด้วยความมีวินัย จริงใจ เคารพซึ่งกันและกัน

ทำให้ “คนรุ่นใหม่” และพนักงานอาวุโสที่เราเรียกว่า “รุ่นเก๋า” นั้น สามารถทำงานเป็นทีม และก้าวเดินไปในทิศทางเดียวกันได้

มีความกล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงความคิดเห็น เปิดกว้าง พร้อมรับฟังกันและกัน ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่หล่อหลอมทุกอย่างให้กลายเป็นวัฒนธรรมขององค์กร

“องค์กรเราเข้มแข็ง แต่แฝงไปด้วยความยืดหยุ่น โดยเฉพาะการฟังเสียงของพนักงานถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานอย่างต่อเนื่องในแบบฉบับของสหพัฒนพิบูล”

ส่งผลให้องค์กรมีความโดดเด่นจนได้รับรางวัล “TOP 50 Companies in Thailand” 2 ปีซ้อน

ล่าสุดปี 2024 สหพัฒนพิบูลติดอันดับที่ 28 ใน 50 องค์กรชั้นนำในไทยที่คนรุ่นใหม่อยากร่วมงานด้วยมากที่สุด ขณะที่ปี 2023 ซึ่งเป็นปีแรกที่อยู่อันดับ 40

รู้จริง ทำจริง และเชี่ยวชาญ

“นพวรรณ” กล่าวอีกว่า ฝ่าย HR ได้รับนโยบายจากผู้บริหาร ภายใต้เป้าหมายที่ชัดเจนคือ อยากให้สหพัฒนพิบูลเป็นองค์กรที่คนรุ่นใหม่อยากเข้ามาทำงานด้วย

แล้วสิ่งที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ เราต้องเปิดกว้างทั้ง “ความรู้” และ “ความรู้สึก” ของคนที่้จะเข้ามาเป็นพนักงาน

จากการทำแบบสำรวจความผูกพันของพนักงานที่มีต่อองค์กร (Employee Engagement Survey) เพื่อนำผลสำรวจมาปรับปรุงการบริหารองค์กรในด้านต่าง ๆ ทำให้องค์กรน่าอยู่มากยิ่งขึ้น โดยบริษัทได้มีการปรับสวัสดิการพื้นฐานให้ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันในทุก ๆ ปี

ซึ่งมี 3 คุณค่าหลักที่องค์กรส่งมอบให้พนักงานมาตลอด ประกอบด้วย

1.“ความร่วมมือ ร่วมใจ” (Collaboration) การทำงานเป็นทีม โดยการตั้งทีม Task Force ขึ้นมาทำโครงการใดโครงการหนึ่ง ให้พนักงานมีส่วนร่วม มีการแบ่งหน้าที่กันทำในส่วนที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญ เพื่อค้นหา “จุดแข็ง” ของแต่ละคน แล้วสร้างจุดแข็งของทีม และนำจุดแข็งแต่ละทีมไปใช้ เพื่อรับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างเหมาะสม

2.“รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ” (Expertise) ด้วยการถ่ายทอดความรู้จากคนเก่าสู่คนใหม่ หรือการเรียนรู้จริง ทำจริง โดยพนักงานรุ่นที่ 1 มากประสบการณ์จะเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลสอนงานอย่างใกล้ชิดใน 1 เดือนแรก ถ่ายทอดความรู้ ความเชี่ยวชาญ ทำให้เกิดการเรียนรู้งานจริง ได้ลงมือทำจริงตั้งแต่ก้าวแรกในการทำงาน

3.“ความภาคภูมิใจคู่สังคมไทย” (Pride) จากการสัมภาษณ์ผู้บริหารและพนักงานที่เข้ามาทำงานในปีแรก และพนักงานอายุงาน 20 ปี ทุกคนล้วนรู้สึกมีความภาคภูมิใจที่ได้อยู่ใน “องค์กรของคนไทยเพื่อคนไทย” มีโอกาสได้แบ่งปันคืนสู่สังคมและได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนานความซื่อสัตย์ที่อยู่คู่องค์กรมายาวนาน

นี่คือสิ่งที่ “คนสหพัฒนพิบูล” จะได้รับทั้งหมด และที่มากไปกว่านั้นคือ การได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งที่ได้อยู่ในช่วงเวลาสำคัญขององค์กร ร่วมกันขับเคลื่อนเพื่อเปลี่ยนผ่านไปสู่อนาคตที่ดีงามและแข็งแกร่ง

ผสมผสาน DNA หลายเจเนอเรชั่น

ปัจจุบัน SPC มีพนักงานทั้งหมด 3,000 คน แบ่งเป็น พนักงานประจำ 1,500 คน พนักงานรายวันอีก 1,500 คน ในจำนวนดังกล่าวแยกเป็น พนักงานเจน Z (อายุน้อยกว่า 27 ปี) คิดเป็น 11.3% พนักงานเจน Y (อายุ 27-44 ปี) คิดเป็น 62.9% และพนักงานเจน X (อายุ 45-60 ปี) คิดเป็น 24.7% และพนักงาน Baby Boomer (อายุ 60 ปีขึ้นไป) คิดเป็น 1.1%

“จะเห็นได้ว่าพนักงานที่นี่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงอายุ 27-44 ปี แนวโน้มหลังจากนี้เจเนอเรชั่นใหม่จะเริ่มเข้ามามากขึ้นเรื่อย ๆ เฉลี่ยปีละ 2%”

วัฒนธรรมองค์กรของที่นี่จึงมีความเป็นพี่เป็นน้อง ด้านการทำงานก็เน้นเรื่อง Work Life Balance ไม่ว่าจะเป็นพนักงานระดับไหนก็สามารถพูดคุยกันได้ ห้องของผู้บริหารระดับสูงก็พร้อมเปิดกว้างรับความคิดเห็นใหม่ ๆ ของทุกเจเนอเรชั่น

“พนักงานทุกคนต่างต้องการความก้าวหน้าในอาชีพและมีรายได้ที่เหมาะสม ผู้บริหารจึงให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ เพราะนั่นหมายถึงคุณภาพชีวิตของพนักงานและครอบครัว”

เปิดเวทีคนรุ่นใหม่โชว์ศักยภาพ

บอสใหญ่ฝ่าย HR ย้ำอีกว่า สหพัฒนพิบูลเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่แสดงความรู้ความสามารถเต็มที่ พนักงานใหม่จะไม่มีการระบุในเรื่องของเพศสภาพเพื่อความเท่าเทียม แต่เน้นความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่เหมาะสมกับสายงานที่เปิดรับ

สำคัญที่สุดคือ “ทัศนคติต่อการทำงาน” เนื่องจากเราเป็นองค์กรที่มีหลายเจน ดังนั้น การรับพนักงานใหม่ คุณสมบัติที่ต้องมีคือ การมี Growth Mindset มีความยืดหยุ่น มีทักษะด้านการสื่อสารที่สามารถร่วมงานได้กับทุกเจเนอเรชั่น

ซึ่งจุดนี้จะเหมาะกับสินค้าของเครือที่มีความหลากหลายเช่นกัน คนรุ่นใหม่ที่เข้ามาร่วมงานจะได้โชว์ศักยภาพเต็มที่ พร้อมเปิดโอกาสให้เสนอไอเดียและถูกนำไปใช้จริง นับเป็นเวทีใหญ่ที่ทุกคนได้โชว์ฝีมือ ภายใต้การทำงานที่เปิดกว้างด้วยบรรยากาศที่อบอุ่น เป็นครอบครัวเดียวกัน

นอกจากมีเวทีเปิดกว้างแล้ว สหพัฒนพิบูลยังมุ่งพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถให้พนักงานอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด “Personalize your Learned Through SAHAPAT Training Program รู้จริง ทำจริง เชี่ยวชาญ Expertise to Excellence”

โดยมองว่า “พนักงานเป็นสิ่งที่มีคุณค่าที่สุด” และเป็นปัจจัยสำคัญที่นำองค์กรไปสู่ความสำเร็จ เราจึงจัดโปรแกรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น Marketing Development Program หลักสูตรด้านการตลาดสำหรับฝ่ายการตลาดและฝ่ายขาย

หลักสูตร Leadership Program โดยผู้ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรจาก CBS Academy คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อสร้างประสบการณ์เรียนรู้ให้กับพนักงาน เพื่อให้ทุกวันคือวันที่เก่งขึ้น

พร้อมรับมือภารกิจและความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อการเรียนรู้ไม่รู้จบ ฝึกฝนทำงานจริงกับมืออาชีพ ปลดปล่อยศักยภาพที่แท้จริง กล้าทำจนเกิดความเชี่ยวชาญ

เปิดเวทีให้พนักงานพัฒนาศักยภาพด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ภายใต้โครงการ The New Thinking Group Award เปิดรับพนักงานจากทุกหน่วยงานเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กร ไม่ปิดกั้นไอเดียใหม่ ๆ ได้เรียนรู้จากผู้ทรงคุณวุฒิที่มาให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพื่อต่อยอดความคิด ผลักดันองค์กรก้าวไปข้างหน้า

นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามาเรียนรู้และฝึกประสบการณ์วิชาชีพ มีหลายคนได้โอกาสเข้าร่วมงานต่อ ซึ่งทุกรุ่นที่ฝึกจบจะสะท้อนสิ่งที่ได้เรียนรู้จากบริษัทและมุมมองที่มีต่อองค์กร เพื่อเราจะได้ปรับเปลี่ยนให้ตรงกับตลาดการจ้างงานที่เราต้องการ

“เราอยู่ในช่วงเปลี่ยนถ่ายเจเนอเรชั่นใหม่ ๆ พนักงานจะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรให้เก่าและทันสมัย ฝ่าย HR จึงเป็นปราการด่านแรกที่ต้องมี Growth Mindset ที่ดี สื่อสารให้เป็น และยืดหยุ่นสูง เพื่อหาจุดที่ลงตัว”

นับเป็นความท้าทาย คิดว่าเราเดินมาถูกทางแล้ว แบบค่อยเป็นค่อยไป ที่ผสมผสานระหว่างประสบการณ์กับเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงองค์กรสู่ความมั่นคงยั่งยืน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

HR สหพัฒนพิบูล