หลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มประโยชน์ทดแทน ม.33 กรณีว่างงาน จากเหตุถูกเลิกจ้าง จากอัตราร้อยละ 50 เป็นร้อยละ 60
ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เมื่อวันที่ 6 พ.ค. ที่ผ่านมา (ฉบับที่…) พ.ศ. … ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณาแล้ว และให้ดำเนินการต่อไปได้ รวมทั้งให้กระทรวงแรงงานรับความเห็นของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย
สาระสำคัญ กระทรวงแรงงานเสนอว่า
1.ปัจจุบันลูกจ้างที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เพราะถูกเลิกจ้างมีสิทธิได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานตามกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ. 2547 ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ดังนั้นเพื่อบรรเทาภาระการดำรงชีพของผู้ประกันตนจากสภาพเศรษฐกิจ
ในปัจจุบัน จึงเห็นสมควรปรับเพิ่มให้ผู้ประกันตนได้รับเงินทดแทนในกรณีว่างงานในอัตราที่สูงขึ้น ทั้งนี้โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนประกันสังคม
2.ในคราวประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาและปรับปรุง พัฒนาเกี่ยวกับขอบข่ายความคุ้มครองประกันสังคม การจัดเก็บเงินสมทบและการพัฒนาสิทธิประโยชน์กองทุนประกันสังคม ครั้งที่ 6/2567 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2567 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง โดยให้ลูกจ้าง มีสิทธิได้รับเงินทดแทนในอัตราร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวัน และให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 180 วัน เพื่อเสนอคณะกรรมการประกันสังคมพิจารณา
3.ต่อมาในคราวประชุมคณะกรรมการประกันสังคม (ชุดที่ 14) ครั้งที่ 18/2567 เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2567 ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบการปรับเพิ่มประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง ในอัตราดังกล่าวตามข้อ 2 ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงแรงงาน เห็นชอบการแก้ไขร่างกฎกระทรวงดังกล่าวด้วยแล้ว
4.กระทรวงแรงงานจึงได้เสนอร่างกฎกระทรวงนี้ ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน พ.ศ. 2567 โดยปรับเพิ่มอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงานเพราะเหตุถูกเลิกจ้าง จากอัตรา “ร้อยละ 50 ของค่าจ้างรายวันสำหรับการว่างงาน เพราะเหตุถูกเลิกจ้างฯ” เป็น “ร้อยละ 60 ของค่าจ้างรายวันสำหรับการว่างงานเพราะถูกเลิกจ้างฯ” ทั้งนี้ ให้ได้รับครั้งละไม่เกิน 180 วันเช่นเดิม
5.การปรับเพิ่มอัตราการได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีว่างงาน เพราะเหตุถูกเลิกจ้างตามร่างกฎกระทรวงในเรื่องนี้ กระทรวงแรงงานได้ดำเนินการตามมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แล้ว
โดยประมาณการรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มอัตราเงินทดแทนดังกล่าว ประมาณ 1,035.40 ล้านบาทต่อปี (แต่ละปีจะเพิ่มขึ้นตามร้อยละของเงินเดือนหรือค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากการจ่ายเงินทดแทนคิดจากเงินเดือนหรือค่าจ้าง) อย่างไรก็ดี จากข้อมูลการวิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์ประกันภัย การปรับเพิ่มเงินทดแทนดังกล่าวจะมีต้นทุนค่าใช้จ่ายเพิ่มจากร้อยละ 0.53 ของค่าจ้าง เป็นร้อยละ 0.62 ของค่าจ้าง
ซึ่งยังคงน้อยกว่าเงินสมทบที่จัดเก็บ รวมถึงกองทุนประกันสังคมยังสามารถรองรับวิกฤตสถานการณ์ว่างงานสูงกว่าปกติ 4 เท่า เป็นระยะเวลามากกว่า 3 ปี 6 เดือน ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อสถานะของกองทุนประกันสังคม
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการเกิดสิทธิกรณีว่างงาน
1.จ่ายเงินสมทบมาแล้ว 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนการว่างงานกับนายจ้างรายสุดท้าย หรือกรณีผู้ประกันตนว่างงานเนื่องจากเหตุสุดวิสัย
2.มีระยะเวลาการว่างงานตั้งแต่ 8 วันขึ้นไป
3.ผู้ประกันตนต้องขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th/) ของสำนักงานจัดหางานของรัฐภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ลาออกหรือถูกเลิกจ้าง หรือสิ้นสุดสัญญาจ้างจึงจะมีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานนับแต่วันที่ 8 ของการว่างงาน
4.ต้องรายงานตัวตามกำหนดนัดผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (เว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th/) ของสำนักงานจัดหางานไม่น้อยกว่าเดือนละ 1 ครั้ง
5.เป็นผู้มีความสามารถในการทำงาน และพร้อมที่จะทำงานที่เหมาะสมตามที่จัดให้
6.ต้องไม่ปฏิเสธการฝึกงาน
7.ผู้ที่ว่างงานต้องไม่ถูกเลิกจ้างเนื่องจากกรณี ดังนี้
ทุจริตต่อหน้าที่กระทำผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
-ฝ่าฝืนข้อบังคับ หรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายในกรณีร้ายแรง
-ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 7 วันทำงานติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุอันควร
-ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
-ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษา
-ต้องมิใช่ผู้มีสิทธิได้รับประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
ย้ำกองทุนมีเสถียรภาพมั่นคง พร้อมต่อยอดดูแลผู้ประกันตนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี