รัสเซียระดมยิงฝูงโดรน มิสไซล์ ถล่มยูเครนทางอากาศครั้งใหญ่สุด
รัสเซียเปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่ยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดในสงคราม คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 12 ราย
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า กองกำลังรัสเซียยิงโดรนและขีปนาวุธ 367 ลูกถล่มเมืองต่าง ๆ ของยูเครนเมื่อคืนนี้ รวมถึงกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ที่สุดในสงครามยูเครนจนถึงขณะนี้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 รายและบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครนเรียกร้องให้สหรัฐซึ่งแสดงท่าทีที่อ่อนลงทั้งต่อรัสเซียและวลาดิมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ออกมาพูด
“การนิ่งเฉยของอเมริกาและการนิ่งเฉยของคนอื่น ๆ ในโลกก็เป็นแต่เพียงกำลังใจต่อปูตินเท่านั้น” เซเลนสกีเขียนบนเทเลแกรม และว่าในทุกการโจมตีที่เป็นการก่อการร้ายนี้ของรัสเซียสมควรถูกแซงก์ชั่นทุกรอบ
ต่อมา โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐตอบโต้ด้วยการวิพากษ์วิจารณ์ปูติน กล่าวว่าตนไม่พอใจในสิ่งที่ปูตินทำ เพราะเขาฆ่าคนไปมากมาย ซึ่งทรัมป์กล่าวกับนักข่าวในนิวเจอร์ซีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคม เวลาท้องถิ่น ก่อนขึ้นเครื่องบินกลับทำเนียบขาวจากสโมสรกอล์ฟ Bedminister ของตน
และกล่าวอีกว่า ตนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับปูตินกันแน่ แม้รู้จักกันมานานแล้ว สนิทกันมาตลอด แต่เขากลับยิงจรวดใส่เมืองต่าง ๆ และสังหารผู้คน ในขณะที่เรากำลังคุยกันอยู่ (เรื่องหยุดยิง) และปูตินก็ยิงจรวดใส่กรุงเคียฟและเมืองอื่น ๆ
เมื่อถูกถามว่าเขากำลังพิจารณาคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติมหรือไม่ ทรัมป์ตอบว่า “แน่นอน” และต่อมา ทรัมป์ระบุอีกว่าปูตินเป็นบ้าไปแล้วอย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์เซเลนสกีด้วย ว่าเขาไม่ชอบคำพูดของเซเลนสกี จึงเห็นว่าผู้นำยูเครนควรหยุดพูดจะดีกว่า
กองทัพอากาศยูเครนกล่าวว่ารัสเซียยิงโดรน 298 ลำและขีปนาวุธ 69 ลูกในการโจมตีเมื่อคืน แม้ว่ายูเครนจะระบุว่าสามารถยิงสกัดโดรน 266 ลำและขีปนาวุธ 45 ลูกได้ก็ตาม แต่ความเสียหายขยายไปยังศูนย์กลางภูมิภาคหลายแห่ง รวมถึงเมืองใหญ่อันดับสองของยูเครนอย่างคาร์คิฟ รวมถึงไมโคไลฟทางตอนใต้ และเทอร์โนปิลทางตะวันตกด้วย
คีธ เคลล็อกก์ ผู้แทนพิเศษของสหรัฐประจำยูเครน กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการละเมิดอนุสัญญาเจนีวาและพิธีสารเพิ่มเติมปี 1977 (1977 Geneva Peace Protocols) อย่างชัดเจน และเรียกร้องให้หยุดยิงทันที