LGBTQ+ กับความยุติธรรม ความหลากหลายยังต้องดิ้นรนในระบบที่ไม่เท่าเทียม
คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : อ.นุตกานต์ ทองสันทัด อ.ดร.พรรษพร สุวรรณากาศ คณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต
ในยุคที่สายรุ้งไม่ใช่แค่สัญลักษณ์ของฝน แต่หมายถึง การยืนหยัดของกลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศ
การแต่งงานในเพศเดียวกัน ถูกกฎหมายแล้วในหลายประเทศ การรับรู้การมีอยู่ของ LGBTQ+ ต่อทางสังคมดีขึ้นเรื่อย ๆ
แต่ในมุมที่เงียบงัน ยังมีเรื่องราวที่ไม่ถูกหยิบยกมาพูดถึง อาทิ ความรุนแรง การเลือกปฏิบัติ ความอยุติธรรมที่กลุ่ม LGBTQ+ ยังต้องเผชิญอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง
เพราะรสนิยมทางเพศไม่ใช่เรื่องที่ใครจะเลือกได้
ก่อนที่จะเล่าไปถึงเรื่องอาชญากรรมและกระบวนการยุติธรรม สิ่งหนึ่งที่ควรเข้าใจก่อน คือ “LGBTQ+ ไม่ได้เป็นความผิดปกติ”
มีงานวิจัยระดับโลกยืนยันแล้วว่า อัตลักษณ์ทางเพศเป็นเรื่องที่มีรากมาจากพันธุกรรม ฮอร์โมน และสิ่งแวดล้อม ไม่ใช่เป็นเพียงพฤติกรรม
การพยายามบำบัดให้เปลี่ยนรสนิยมทางเพศ ไม่เพียงแต่จะไม่ได้ผล แต่อาจก่อให้เกิดบาดแผลทางใจด้วย
ในงานวิจัยด้านพันธุศาสตร์วิเคราะห์แนวโน้มคนกว่า 470,000 คน พบว่า ไม่มี “ยีนเกย์” ที่ถูกระบุชัดว่า เป็นสาเหตุของความหลากหลายทางเพศ
ดังนั้น รสนิยมทางเพศนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของความหลากหลายทางชีวภาพของมนุษย์ และไม่มีความผิดปกติใด ๆ ของยีนที่เกี่ยวข้อง
นอกจากการต้องเผชิญกับการถูกตีตราจากสังคมสู่การเรียกร้องสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมที่ทุกคนพึงมี
กลุ่ม LGBTQ+ ยังคงเผชิญความท้าทายจากอคติและความเกลียดชังที่ทวีความรุนแรงไปจนถึงการก่ออาชญากรรมความเกลียดชังทางเพศ
กลุ่มคนไบเซ็กชวลมีแนวโน้มถูกทำร้ายร่างกายสูงถึง 133 คนต่อประชากร 1,000 คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 7 เท่า
ปีที่ผ่านมา พบอาชญากรรมที่เกิดจากความเกลียดชังต่อ LGBTQ+ เพิ่มขึ้นกว่า 20% โดยเฉพาะกลุ่มคนข้ามเพศ
“ความเจ็บลึกที่มองไม่เห็น” ไม่เพียงแต่เป็นบาดแผลทางกาย แต่รวมถึงบาดแผลทางจิตใจที่ยากจะเยียวยา
สิ่งที่น่ากังวลคือ เมื่อเกิดสถานการณ์ที่จะต้องคลี่คลาย กระบวนการยุติธรรมจะยุติเรื่องราวด้วยความเป็นธรรมจริงหรือ ?
แล้วเราจะไปทางไหน ? เพราะทุกคนควรมีที่ยืนในสังคม
เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวและไม่ควรถูกมองข้าม หากเราปรารถนาสังคมที่ปลอดภัย เท่าเทียม และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง
ควรมีแนวทางที่จะสามารถ “ยกระดับสิทธิมนุษยชน” ต่อการเข้าใจในความหลากหลายมากขึ้น
อาทิ การปรับปรุงหรือยกเลิกกฎหมายหรือมาตรการที่เลือกปฏิบัติต่อบุคคลตามอัตลักษณ์ทางเพศ ควบคู่ไปกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและเท่าเทียม
การส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิและสวัสดิการ, การสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับใช้กฎหมาย และการปรับปรุงสถานที่แก้ไขฟื้นฟูให้เหมาะสมกับอัตลักษณ์
รวมไปถึง การผลักดันสถาบันการศึกษาสู่ฐานะผู้มีบทบาทสนับสนุนการเรียนรู้ความหลากหลายที่จะโอบรับและเคารพความแตกต่างได้อย่างแท้จริง
LGBTQ+ ไม่ควรเดินบนถนนที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เพียงเพราะความเป็นตัวตนของตนเอง
หากเรายอมรับ “ความหลากหลายคือความงาม” เราก็ต้องยอมรับว่า ความเป็นธรรมต้องเป็นของทุกคน ไม่ว่าจะเพศไหนหรือรักใครก็ตาม