เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เปิดโปงนอมินีต่างชาติ ! ใช้ Big Data ตรวจสอบถือครองที่ดินแฝงด้วย Creden Data

18 ก.ค. 2568 | 08:09น.
norminy

norminy

คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

ในยุคที่ “ข้อมูล” คืออาวุธสำคัญของรัฐในการรักษาความมั่นคงและเสริมสร้างธรรมาภิบาล บริษัทเทคโนโลยีไทยอย่าง “Creden Data” ได้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำกำลังสำคัญในการสนับสนุนการทำงานของรัฐสภา โดยเฉพาะการตรวจสอบปัญหาการถือครองที่ดินของชาวต่างชาติ ภายใต้ข้อจำกัดของกฎหมายไทย ผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ซับซ้อนของบริษัทนิติบุคคลในประเทศไทย

ภายใต้ความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ ทีม Creden Data ได้รวบรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อนำมาวิเคราะห์ด้วยเครื่องมือ Big Data และ Machine Learning

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีบริษัทที่จดทะเบียนในประเทศไทยที่ชาวต่างชาติ (จีน) ที่ถือหุ้น และถือครองที่ดินอยู่ทั้งหมดนับแสนราย เมื่อนำไปจับคู่กับข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ซึ่งมีบริษัทที่ได้รับการส่งเสริมเพียง 13,277 ราย กลับพบว่า มีเพียง 679 บริษัทที่ตรงกัน และมีอีกกว่า 21,953 บริษัทที่ไม่มีข้อมูลการได้รับสิทธิจาก BOI แต่อย่างใด ซึ่งถือเป็นจุดสังเกตสำคัญ เนื่องจากกฎหมายไทยอนุญาตให้ต่างชาติถือครองที่ดินได้ในกรณีที่ได้รับสิทธิพิเศษจาก BOI เท่านั้น

ทีมงานได้ขยายผลด้วยการสุ่มตรวจสอบบริษัทที่ถือครองที่ดิน แต่ไม่มีข้อมูลการลงทะเบียนกับ BOI หนึ่งในกรณีศึกษาที่น่าสนใจคือมีบริษัทหนึ่งจากข้อมูลในระบบของ Creden Data พบว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่สุดของบริษัทดังกล่าวเป็นคนไทย แต่เมื่อพิจารณาในระดับ “ผู้มีอำนาจ” กลับพบว่า เป็นชาวจีน ซึ่งเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในบริษัทอย่างแท้จริง การสืบค้นต่อไปในระบบความสัมพันธ์ของ Creden Data เปิดเผยว่า ชาวจีนคนนั้นยังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 51% ในบริษัทหนึ่งอีกเช่นเดียวกัน ซึ่งก็ถือครองที่ดิน และไม่ได้ลงทะเบียนกับ BOI อีกด้วย

เมื่อข้อมูลการถือหุ้นของชาวจีนคนนั้นถูกนำไปตรวจสอบเพิ่มเติมผ่านระบบฟีเจอร์จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐของ Creden Data กลับพบว่า บริษัทของเขามีการ “รับงานภาครัฐ” และน่าตกใจยิ่งกว่าเมื่อตรวจสอบพบว่า ตัวเลขมูลค่างาน สูงกว่าราคากลางที่ภาครัฐกำหนดไว้ โดยใช้งบประมาณในลักษณะ “วิธีเฉพาะเจาะจง” ซึ่งอาจนำไปสู่ข้อสงสัยว่า มีการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบหรือไม่

การเปิดเผยดังกล่าวไม่เพียงเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ แต่ยังเป็นโมเดลที่ชัดเจนของการนำเทคโนโลยี Big Data ไปใช้ในเชิงนโยบายสาธารณะ ซึ่งนำไปสู่ข้อเสนอสำคัญหลายประการ เช่น

1.การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐ อาทิ BOI, กรมที่ดิน, กรมพัฒนาธุรกิจ

2.การออกแบบระบบแจ้งเตือน (Alert System) เมื่อพบความไม่ตรงกันระหว่างข้อมูลผู้ถือหุ้น ผู้มีอำนาจ และสิทธิการครอบครองที่ดิน

3.การสร้างระบบวิเคราะห์ความเสี่ยงด้านความมั่นคงเชิงเศรษฐกิจ สำหรับการลงทุนข้ามชาติที่แฝงด้วยพฤติกรรมต้องสงสัย

4.การสนับสนุนภารกิจของฝ่ายนิติบัญญัติและคณะกรรมาธิการ ในการวิเคราะห์ปัญหาเชิงระบบโดยอิงหลักฐาน

กรณีศึกษานี้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึก (Data Intelligence) สามารถมีบทบาทสำคัญในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ สร้างธรรมาภิบาล และลดช่องว่างของระบบราชการได้อย่างเป็นรูปธรรม Creden Data ไม่ใช่เพียงแพลตฟอร์มวิเคราะห์ธุรกิจ แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่รัฐสามารถใช้เพื่อ “รู้เท่าทัน” พฤติกรรมของนักลงทุนต่างชาติที่อาจแฝงตัวผ่านโครงสร้างซับซ้อน เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดทางกฎหมาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

นอมินี บิ๊กดาต้า (Big Data)