เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบรอบ 1 ปี วันสวรรคต พระพันปีหลวง
ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
Business ท่องเที่ยวหนุน WTCE 2026 เชื่อมธุรกิจไทย-จีน-นานาชาติ ดันท่องเที่ยว เทคโนโลยี กีฬา บันเทิงสู่โอกาสใหม่
แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
Biz Movement แฟนหนังสือต่อคิวล้นรอพิธาแจกลายเซ็นต์ แนะ 3 ข้อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
Tech “CX สู่ AX” BBIK ใช้ AI พลิกเกมแอปการเงิน ย้ำประสบการณ์ลูกค้าต้องเป็นวาระ CEO
‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
Economic ‘มังคุดนอกฤดู’ ภาคใต้เนื้อหอม พ่อค้ารุมจองเหมาสวนลุ้นราคาแตะร้อย
จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
SD Talk จะ Update โครงสร้างเงินเดือนวิธีไหนดี
คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
Economic คพ. แจงผลตรวจคุณภาพน้ำกรณีปลาตาย จ.ปราจีนบุรี เร่งตรวจสอบสาเหตุเพิ่มเติม
วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
Economic วิรไท-สมเกียรติ แห่ง TDRI กางปัจจัยเสี่ยงประเทศไทย ในโลกที่ไม่แน่นอน
ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
เศรษฐกิจภูมิภาค ถอดบทเรียนมหาอุทกภัย ปรับเกณฑ์ยกธงเหลือง-ธงแดง เตือนน้ำท่วมหาดใหญ่ปี 69
มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
World มูดี้ส์ไม่หั่นเครดิตฝรั่งเศส โยนโจทย์ปราบเซียนคลัง สภาแขวนชี้ชะตาประเทศ
ดูทั้งหมด

พาณิชย์ตั้งศูนย์ One Stop Service ช่วยเอกชน-SMEs รับภาษีสหรัฐ 19%

01 ส.ค. 2568 | 14:32น.

“จตุพร” รมว.พาณิชย์ สั่งพาณิชย์รับมือภาษีสหรัฐ เตรียมตั้งศูนย์ One Stop Service ช่วยผู้ประกอบการปรับตัว ปิดดีลภาษีสหรัฐ 19% ตามคาด ขณะที่กลุ่มเอสเอ็มอีเสนอ 8 มาตรการปกป้องธุรกิจ SMEs ไทย

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมหารือสภาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทยร่วมกับภาคเอกชน 25 สมาคม ว่า วันนี้ได้รับฟังความคิดเห็นและปัญหาผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเฉพาะผลกระทบภาษีทรัมป์ ถือเป็นการกำหนดทิศทางที่ชัดเจนในการยกระดับ SMEs ไทย ซึ่งวันนี้สภา SMEs ได้นำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อกระทรวงพาณิชย์อย่างมาก เราจะทำให้ SMEs มีเป้าหมายที่ชัดเจน สร้างรายได้และโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่ในห่วงโซ่การผลิต กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดศูนย์ One Stop Service ที่รัชดา ที่จะเป็นจุดเชื่อมต่อผู้ประกอบการกับมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ

และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำงาน เพื่อช่วยเหลือ SMEs ที่ได้รับผลกระทบอย่างรอบด้าน “พาณิชย์พึ่งได้” จะเดินหน้าปฏิรูปการทำงาน เชื่อมโยงทุกภาคส่วน และเป็นที่พึ่งของ SMEs ไทยให้สามารถแข่งขันและเติบโตท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกในยุคปัจจุบันได้อย่างยั่งยืน ขณะที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี กระทรวงพาณิชย์ ก็พร้อมที่จะหามาตรการช่วยเหลือ ซึ่งจะดูทุกมิติ และการหาตลาดส่งออกเพิ่มมากขึ้น แต่ก็มองว่าเอสเอ็มอีก็ต้องทำการปรับตัวรับมือการค้าที่เปลี่ยนไปด้วย เพราะเชื่อว่าการค้าจากนี้ยังไม่เหมือนเดิมแล้ว ส่วนรายละเอียดของภาษีนั้น เชื่อว่าจากนี้ก็อาจจะต้องมีการพูดคุยหารือกันมากขึ้น รวมไปถึงมาตรการรองรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับข้อเสนอของภาคเอกชน กระทรวงจะเร่งพิจารณาและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ AI ไทยแลนด์ และ e-Commerce ที่มีศักยภาพสูง พร้อมผลักดันให้เกิดการจัด AI Expo ในประเทศไทย เพื่อแสดงนวัตกรรมและเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นอกจากนี้ ตนได้สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เร่งจัดตั้งศูนย์ One Stop Service เพื่อแก้ปัญหาภาษีและอุปสรรคทางการค้า ซึ่งในประเด็นภาษีสหรัฐที่ประกาศออกมาเป็น 19%

อย่างไรก็ดี กระทรวงได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหามาตรการเยียวยาและให้ความชัดเจนกับภาคธุรกิจ และได้มอบหมายให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกสำรวจตลาดและอุตสาหกรรมที่ไทยมีศักยภาพเร่งสรุปผลการเปิดตลาดใหม่ ๆ เพื่อช่วยผู้ประกอบการขยายตลาด พร้อมผลักดันแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ด้านข้อมูล (Data Platform) เพื่อวิเคราะห์และวางกลยุทธ์การส่งออกได้อย่างแม่นยำ

ภาษีสหรัฐ

ขณะที่ล่าสุดสหรัฐอเมริกาประกาศบังคับใช้มาตรการเก็บภาษีนำเข้าต่างตอบแทน (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 19% ต่อสินค้านำเข้าจากไทย โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งการประกาศอัตราภาษีใหม่นี้เป็นสถานการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่อการส่งออก โดยเฉพาะผู้ประกอบการรายเล็ก แต่ยังถือเป็นข่าวดี เพราะอัตราภาษีของไทยใกล้เคียงกับประเทศในภูมิภาค ซึ่งทำให้ไทยยังสามารถแข่งขันได้ในตลาดสหรัฐ

ทั้งนี้ เพื่อบรรเทาผลกระทบ กระทรวงพาณิชย์เตรียมจัดตั้งศูนย์ให้คำปรึกษาแบบ One Stop Service ที่ศูนย์ส่งออกสินค้ารัชดา โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ธนาคารและหน่วยงานสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถเข้ารับคำแนะนำ ปรึกษา และหาทางออกได้ในที่เดียว ช่วยให้ผู้ประกอบการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว

นอกจากนี้ ผลกระทบของอัตราภาษี 19% ต้องพิจารณาเป็นรายสินค้า และจะมีการวิเคราะห์ผลกระทบเชิงลึกต่อไป ขณะเดียวกัน ไทยจะเร่งเปิดตลาดใหม่และผลักดันการเจรจาเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางการค้าเพิ่มเติม โดยตนได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์เร่งการเจรจาเปิดตลาดใหม่ ให้กำหนดเป็นตัวชี้วัดและเริ่มดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว

“สิ่งสำคัญที่สุดคือการปรับตัวของผู้ประกอบการ เพราะสถานการณ์การค้าโลกวันนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เรื่องภาษีของสหรัฐ แต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และมาตรการสิ่งแวดล้อม เช่น CBAM ของสหภาพยุโรป ส่วนภาพการส่งออกปี 2568 ยังมั่นใจว่าการส่งออกไทยขยายตัวเป็นบวก ซึ่งเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2-3%” นายจตุพรกล่าว

เอสเอ็มอี 8 มาตรการปกป้องธุรกิจ

ด้านนายสุปรีย์ ทองเพชร ประธานสภา SMEs เปิดเผยว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยกำลังเผชิญความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะการถูกกดดันจากโมเดิร์นเทรดและสินค้านำเข้าที่ได้เปรียบด้านราคา พร้อมเสนอ 8 มาตรการปกป้องธุรกิจ SMEs ไทย ได้แก่ การบังคับใช้กฎหมายศุลกากรเข้มงวด การควบคุมมาตรฐานสินค้า การป้องกันสินค้าหลอกลวงบนออนไลน์ การกำหนดมาตรการควบคุมการทุ่มตลาด การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม PDPA การขยายบทบาทสำนักงานการแข่งขันทางการค้า รวมถึงการผลักดันการสร้างอัตลักษณ์สินค้าประจำจังหวัด และการส่งเสริมทรัพย์สินทางปัญญาของไทย

อีกทั้งยังเสนอให้มีศูนย์ e-Commerce Hub ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อพัฒนาแพลตฟอร์มสินค้าไทย เชื่อมโยงตลาดต่างประเทศ และผลักดัน Cross-Border e-Commerce Accelerator รวมทั้งสนับสนุนการใช้ AI ที่ผลิตในประเทศไทย พร้อมขอให้กระทรวงช่วยหาตลาดใหม่ เช่น ชิ้นส่วนอุตสาหกรรม และแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการนำเข้าหมูสหรัฐต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์

ขณะที่ผลกระทบภาษีสหรัฐ โดยเอสเอ็มอีไทยที่ผลิตสินค้าและส่งออกไปสหรัฐประมาณ 2 ล้านราย ซึ่งก็ยังต้องติดตามและประเมินผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งเราก็ได้เสนอมาตรการที่ต้องการให้หน่วนงายที่ช่วยเหลือ เราเองจำเป็นจะต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมด เพราะสมาชิกของสภามีกว่า 80 สมาคม ซึ่งแต่ละกลุ่มก็ได้รับผลกะทบไม่เหมือนกัน ขณะที่ปัญหาเรื่องของแรงงานกัมพูชาที่กลับประเทศ ซึ่งคงจะให้รายละเอียดชัดเจนไม่ได้ แต่ระบบแรงงานที่อยู่ในกลุ่มนี้ประมาณ 17 ล้านคน ซึ่งไม่ชัดเจนเลยว่าแต่ละกลุ่มมีแรงงานต่างชาติเท่าไร