เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
SD 64 ปี “มูลนิธิเอสซีจี” มุ่งมั่นพัฒนาคน ให้โอกาสทางการศึกษา สร้างสังคมคุณภาพให้มีทั้งคนเก่งและคนดี
10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
Real Estate 10 บิ๊กอสังหาฯ สวนกระแส อัดงบซื้อที่ดิน 4.4 หมื่นล้าน SC กวาด 15 แปลงทำเลเด็ด
‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
SD ‘สายมู’ ตะลุย ฮ่องกงกางทริป-เที่ยวปังตลอดปี
ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
Real Estate ส.ค.นี้เปิดใช้ M6 ช่วง “บางปะอิน-ปากช่อง” วันหยุดสุดสัปดาห์ วิ่งฉลุยตลอดสายปีใหม่
SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
Finance SET ทะยาน Top 5 เอเชียส่องเทรนด์ครึ่งปีหลัง ตันแล้วหรือไปต่อ ?
ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
สามัญสำนึก ระวังกระแสต้าน ‘ดาต้าเซ็นเตอร์’
คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
Tech คุยกับ Binance TH สินทรัพย์ดิจิทัลกลางกระแส ‘หุ้นเทคฯ-AI’
‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
World ‘ประกันสุขภาพ’ เริ่มแบกรับต้นทุนไม่ไหวสัญญาณเตือนที่ทุกฝ่ายต้องร่วมแก้
รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
Politics รัฐบาล เร่งร่างกรอบ กม.สกัดทุจริตสอบข้าราชการ จับตาใช้ยาแรงโยง ขรก.เจอโทษหนัก
ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
Economic ก.คมนาคม สั่งคุมเข้มตรวจสัมภาระผู้โดยสาร-ลูกเรือ เพิ่ม สุนัข K9 – ยกระดับการข่าว
ดูทั้งหมด

Heartful Business ใช้ “หัวใจ” ปรุงธุรกิจให้สำเร็จ กับจุดเด่น 20 ประการ บริษัทชั้นเลิศ

18 ก.ค. 2561 | 19:43น.

สูตรของการทำธุรกิจให้ยั่งยืนอาจไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแต่ละธุรกิจมีความแตกต่างและเผชิญหน้ากับความท้าทายที่ไม่เหมือนกัน กระนั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการทำธุรกิจอาจอยู่ที่การใช้ “หัวใจ” มาผสมผสานกับการดำเนินการต่าง ๆ โดยเฉพาะการสร้าง “พนักงาน” ให้มีความสุข ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโต

เมื่อเร็ว ๆ นี้ หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดสัมมนา “เติมหัวใจให้ธุรกิจ Heartful Business” โดยมีการพูดถึงแนวทางบริหารธุรกิจที่พลิกแนวคิดจากเป้าหมายที่เน้นผลกำไร มาเป็นการให้ความสุขกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ

ศ.โคจิ ซากาโมโต้

เริ่มต้นจาก “ศ.โคจิ ซากาโมโต้” อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยโฮเซ โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ทั้งยังเป็นผู้แต่งหนังสือ “บริษัทนี้ที่ควรรัก” ที่มียอดขายกว่า 7 แสนเล่มในญี่ปุ่น ซึ่งเขามีมุมมองว่า ทุกการดำเนินงานขององค์กรต้องมีเป้าหมาย วิธีการ และผลลัพธ์ที่ชัดเจน โดยหน้าที่ และเป้าหมายที่องค์กรไม่ควรละเลยคือหาความสุขให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ซึ่งบริษัทที่มีผลประกอบการดี เมื่อตัดสินใจจะทำอะไร สิ่งที่ใช้ในการตัดสินใจไม่ใช่แค่มองเรื่องผลกำไร หรือการเติบโตของบริษัท แต่จะมองจากความสุขของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นสำคัญ

ทั้งนี้จากการประมวลความสำเร็จของบริษัทญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จพบว่ามีแนวทางทำธุรกิจที่เหมือนกัน 20 ข้อ โดยตนอยากเจาะจงถึงเรื่องการบริหารงานที่ดีกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ พนักงาน, คู่ค้า, ลูกค้า, สังคม, ชุมชน และผู้ถือหุ้น โดยกลุ่มสำคัญที่สุดใน 5 กลุ่มนี้คือพนักงาน และครอบคลุมถึงครอบครัวพนักงานด้วย

“หากคนกลุ่มนี้ไม่มีความพึงพอใจในการทำงาน จะส่งผลให้การปฏิบัติงานไม่ดี ทำให้ลูกค้าไม่พอใจได้ จนอาจกล่าวได้ว่า พนักงานเป็นผู้สร้างและส่งมอบความพึงพอใจให้กับลูกค้า ดังนั้นเพื่อให้การบริการต่อลูกค้าเป็นไปด้วยดี บริษัทต้องเริ่มจากการสร้างความพอใจให้กับพนักงานก่อน”

“องค์กรหลายแห่งเข้าใจว่าต้องมุ่งสร้างผลประกอบการอย่างเดียว แต่ที่จริงแล้วต้องมองถึงการสร้างความสุขด้วย คือมีผลประกอบการดีไปพร้อมกับพนักงานมีขวัญและกำลังใจในการทำงาน โดยบริษัทควรเลี้ยงดูและปกป้องบุคลากรให้ดี รวมถึงพัฒนาทักษะและศักยภาพของพนักงานอย่างต่อเนื่อง เพราะบริษัทเป็นโรงเรียนแห่งสุดท้ายของชีวิตพนักงาน ซึ่งพวกเขาจะต้องเรียนรู้จากองค์กรของคุณไปจนแก่”

“ศ.โคจิ ซากาโมโต้” กล่าวถึงการแข่งขันของธุรกิจด้วยว่า ไม่ควรยึดติดที่การแข่งขันด้านราคา เพราะของดีราคาถูกเป็นเรื่องที่ผิด บริษัทต้องสร้างสินค้าที่มีคุณค่าเพื่อขายได้ราคาดี ซึ่งบริษัทชั้นเลิศจะไม่ทำให้พนักงานและลูกค้าต้องเสียเปรียบ ดังนั้น จะไม่มีการแข่งขันด้านราคา เพราะหากลดราคาจะกระทบกับรายได้ของพนักงาน ขณะที่ลูกค้าก็อาจได้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ

“ยกตัวอย่างบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดทตโตริ เป็นบริษัทผลิตปากกาหมึกซึม ราคาถูกสุดอยู่ที่ด้ามละ 7 หมื่นเยน หลายคนอาจบอกว่ามีราคาแพง แต่เพราะเป็นสินค้าที่มีคุณค่า ทำให้สินค้าขายได้ดี ลูกค้าที่สนใจต้องสั่งจองสินค้าล่วงหน้าถึง 1 ปี นี่เป็นกรณีที่ชี้ให้เห็นว่า หากบริษัทยึดมั่นผลิตของที่มีคุณภาพ สินค้าก็สามารถขายได้”

ชาตยา สุพรรณพงศ์

ไม่เพียงแต่บริษัทญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับการบริหารธุรกิจที่ยั่งยืน โดยเน้นความสุขของผู้เกี่ยวข้อง บริษัทไทยอย่าง “ฟู้ดแพชชั่น” จำกัด ก็มีแนวทางดังกล่าวเช่นกัน ซึ่ง “ชาตยา สุพรรณพงศ์” Chief Engagement Officer บริษัท ฟู้ดแพชชั่น จำกัด ฉายภาพถึงการบริหารบาร์บีคิวพลาซ่าว่า มีแนวคิดที่จะสร้างองค์กรที่ทำให้ทุกคนมีความสุข หรือส่งมอบความสุขให้ทุกคนโดยมีมื้ออาหารเป็นสื่อกลาง

“เราคิดว่าความสุขต้องเริ่มจากพนักงานก่อน เพราะเชื่อว่าหากดูแลพนักงานให้มีความสุข เขาจะไปดูแลลูกค้าให้มีความสุข แล้วกลับมาใช้บริการกับเรา ทำให้ธุรกิจของเราแข็งแรง ก็วนกลับไปที่พนักงานมีความสุข ถือว่าเป็นแนวทางที่ครบลูปของวงจรความสุขที่วางไว้”

แนวทางที่วางไว้ดำเนินการผ่านโปรเจ็กต์ Happy4 คือ กินดี, พักสบาย, กายแข็งแรง และแบ่งปันความรู้ ยกตัวอย่างการกินดีที่พนักงานจะได้กินข้าวหม้อเดียวกัน โดยมีการเลี้ยงอาหารให้พนักงานสาขา เพราะมองว่าการกินข้าวหม้อเดียวกันทำให้พนักงานเกิดความผูกพัน หรือพักสบายคือที่ทำงานจะต้องสร้างความสุขและผ่อนคลาย ซึ่งมีการแบ่งพื้นที่ขายของมาทำห้องพักให้พนักงาน และพบว่าสาขาที่มีห้องพักให้พนักงานนั้นมียอดขายที่เพิ่มขึ้น

“เรายังมีแก๊งส่งสุข หากพนักงานแก๊งนี้ไปสาขาไหนจะทำงานแทนพนักงานสาขานั้น ๆ รวมถึงมีคนไปนวดผ่อนคลายให้กับพนักงานที่สาขาและโรงงานอีกด้วย ซึ่งการดำเนินงานเหล่านี้ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างการทำโครงการวินัยการเงินและการออมให้พนักงาน รวมถึงโครงการครอบครัวดีที่มีการดูแลพนักงานและครอบครัวในทุกมิติ”

“ชาตยา” เน้นย้ำว่า การที่องค์กรจะจัดโปรแกรมดูแลพนักงานไม่จำเป็นต้องใช้เงินเยอะ อยู่ที่ความตั้งใจขององค์กรมากกว่า โดยความตั้งใจจริงสามารถส่งผ่านไปถึงพนักงานได้ และถ้าพนักงานผูกพันกับองค์กร เขาจะพูดถึงองค์กรในแง่ดี ปกป้ององค์กรอีกทั้งจะอยู่กับองค์กรนานขึ้น และทุ่มเทกับการทำงาน พร้อมชวนคนที่รู้จักมาทำงานด้วย

“สิ่งที่ตามมาคือผลประกอบการของเราเติบโตต่อเนื่องมาตลอด ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเรามีความเชื่อว่า หากเราตั้งต้นด้วยหลักคิดในการสร้างความสุขที่มากพอ ผลลัพธ์ทางธุรกิจจะตามมาเอง”

จุดเด่น 20 ประการ บริษัทชั้นเลิศ

1.การบริหารจัดการที่เน้นความสุข 2.การบริหารที่ดีกับทั้ง 5 ฝ่าย คือ พนักงาน, คู่ค้า, ลูกค้า, สังคม, ชุมชน และผู้ถือหุ้น

3.การบริหารจัดการที่คิดถึงผลประโยชน์ของผู้อื่น 4.การบริหารแบบวงปีต้นไม้แบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เน้นการเติบโตและขยายธุรกิจอย่างรวดเร็ว

5.การบริหารที่ช่วยให้เศรษฐกิจดี มิใช่พึ่งสภาวะเศรษฐกิจ 6.การบริหารที่สมดุล 7.การไม่ใช้ราคาเป็นตัวแข่งขัน 8.การบริหารจัดการร่วมกัน ไม่ผูกขาดคนเดียว 9.การบริหารแบบ bottom-up 10.การบริหารจัดการแบบเปิดกว้าง

11.การทำงานเป็นทีม 12.การจ้างงานตลอดชีพ ไม่ใช่ตัดสินที่ผลงานเป็นหลัก 13.การบริหารที่แบ่งเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกัน 14.การบริหารแบบพีระมิดทรงคว่ำ 15.การบริหารที่เน้นความเป็นบริษัท 16.การบริหารที่มองระยะยาว

17.การบริหารที่ลดระยะเวลาทำงานของพนักงาน 18.การบริหารแบบครอบครัวใหญ่ และร่วมมือร่วมใจกัน 19.การบริหารที่เน้นคนและด้านนามธรรม

และ 20.การบริหารจัดการที่พึ่งพิงตนเอง อยู่ได้ด้วยตนเอง