เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

“สมคิด” ชี้ ธ.ก.ส.ต้องอยู่เหนือการเมือง มุ่งภารกิจปฏิรูปภาคเกษตร ขู่ย้ายขรก.เกียร์ว่างใกล้เลือกตั้ง

28 ม.ค. 2562 | 12:50น.

“สมคิด” ชี้ ธ.ก.ส.ต้องอยู่เหนือการเมือง มุ่งภารกิจปฏิรูปภาคเกษตร ดึง “กระทรวงพาณิชย์-ไปรษณีย์ไทย” ปั้นอีคอมเมิร์ซ-ตลาดประชารัฐ พร้อมขู่ย้ายข้าราชการเกียร์ว่างช่วงใกล้เลือกตั้ง จวกพรรคการเมืองเอาแต่โจมตีนโยบายรัฐบาลก่อนหน้า หวังตีกินสร้างคะแนนนิยม พร้อมแย้มนโยบายให้สิทธิประโยชน์ภาคเอกชนที่เข้าไปรับซื้อสินค้าในชุมชนเทียบเท่าโรงงานใหญ่-อีอีซี

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในงาน 52 ปี ธ.ก.ส. สานพลัง ปฏิรูปภาคเกษตรไทย ณ อิมแพค Hall 7 เมืองทองธานี ว่า ภารกิจของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) นั้น อยู่เหนือการเมือง ดังนั้นคนทำงาน ธ.ก.ส. ก็ต้องอยู่เหนือการเมือง และไม่ต้องกลัวการเมือง โดยภารกิจหลักก็คือ การเปลี่ยนแปลงปฏิรูปภาคการเกษตรให้มีความสมบูรณ์ สร้างรายได้ให้กับประชากรส่วนใหญ่ที่เป็นเกษตรกร

“อันนี้ไม่ใช่ความฝัน อันนี้เป็นหน้าที่ของ ธ.ก.ส. ตามภารกิจที่ตั้งแบงก์ขึ้นมาเลย และจะไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าพรรคการเมืองไหนมาชี้แล้วบอกว่า พอแล้วให้เลิกทำ ก็ต้องว่าเตรียมตัวไปได้เลย เพราะหน้าที่ ธ.ก.ส. คือสร้างความเข้มแข็งให้เกษตรกร” นายสมคิดกล่าว

โดยปัญหาเกษตรกรไทย ที่เผชิญควมมยากจน ทุกคนทราบดี ซึ่งแม้แต่บทความในสื่อประเทศญี่ปุ่นอย่างนิเคอิ ยังเขียนไว้ว่า เกษตรกรไทยยากจน แม้ว่าไทยจะเป็นประเทศเกษตรกรรม ด้วยต้นทุนที่สูง เทคโนโลยีที่ต่ำ และราคาสินค้าเกษตรในตลาดโลกที่ตกลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงเกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกิน การปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยไม่ยินยอมเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิต

“นอกจากไม่ยอมปรับวิถีการผลิตแล้ว ยังคิดว่าผลิตออกมาเมื่อไหร่ ถ้าราคาตกต่ำ รัฐบาลคือผู้รับผิดชอบ เกษตรกรรมกลายเป็นเหยื่อการเมือง พรรคการเมืองหนึ่งขึ้นมา ก็จะโจมตีรัฐบาลก่อนหน้าว่าเป็นต้นเหตุทำให้เกษตรกรยากจน หมุนเวียนอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อประณามรัฐบาลก่อนว่าเป็นต้นเหตุ ก็จะบอกว่า จะมาช่วยเหลือ รับรองว่าราคาไม่มีทางต่ำกว่า เท่านั้นเท่านี้บาทเลย ใช้สิ่งเหล่านี้จูงใจให้เกษตรกรนิยมชมชอบ หวังว่ารัฐบาลหน้าจะมาเป็นอัศวินม้าขาว ทั้ง ๆที่ทุกอย่างยังไม่ยอมเปลี่ยนแปลง” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซมาแล้ว แต่ยังจำกัด เพราะการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต้องอดทน โดยบทความดังกล่าว ยังระบุด้วยว่า นโยบายพรรคการเมืองต่าง ๆทำให้ภาคเกษตรไทยถดถอยและล้าหลัง ต้นทุนการผลิตสูงกว่าประเทศคู่แข่งมาก ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ความสามารถในการแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มก็มีน้อย หรือการจะปรับเปลี่ยนไปสู่สินค้าที่มีตลาดรองรับก็ยังน้อย เพราะคิดว่ายังไงรัฐบาลก็ต้องเข้ามาช่วย ซึ่งทุกรัฐบาลก็ต้องช่วย

“แน่นอนว่า ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาต้องช่วยเรื่องราคาแน่นอน แต่อยู่ที่ว่าราคาไหนสมเหตุสมผล แล้วไม่สร้างความเสียหายให้ระบบเศรษฐกิจทั้งหมด แต่ความช่วยเหลือแบบนี้ต้องคู่กับความมุ่งมั่นในการปฏิรูปด้วย เปลี่ยนแปลงให้ภาคเกษตรเราเข้มแข็งขึ้น สิ่งที่ ธ.ก.ส.ทำขณะนี้ ถือว่ามาถูกทางแล้ว เพราะไม่เพียงเป็นหัวขบวนช่วยลดภาระหนี้ ยังพยามเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เปลี่ยนความนึกคิด ชักจูงให้เกษตรกรไทยเกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเรารู้ว่าไม่ง่ายนักที่จะเปลี่ยนคนหมู่มาก ก็ต้องมุ่งไปที่เกษตรกรที่เป็นผู้นำกลุ่ม มุ่งไปที่สหกรณ์การเกษตรที่แข็งแรง” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวว่า ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องแสดงความมุ่งมั่นในการเข้าไปช่วยเปลี่ยนแปลง หากเป็นผู้บริหารแล้วทำไม่ได้ ก็ไม่ควรเป็นต่อไป เพราะเสียดายเงินเดือนข้าราชการ อย่างเรื่องการแก้ปัญหาเรื่องต้นทุนปุ๋ยแพง ที่รัฐบาลให้นโยบายไปแล้ว 2 ปี ถึงปัจจุบันยังเงียบ ดังนั้นข้าราชการกระทรวงเกษตรฯ ต้องกลับไปคิดใหม่

“กระทรวงพาณิชย์ตอนนี้กำลังโหมทำอีคอมเมิร์ซ ทำตลาดประชารัฐรองรับ ตัวนี้ต้องเร่ง อย่าละทิ้ง ไม่ว่ารัฐมนตรีจะไปเลือกตั้งหรือไม่เลือกตั้ง ข้าราชการคนไหนเกียร์ว่าง ก็ให้ไปขับเกียร์ที่บ้าน เรานั่งฟังนั่งดูตลอดเวลาว่า อีคอมเมิร์ซของท่านไปถึงไหน วันนี้ ธ.ก.ส. มาถูกทางแล้ว ผมจึงมาขอบคุณ และมาขอร้องว่าให้ทำไป อย่าหยุด อย่าไปฟังการเมืองที่ไม่เป็นสับปะรด มาทีไรก็ด่ารัฐบาลชุดที่แล้ว เราจะไม่ด่า ต้องปฏิรูป” นายสมคิดกล่าว

นายสมคิด กล่าวอีกว่า นโยบายที่รัฐบาลให้ทุกหน่วยงานไปคิด ก่อนที่จะได้รับจัดสรรงบประมาณหลังจากนี้ ต้องสนับสนุนภาคเอกชน ที่เข้าไปรับซื้อผลิตภัณฑ์ในชุมชน ช่วยเหลือเกษตรกร โดยจะให้สิทธิพิเศษไม่แพ้โรงงานใหญ่ ๆ หรือ แม้แต่สิทธิประโยชน์ในพื้นที่พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ขณะที่ด้านการท่องเที่ยว ไม่ต้องเน้นเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวอีก แต่ให้เน้นดึงไปเที่ยวเมืองรอง ซึ่งในชุมชนจะต้องผลิตสินค้าชุมชน ทำวิสาหกิจชุมชน ผลิตสินค้าไว้จำหน่ายนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ซึ่งเมื่อทุกอย่างเชื่อมโยงเงินก็จะอยู่ในชนบท โดยปัจจุบันจีดีพีภาคเกษตรของไทยโตแค่ 8% เพราะมูลค่าสินค้าต่ำ เนื่องจากขายเพื่อการส่งออกอย่างเดียว แถมผลิตพืชเชิงเดี่ยว ขาดการตลาดที่ดี และขาดข้อมูลข่าวสาร

“ถ้าทำได้ภาคการเกษตรก็จะไม่ใช่ผลิตเพื่อส่งออกไปตลาดโลกอีก แต่จะเป็นการเกษตรที่ขายให้ทั้งประเทศ และประเทศข้างเคียง รวมถึงส่งออก ถ้าเรามัวผลิตสินค้าที่ไม่มีคุณค่า ไม่มีการแปรรูป ขายแต่ส่งออก ปีไหนตลาดโลกดีชาวบ้านก็หายใจได้ แต่ถ้าปีไหนตลาดโลกแย่ อย่าง 2 ปีนี้ และปีหน้าเกษตรกรก็จะลำบากอีก” นายสมคิดกล่าว

ส่วนการดูแลสวัสดิการ ค่าครองชีพประชาชนนั้น นายสมคิด กล่าวว่า รัฐบาลจะดูแลเอง เพราะมีคนที่รายได้ต่ำกว่า 3 หมื่นบาทต่อปี ซึ่งไม่พอกินแน่นอน

“ฉะนั้นใครจะหาว่าแจกเงิน ก็จะแจก เพื่อให้คนอยู่รอดได้ แต่ไม่ใช่แจกกันเปล่า ๆ เรามีฝึกอบรมเขา ซึ่ง ธ.ก.ส. สหกรณ์การเกษตรต้องมีบทบาท สหกรณ์ไหนไม่ทำงาน ก็ให้ยุบทิ้ง เอาสหกรณ์ที่เข้มแข็งเป็นหัวขบวน สร้างสมาร์ทฟาร์มเมอร์ขึ้นมา ทำให้เกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากให้ได้ ถ้ากล้าทำ ไม่ต้องกลัวใครมาว่า ว่านี่เป็นการเมือง” นายสมคิดกล่าว

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat 

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!