นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 เม.ย.62 ปิดตลาดที่ดัชนี 1,657.74 จุด เพิ่มขึ้น 11.56 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.70% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 44,196.37 ล้านบาท โดยได้รับปัจจัยหนุนหลักจากราคาน้ำมันดิบโลกที่สามารถปรับขึ้นมายืนเหนือ 70 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรลได้ รวมทั้งยังมีแนวโน้มว่าราคาน้ำมันดิบอาจปรับตัวขึ้นได้ต่อเนื่อง จากสงครามในประเทศลิเบีย และการคว่ำบาตรอิหร่านจากสหรัฐฯ จะช่วยจำกัดความต้องการขาย (Supply) และช่วยพยุงราคาน้ำมันดิบโลกได้
ขณะที่กลุ่มหุ้นที่ปรับขึ้นมาหนุนนำตลาดหุ้นไทยวันนี้คือ กลุ่มพลังงาน (Energy) ได้แก่ บมจ.ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) +3.14% และบมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) บวก 1.81% โดยทั้ง 2 รายเป็นกลุ่มที่มีความเกี่ยวโยงกับราคาน้ำมันดิบ ขณะที่ปริมาณการซื้อขาย (Volume) วันนี้ที่ 4.4 หมื่นล้านบาท ดูดีกว่าที่คาดเอาไว้ อย่างไรก็ตาม มองว่าปริมาณการซื้อขายจะเริ่มเบาบางลงก่อนเข้าช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ (13-16 เม.ย.62)
ด้านกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีวันนี้ สามารถเคลื่อนผ่านแนวต้านสำคัญที่ 1,655 จุดได้ ซึ่งเป็นเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน จึงประเมินว่าหลังจากนี้ตลาดจะได้รับแรงหนุนเพิ่มขึ้นจากนักลงทุนกลุ่มที่ซื้อขายทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าปริมาณการซื้อขายอาจเริ่มชะลอลงก่อนเข้าสู่ช่วงวันหยุดสงกรานต์ซึ่งอาจส่งผลให้ดัชนีเหวี่ยงผันผวนได้ง่าย โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีในวันพรุ่งนี้ (10 เ.ม.ย.62) ไว้ที่บริเวณแนวรับ 1,650-1,665 จุด และแนวต้านที่ 1,665-1,675 จุด
ส่วนปัจจัยแวดล้อมที่ต้องติดตาม ได้แก่ กรณีสหราชอาณาจักรถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ซึ่งจะมีการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ หากออกอย่างไม่มีข้อตกลง (No Deal) ในวันที่ 12 เม.ย.62 อาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อตลาด รวมถึง ติดตามการประกาศผลประกอบการกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หลังสงกรานต์นี้ ด้านกลยุทธ์การลงทุน ยังคงแนะนำ “ย่อตั้งรับ” หรือเมื่อราคาหุ้นย่อตัวลงมา เป็นโอกาสในการซื้อกลับ ขณะที่แนะนำลงทุนในกลุ่มที่ค่อนข้างปลอดภัย ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล BCH, กลุ่มโรงไฟฟ้า BPP, กลุ่มรถไฟฟ้า BEM และกลุ่มพลังงาน PTTEP และ PTTGC