เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
Business CPALL ออกมาตรการสกัดรีเซล สินค้า ALL Café
ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
Business ดีมานด์นักท่องเที่ยวยุโรปพุ่ง หนุนไฟลต์บินตรงเข้าไทยผู้โดยสารทะลัก
‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
Economic ‘โกลเด้น คอสเมติก’ เมืองตราด พลิกวิกฤตปิดด่าน ลุยยุโรป-ตะวันออกกลาง
เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
Economic เซวตาระอุ! ชาวโมร็อกโกนับหมื่นแห่ว่ายน้ำข้ามแดน หนีวิกฤตไร้งานทำ
ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
Business ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
Politics 2 เดือน “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” เงินสะพัดกว่า 8.64 หมื่นล้าน
ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
Tech ถอดบทเรียน ‘ซีรีส์เกาหลี’ ยุคสตรีมมิ่ง ทำไมโตระดับโลก แต่ ‘ในบ้าน’ เริ่มอ่อนแอ ?
รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
Politics รัฐบาลเดินหน้าแก้ค่าไฟแพง เคลียร์สัญญาชั่วนิรันดร์ ราคาต้องเหมาะสม-มีพลังงานพอ
จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
เศรษฐกิจภูมิภาค จับตา ‘น้ำแม่สาย’ เช้านี้ปริ่มตลิ่งอีกระลอก ฝนเมียนมาถล่ม เสี่ยงน้ำรั่วเข้าชุมชน
Geely EX2  อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
Automotive Geely EX2 อีวีสุดจี๊ด คุ้มค่า น่าโดน
ดูทั้งหมด

“ดร.วิน” KTBST เปิดใจ แผนครึ่งปีหลัง-รุกโซเชียลเทรด

09 ก.ค. 2562 | 11:44น.

สัมภาษณ์

เข้าสู่ช่วงครึ่งปีหลังแล้ว ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงไทยที่มีขึ้นและลงรวดเร็ว ผ่านปัจจัยรอบด้านที่มักมาเหนือคาด “ประชาชาติธุรกิจ” ได้มีโอกาสพูดคุยกับ “ดร.วิน อุดมรัชตวนิชย์” ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KTBST ถึงแผนรุกธุรกิจหลักทรัพย์ในครึ่งปีหลัง และเทรนด์บริการของแพลตฟอร์มบนโลกดิจิทัล ดังนี้

Q2 รักษาการเติบโตต่อเนื่อง

ดร.วินกล่าวอย่างมั่นใจว่า ทิศทางผลประกอบการบริษัทในไตรมาส 2/62 จะสามารถรักษาระดับการเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ว่าธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ (brokerage) จะได้รับผลกระทบจากปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ (วอลุ่ม) ที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมา แต่บริษัทยังทำรายได้เพิ่มขึ้นจากค่าธรรมเนียม (ค่าฟี) ธุรกิจอื่น ๆ เช่น งานวาณิชธนกิจ งานตัวแทนนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน งานบริหารความมั่งคั่งส่วนบุคคล (wealth) เป็นต้น และล่าสุดได้เปิด “บลจ.วี” ดำเนินการเต็มรูปแบบในไตรมาส 2 แล้ว ซึ่งออกกองทุนใหม่ 7 กอง รวมมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ราว 3 พันล้านบาท (ณ 28 มิ.ย. 62)

“เราโชคดีที่ไม่ได้มีการปรับลดค่าคอมมิสชั่นลงเยอะ ซึ่งเท่าที่ทราบค่าคอมฯของอุตสาหกรรมเฉลี่ยลดลงมาอยู่ที่ 0.09% ถือว่าต่ำมาก ส่วนของ KTBST ค่าคอมฯสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมนี้ เราจึงไม่ได้รับผลกระทบ โดยมาร์เก็ตแชร์เราอยู่ที่ราว 1% อีกอย่างเรามีธุรกิจอื่นมาช่วย”

ทั้งนี้ KTBST มีสัดส่วนรายได้จากค่าคอมมิสชั่นโบรกเกอเรจอยู่ที่ 30-40% ของรายได้รวม และรายได้ค่าฟีวาณิชธนกิจ 40% ที่เหลือ 20% เป็นรายได้บริการอื่น ๆ โดยสิ้นไตรมาส 1/62 บริษัทมีรายได้รวม 322 ล้านบาท และกำไรสุทธิราว 23.7 ล้านบาท

งัดแผนบุกครึ่งปีหลัง

สำหรับแผนเพิ่มการเติบโต “ดร.วิน” ระบุว่า บริษัททำทุกด้านอยู่แล้ว โดยค่อย ๆ พัฒนาไป และที่ผ่านมาได้ลงทุนระบบเทคโนโลยีค่อนข้างมาก เพื่อพัฒนาเครื่องมือใหม่ ๆ ล่าสุดเปิดให้บริการ KTBST โซเชียลเทรดดิ้ง เป็นรายแรกในไทย ซึ่งเป็นฟีเจอร์ใหม่รองรับการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านแอป SKYNET Stock Trading โดยทำเพื่อรองรับอนาคต และหวังผลในมุมให้ความรู้ ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเปิดบัญชีหุ้นรวมราว 26,000 บัญชี แอ็กทีฟราว 7-8 พันบัญชี (ข้อมูล ณ 20 มิ.ย.)

โมเดล SKYNET จะเป็นการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริง เมื่อไหร่ที่มีการเทรดบนแพลตฟอร์มนี้ จะมีการเก็บข้อมูลและโชว์ว่า ซื้อ-ขายอะไร ผลจากการลงทุนเป็นอย่างไร โดยคนที่เข้ามาใช้ SKYNET จะเสียแค่ค่าคอมมิสชั่นให้โบรกฯ ซึ่งโซเชียลเทรดดิ้ง ผู้ลงทุนจะติดตามได้จริง เห็นข้อมูลจริง ตัดสินใจเองจริง และคนที่เป็น master ก็เก่งจริง ผมเชื่อว่าจะทำให้ทุกคนมีโอกาสอยู่ในตลาดได้นานขึ้น โดยเราคาดหวังจะเห็นลูกค้ารายใหม่เข้ามามากขึ้น และเป็นลูกค้ารายเล็กด้วย

ส่วนแอป KTBST SMART ปัจจุบันมีผู้ใช้งานแอปนี้แล้วกว่า 1,500 ดาวน์โหลด จะมีการพัฒนาไปสู่จุดที่ใช้ NDID (National Digital ID) หรือระบบพิสูจน์ตัวตนทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะนำ e-KYC มาให้บริการลูกค้าเปิดบัญชีได้บนแอป ขณะนี้อยู่ระหว่างทดสอบระบบอยู่ โดยคาดเริ่มบริการได้ราวต้นปีหน้า รวมทั้งจะต่อยอดบริการอื่น ๆ มีโปรดักต์ลงทุนอื่น ๆ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ ตราสารอนุพันธ์ กองทุน หรือจะไปลงทุนต่างประเทศก็ได้

“ดร.วิน” บอกอีกว่า ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าเทรดออนไลน์ 50% ถือว่าเป็นโบรกฯที่มีลูกค้าออนไลน์ไม่ได้มาก แถมยังค่อย ๆ ลดลง จากเมื่อก่อนมีถึงสัดส่วน 60% โดยสาเหตุคือผู้ลงทุนเริ่มย้ายไปใช้แพลตฟอร์มที่ยากขึ้น เช่น MT4 (ระบบเทรด TFEX) และ MT5 (ระบบเทรดหุ้น) ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่ต้องใช้มาร์เก็ตติ้ง และผู้ลงทุนสามารถทำเงิน (กำไร) ได้มากกว่า

ปัจจุบันลูกค้าที่อยู่กับบริษัทจะเป็นกลุ่มที่ให้ความสำคัญกับบริษัทมากขึ้น ไม่ได้แห่ไปหาโบรกฯที่ลดค่าคอมฯ ด้านงานวิจัยบทวิเคราะห์ก็ดีขึ้น ลูกค้าสถาบันก็เพิ่มขึ้น เช่น กองทุนรวม เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทเตรียมจับมือกับพันธมิตรสิงคโปร์ “Haitong International Securities Group (Singapore)” ให้บริการไปลงทุนในประเทศจีน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้จับมือกับพันธมิตรฟิลิปปินส์ “Unicapital Group” ในธุรกิจด้านวาณิชธนกิจและโบรกเกอร์ เมื่อปลายปีที่แล้ว

สำหรับเป้าหมายการเติบโตในปีนี้ “ดร.วิน” คาดว่า รายได้รวมจะอยู่ที่ 1,300-1,400 ล้านบาท เติบโต 26% ตามแผนที่เน้นขยายธุรกิจให้มีความหลากหลาย โดยธุรกิจ wealth มีสินทรัพย์ภายใต้การแนะนำ (AUA) อยู่ที่ 8 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% ธุรกิจกองทุนส่วนบุคคล ตั้งเป้า AUM 3 พันล้านบาท ขยายตัว 50% ธุรกิจตัวแทนนายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ตั้งเป้า AUA ที่ระดับ 2 หมื่นล้านบาท โต 100% ด้าน บลจ.วี ตั้งเป้าสิ้นปีนี้ AUM แตะ 6 พันล้านบาท และเคทีบีเอสมี รีทส์ แมเนจเม้นท์ ตั้งเป้ากองรีท 3 กองทุน มูลค่ารวม 6 พันล้านบาท

เลื่อนเข้าตลาดหุ้น

ส่วนกรณี KTBST เข้าตลาดหุ้นช้ากว่าแผนนั้น “ดร.วิน” แจกแจงว่า หลังจากที่ยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) แล้ว ยังมีสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุง เนื่องจากธุรกิจค่อนข้างซับซ้อนและมีผลิตภัณฑ์เยอะ ดังนั้น จึงคาดว่าจะเลื่อนการระดมทุนล่าช้ากว่ากำหนดประมาณครึ่งปี

“เราอยากมีเงินลงทุนราว 150-200 ล้านบาท ตามแผนธุรกิจของเราก็เข้าเป้า และทำกำไรดีขึ้นได้ ทุนก็จะหนาขึ้น ขณะที่ผู้ถือหุ้นฝั่งเกาหลี ก็อยากให้เราทำสำเร็จ จะได้เป็นหน้าเป็นตา มากกว่าที่จะเน้นเรื่องเงิน นอกจากนี้ เราทำธุรกิจเกี่ยวกับพาบริษัทเข้าจดทะเบียน เราก็ควรเข้าใจความรู้สึกนี้ด้วย ซึ่งเราต้องเข้าไปอยู่หมวดหลักทรัพย์ คือเอาหน้าตามากกว่า และการเข้าตลาดหุ้นไม่ได้จะขายหุ้นที่ถืออยู่ออก เพราะผมได้ล็อกไว้ 2 ปี ตามที่แจ้งในไฟลิ่ง ส่วนผู้ถือหุ้นรายอื่น หรือลูกค้าที่ให้เงินกู้ ก็เปิดเผยชื่อหมดทุกคนบนไฟลิ่งอยู่แล้ว” ดร.วินกล่าวทิ้งท้าย