เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุมาโมโตะเล็งบินตรงอาเซียน ปักหมุดไทย ชิงนักท่องเที่ยว-สินค้า
Business คุมาโมโตะเล็งบินตรงอาเซียน ปักหมุดไทย ชิงนักท่องเที่ยว-สินค้า
คพ. ตรวจลักลอบทิ้งขยะโครงการก่อสร้าง Data Center บ้านฉาง 20 ตัน เร่งขนย้ายใน 7 วัน
เศรษฐกิจภูมิภาค คพ. ตรวจลักลอบทิ้งขยะโครงการก่อสร้าง Data Center บ้านฉาง 20 ตัน เร่งขนย้ายใน 7 วัน
“พูลอุดม”ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain รับทิศทางการค้าโลก
SD “พูลอุดม”ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain รับทิศทางการค้าโลก
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
จบที่ 18 ปี ? Nike กำลังจะหลุด S&P 100 เตรียมแผนฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่
Business จบที่ 18 ปี ? Nike กำลังจะหลุด S&P 100 เตรียมแผนฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่
ประสานเสียงผ่าทางตัน กสทช. กระทุ้งเลขาฯ จัดประชุมบอร์ดโดยไม่มี ‘นพ. สรณ’
Tech ประสานเสียงผ่าทางตัน กสทช. กระทุ้งเลขาฯ จัดประชุมบอร์ดโดยไม่มี ‘นพ. สรณ’
ประมงกาฬสินธุ์ยอมรับ ‘หมอคางดำ’ โผล่เขื่อนรับปาว จ่อลุยตรวจเชิงลึก 12 ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ประมงกาฬสินธุ์ยอมรับ ‘หมอคางดำ’ โผล่เขื่อนรับปาว จ่อลุยตรวจเชิงลึก 12 ก.ย.นี้
แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’
Real Estate แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’
โพลมช. เผย Gen z ภาคเหนือฮิตอาชีพ “ไอที-AI” แซง “หมอ” ชี้ ได้ 3 ภาษาถึงรอดในตลาด
เศรษฐกิจภูมิภาค โพลมช. เผย Gen z ภาคเหนือฮิตอาชีพ “ไอที-AI” แซง “หมอ” ชี้ ได้ 3 ภาษาถึงรอดในตลาด
เปิดสเปก มิตซูบิชิ ปาเจโรเวอร์ชั่นไทย มี 3 รุ่นย่อย เปิดตัว 19 ต.ต.นี้
Automotive เปิดสเปก มิตซูบิชิ ปาเจโรเวอร์ชั่นไทย มี 3 รุ่นย่อย เปิดตัว 19 ต.ต.นี้
ดูทั้งหมด

“ประท้วงฮ่องกง” ทุบธุรกิจอ่วม จาก “การเงิน” สู่ “ท่องเที่ยว”

15 ส.ค. 2562 | 09:23น.
“ประท้วงในฮ่องกง” ต่อต้านรัฐบาลดำเนินเข้าสู่สัปดาห์ที่ 11 สถานการณ์กำลังบานปลายมากขึ้นเรื่อย ๆ ส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ตั้งแต่ธุรกิจการเงิน ลามไปจนถึง “ธุรกิจบริการและการท่องเที่ยว” หลังจากที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักอยู่ที่ท่าอากาศยานฮ่องกงเป็นเวลา 3 วันเมื่อสัปดาห์ก่อน

ซีเอ็นเอ็น บิสซิเนส รายงานว่า การประท้วงในฮ่องกง ซึ่งเริ่มขึ้นตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ลากยาวต่อเนื่องมามากกว่า 10 สัปดาห์แล้ว และกำลังสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของฮ่องกงในฐานะที่เป็น “ศูนย์กลางการเงินโลก” ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่ง ขณะที่สัปดาห์ก่อน สภาหอการค้าฮ่องกงแถลงการณ์ว่า “การประท้วงที่เกิดขึ้นในฮ่องกงไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศ แต่กำลังสร้างความเสียหายต่อองค์กรขนาดเล็กและขนาดกลาง รวมถึงภาคธุรกิจอื่น ๆ ที่สำคัญคือ ทำลายความเชื่อมั่นด้านระบบความปลอดภัย และการดำรงชีวิตของคนฮ่องกง”

พร้อมระบุว่า ฮ่องกงเป็นที่ตั้งของ 7 บริษัท ซึ่งอยู่รายชื่อบริษัทชั้นนำของโลก 500 แห่ง หรือที่รู้จักกันว่า “Fortune 500” โดยย้ำว่า “สถานะของฮ่องกงที่ผ่านมาได้รับการยกย่องในด้านระบบกฎหมายแบบกึ่งอิสระในการปกครองตนเอง และมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับจีนแผ่นดินใหญ่”

โดยเมื่อเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา สภาหอการค้าอเมริกาในฮ่องกงเป็นองค์กรต่างชาติแรก ๆ ที่แสดงความกังวลถึงสถานการณ์ในฮ่องกงอย่างชัดเจนว่า นักธุรกิจอเมริกันมองว่าสถานการณ์ในฮ่องกงเป็น “ภัยร้ายแรง” ต่อภาคธุรกิจและการลงทุน จึงตัดสินใจระงับการลงทุนชั่วคราว ขณะที่สภาหอการค้ายุโรปในฮ่องกงกล่าวว่า “วิกฤตการประท้วงในฮ่องกงไม่ใช่แค่ระยะสั้น แต่กำลังเข้าสู่ระยะกลางและยาว ภาคธุรกิจยุโรปกำลังไตร่ตรองผลกระทบจากการประท้วง และอาจระงับการทำธุรกิจชั่วคราว”

REUTERS/Tyrone Siu

ทั้งนี้ การประท้วงบล็อกอาคารขาเข้าที่ท่าอากาศยานฮ่องกงเป็นเวลา 3 วันเมื่อสัปดาห์ก่อน ต่อเนื่องจากวันที่ 5 ส.ค. ที่เคยปิดล้อมท่าอากาศยานในครั้งแรก โฆษกคณะกรรมการการท่องเที่ยวฮ่องกงกล่าวว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของฮ่องกง รวมไปถึงภาคธุรกิจบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เสี่ยงถูก “ชัตดาวน์” หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งการประท้วงยกระดับความรุนแรงมากขึ้นมาร่วม 2 เดือนแล้ว

“การท่องเที่ยวถือเป็นภาคเศรษฐกิจหลักที่ทำรายได้คิดเป็น 5% ของจีดีพีฮ่องกง และนับตั้งแต่เดือน ก.ค. จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเกือบ 50% ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มาจากจีนแผ่นดินใหญ่ โดยแต่ละปีชาวจีนมาฮ่องกงเฉลี่ย 20 ล้านคน และสูงสุดอยู่ที่ 27 ล้านคน” โฆษกกล่าว

และที่น่ากังวล คือ เพียงสัปดาห์แรกของเดือน ส.ค. มีจำนวนนักท่องเที่ยวขาเข้าลดลงแล้ว 31% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้านั้น และมีแนวโน้มว่าจะลดลงต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ก.ย.ปีนี้

REUTERS/Kim Kyung-Hoon

“มิแชล ลอว์” (Michelle Low) ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท Swire Pacific ซึ่งถือหุ้น 45% ในสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิค กล่าวว่า การประท้วงกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับห้างสรรพสินค้าแปซิฟิก เพลส ของบริษัท รวมถึงค้าปลีกอื่น ๆ ที่อยู่ในย่านแอดมิรัลตี้ (Ad-miralty) ซึ่งเป็น 1 ใน 7 ย่านที่กลุ่มผู้ชุมนุมปักหลักประท้วงมานาน ล้วนเป็นย่านธุรกิจชั้นนำของฮ่องกงทั้งสิ้น

คำแถลงการณ์ไม่ได้ระบุถึงยอดบุ๊กกิ้งของสายการบินคาเธ่ย์แปซิฟิคที่ลดลง แต่ประเมินว่าผลกระทบต่อการจองเที่ยวบินในอนาคตจะลากยาวไปถึงเดือน ต.ค.นี้ พร้อมระบุถึง “กฎระเบียบใหม่” ที่ไม่อนุญาตให้พนักงานที่สนับสนุนต่อต้านรัฐบาลฮ่องกง ทำงานบนเที่ยวบินที่มุ่งหน้าสู่จีน หรือในเส้นทางบินที่ผ่านน่านฟ้าจีน และตั้งแต่วันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา สายการบินมีหน้าที่ต้องส่งรายชื่อและรายละเอียดลูกเรือไปยังรัฐบาลจีนเพื่อรับการอนุมัติ

Advertisement

เมื่อธุรกิจท่องเที่ยวได้รับความเดือดร้อน นั่นหมายถึงธุรกิจโรงแรมและร้านอาหาร โดยเฉพาะในย่านท่องเที่ยวของเกาะฮ่องกง ต่างก็ได้รับผลกระทบ ซึ่งช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. เรียกได้ว่าเป็น “ฤดูกาลท่องเที่ยว” ในฮ่องกง โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (IHG) เผยว่า ยอดการจองห้องพักชะลอไปจนถึงเดือน ต.ค. โดยยอดจองห้องพักในเดือน ก.ค. ลดลงกว่า 20% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เช่นเดียวกับโรงแรมแมริออท ที่ยอดจองห้องพักเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ลดลงไปราว 23%

รายงานยังกล่าวถึง “ธุรกิจค้าปลีก” ว่ากำลังเจ็บปวดกับสถานการณ์การประท้วงไม่ต่างกับภาคธุรกิจอื่น “แอนนี่ เหยา เจ้” (Annie Yau Tse) ประธานสมาคมการค้าปลีกฮ่องกง กล่าวว่า “ฤดูกาลช็อปปิ้ง” ในฮ่องกงคือ เดือน ก.ค.-ส.ค. แต่การประท้วงที่รุนแรงขึ้นส่งผลให้ยอดขายค้าปลีกลดลงเป็นเลข 2 หลัก ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

ขณะที่ Swire Properties นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าหลายแห่งทั่วฮ่องกง กล่าวว่า การประท้วงทำให้ไม่มีคนเดินห้าง ทำให้เมื่อต้นเดือน ส.ค. มีร้านค้าในห้างหลายรายที่ปิดให้บริการชั่วคราวโดยอ้างว่า “ปิดปรับปรุง”

แม้แต่ “แบรนด์หรู” เช่น PRADA สินค้าหรูจากอิตาลี ที่เคยทำกำไรจากตลาดฮ่องกงได้ในช่วงพีกไทม์ช็อปปิ้ง สูงสุด 20% จากยอดขายทั่วโลก ยอมรับว่า ยอดขายในเดือน ก.ค. ลดลงจากความปั่นป่วนทางการเมืองในฮ่องกง

นักวิเคราะห์จากฟิทช์ เรทติ้ง มองว่า หากการประท้วงในฮ่องกงยังไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบหนัก ๆ อาจตัดสินใจระงับการดำเนินธุรกิจลง เหมือนที่ก่อนหน้านี้

“เอชเอสบีซี” ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ประกาศปิดบางสาขาชั่วคราว ขณะที่ธนาคารข้ามชาติอีกหลายรายกำลังพิจารณาที่จะระงับการให้บริการจนกว่าสถานการณ์ในฮ่องกงจะสงบลงเช่นกัน

สิ่งสำคัญที่สุดหลังจบสิ้นการประท้วง คือ การเรียกคืนความเชื่อมั่นภาพลักษณ์ของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางทางการเงินระดับโลก และเป็นเกตเวย์สู่จีนแผ่นดินใหญ่ โดยภาคธุรกิจสามารถตั้งอยู่บนมาตรฐานการกำกับดูแล, หลักนิติธรรม, กรอบนโยบาย และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการทำธุรกิจในรูปแบบของฮ่องกงอย่างเสรี ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ “แตกต่าง” จากแผ่นดินใหญ่โดยสิ้นเชิง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ประท้วงฮ่องกง