เงินบาทเปิดตัวแข็งค่าตามตัวเลขเศรษฐกิจที่อ่อนแอของสหรัฐ ก่อนอ่อนค่าหลังยอดผู้ติดเชื้อสะสมทะลุ 200 ราย
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2563 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (18/3) ที่ระดับ 32.18/20 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (17/3) ที่ระดับ 32.31/33บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.5% ในเดือน ก.พ. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% หลังจากพุ่งขึ้น 0.6% ในเดือน ม.ค.เมื่อเทียบรายปี ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 4.3% ในเดือน ก.พ. ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร ทรงตัวในเดือน ก.พ. หลังจากเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือน ม.ค.
นอกจากนี้สมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAGB) ของสหรัฐยังเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านลดลง 2 จุด สู่ระดับ 72 ในเดือน มี.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านเพิ่มขึ้น 10 จุดในเดือน มี.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นร่วงลงทุกภูมิภาค ยกเว้นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2 จุด สู่ระดับ 64 นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า ต่างปรับตัวลงในเดือน มี.ค.
สำหรับปัจจัยภายในประเทศนั้น น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติงบฯกลาง จำนวน 17,310 ล้านบาท สำหรับใช้ในการแก้ปัญหาไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (โควิด-19) และแก้ไขปัญหาภัยแล้ง โดยในการแก้ปัญหาโควิด-19 แบ่งเป็น 2 ส่วนย่อย คือจัดสรรให้กับโครงการเพื่อบรรเทาผลกระทบของส่วนราชการต่าง ๆ จำนวน 9,002 ล้านบาท เช่น กระทรวงสาธารณสุข 5,488 ล้านบาท สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข 1,551 ล้านบาท กรมควบคุมโรค 520 ล้านบาท สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 3,260 ล้านบาท กระทรวงพาณิชย์ 108 ล้านบาท เพื่อชดเชยให้กับ 11 โรงงานที่ผลิตหน้ากากอนามัยที่ต้องรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นมาก รัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณไปดูแลเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทั้ง 11 โรงงาน โดยในวันนี้ (18/3) กระทรวงสาธารณสุขได้รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาเพิ่มขึ้นอีก 35 ราย โดยสรุปมียอดผู้ติดเชื้อสะสมที่ 212 ราย ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.15-32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.50/32.52 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรในวันนี้ (18/3) ค่าเงินยูโรเปิดตลาดที่ระดับ 1.1004/05 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (17/3) ที่ระดับ 1.1090/93 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ภายหลังศูนย์วิจัยเศรษฐกิจยุโรป (ZEW) เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่มั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนีดิ่งลงสู่ระดับ -49.5 ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 2551 ซึ่งขณะนั้นเกิดวิกฤตการเงินทั่วโลกและต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -26.4 จากระดับ +8.7 ในเดือน ก.พ. โดยได้รับผลกระทบจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 นอกจากนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ร่วงลงสู่ระดับ -43.1 ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ -30.0 จากระดับ -15.7 ในเดือน ก.พ. ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่่ในกรอบระหว่าง 1.0955-1.1044 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0995/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนในวันนี้ (18/3) เปิดตลาดที่ระดับ 107.24/25 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (17/3) ที่ระดับ 106.64/67 เยน/ดอลลาร์ หลังนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยในการแถลงต่อรัฐสภาว่า BOJ ประสบภาวะขาดทุน 2-3 ล้านล้านเยน (1.9-2.8 หมื่นล้านดอลลาร์) จากการถือครองกองทุน ETF ในขณะนี้ หลังจากราคาหุ้นดิ่งลงอย่างหนักจากความวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทังนี้ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.75-107.60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาที่ระดับ 107.45/47 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านเดือน ก.พ. (18/3), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ดัชนีการผลิตเดือน มี.ค จากเฟดฟิลาเดลเฟีย และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือน ก.พ. จาก Conference board (19/3)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.50/-0.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -1.2/1.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ