เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุมาโมโตะเล็งบินตรงอาเซียน ปักหมุดไทย ชิงนักท่องเที่ยว-สินค้า
Business คุมาโมโตะเล็งบินตรงอาเซียน ปักหมุดไทย ชิงนักท่องเที่ยว-สินค้า
คพ. ตรวจลักลอบทิ้งขยะโครงการก่อสร้าง Data Center บ้านฉาง 20 ตัน เร่งขนย้ายใน 7 วัน
เศรษฐกิจภูมิภาค คพ. ตรวจลักลอบทิ้งขยะโครงการก่อสร้าง Data Center บ้านฉาง 20 ตัน เร่งขนย้ายใน 7 วัน
“พูลอุดม”ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain รับทิศทางการค้าโลก
SD “พูลอุดม”ครบรอบ 50 ปี เดินหน้าสู่ Green Supply Chain รับทิศทางการค้าโลก
ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (9 ก.ย. 69) ปรับลง 100 บาท ทองรูปพรรณ 69,300 บาท
จบที่ 18 ปี ? Nike กำลังจะหลุด S&P 100 เตรียมแผนฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่
Business จบที่ 18 ปี ? Nike กำลังจะหลุด S&P 100 เตรียมแผนฟื้นธุรกิจครั้งใหญ่
ประสานเสียงผ่าทางตัน กสทช. กระทุ้งเลขาฯ จัดประชุมบอร์ดโดยไม่มี ‘นพ. สรณ’
Tech ประสานเสียงผ่าทางตัน กสทช. กระทุ้งเลขาฯ จัดประชุมบอร์ดโดยไม่มี ‘นพ. สรณ’
ประมงกาฬสินธุ์ยอมรับ ‘หมอคางดำ’ โผล่เขื่อนรับปาว จ่อลุยตรวจเชิงลึก 12 ก.ย.นี้
เศรษฐกิจภูมิภาค ประมงกาฬสินธุ์ยอมรับ ‘หมอคางดำ’ โผล่เขื่อนรับปาว จ่อลุยตรวจเชิงลึก 12 ก.ย.นี้
แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’
Real Estate แห่ขาย ‘บ้านมือสอง’ พุ่ง 1.9 แสนหน่วย ราคา 10 ล้านอัพเกลื่อน ‘กทม.-ปริมณฑล’
โพลมช. เผย Gen z ภาคเหนือฮิตอาชีพ “ไอที-AI” แซง “หมอ” ชี้ ได้ 3 ภาษาถึงรอดในตลาด
เศรษฐกิจภูมิภาค โพลมช. เผย Gen z ภาคเหนือฮิตอาชีพ “ไอที-AI” แซง “หมอ” ชี้ ได้ 3 ภาษาถึงรอดในตลาด
เปิดสเปก มิตซูบิชิ ปาเจโรเวอร์ชั่นไทย มี 3 รุ่นย่อย เปิดตัว 19 ต.ต.นี้
Automotive เปิดสเปก มิตซูบิชิ ปาเจโรเวอร์ชั่นไทย มี 3 รุ่นย่อย เปิดตัว 19 ต.ต.นี้
ดูทั้งหมด

ฝ่าวิกฤตหนี้ 7 ล้านล้าน อัดแพ็กเกจปลุกเศรษฐกิจโค้งท้ายปี’63

26 ก.ย. 2563 | 19:58น.
สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์

รัฐทุ่มเต็มสูบแก้พิษโควิด 3 เดือนอัดเงิน 8 แสนล้าน เยียวยา-เสริมสภาพคล่อง เร่งสปีดแก้วิกฤตหนี้ 7 ล้านล้าน 12.8 ล้านราย ชี้หลังปลดล็อกดาวน์ดัชนีการผลิต-บริโภคกระเตื้อง มั่นใจสิ้นสุดมาตรการพักหนี้ ต.ค.นี้ ลูกหนี้ส่วนใหญ่รอด ดึงสภาอุตฯ สภาหอการค้าฯ สกรีนผู้ประกอบการรายกลางรายเล็ก โฟกัสรายไหนควรได้รับความช่วยเหลือ รายไหนช่วยไม่ไหว ก่อนให้แบงก์-บสย.ปรับโครงสร้างหนี้ เตรียมอัดแพ็กเกจเศรษฐกิจ 3 เดือนสุดท้าย แย้มข่าวดีได้ขุนคลังคนใหม่เดือนหน้า

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษ “ทางเลือก ทางรอด ประเทศไทย” ในงานสัมมนา ทางเลือก ทางรอด ฝ่าวิกฤต “หนี้” จัดโดยหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติธุรกิจ” เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2563 ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก (เพลินจิต) ว่า ขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ร่วมมือกับรัฐบาล ควบคุม รักษาวินัยเพื่อป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ไม่ให้ระบาด เป็นข้อดีและจุดเด่นของประเทศไทย ซึ่งจะนำไปสู่ทางรอดในการฝ่าวิกฤตหนี้

3 เดือนเยียวยา 8 แสนล้าน

“ช่วง 3 เดือนที่ผ่านมามีความจำเป็นต้องดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่อให้การควบคุมเป็นไปได้อย่างดี แน่นอนเดือดร้อนทุกภาคส่วน รัฐบาลใช้ทุกมาตรการที่มีเพื่อเยียวยาสภาพคล่องเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ เงินจำนวนไม่น้อยที่ใช้ไปกว่า 8 แสนล้านบาท เช่น มาตรการช่วยคนหาเช้ากินค่ำและเกษตรกร 33 ล้านคน วงเงิน 4 แสนกว่าล้านบาท ส่วนสภาพคล่องจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) สินเชื่อซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาท จำนวนกว่า 1 แสนล้านบาท สินเชื่อธนาคารพาณิชย์กว่า 1 แสนล้านบาท รวมทั้งสิ้นกว่า 2 แสนล้านบาท รวมถึงมาตรการลดภาระค่าใช้จ่าย ค่าน้ำค่าไฟฟรี 5 หมื่นล้านบาท เพื่อให้เรามีวันนี้ ฟื้นฟูและเริ่มต้นกันใหม่”

พักหนี้ 7 ล้านล้าน 13 ล้านคน

แน่นอนยังมีอุตสาหกรรมที่ยังเดือดร้อนจากการเปิดประเทศได้ไม่สมบูรณ์ เช่น ท่องเที่ยว ส่งออก หรืออุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ถดถอย ซึ่งเกิดขึ้นทุกประเทศในโลก เป็นเรื่องใหม่ ไม่มีใครเกิดขึ้นมาก่อน หลายประเทศที่พัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนายังสาละวนกับการแก้ปัญหาการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด เช่น อังกฤษ

“ตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา สภาพคล่องที่เกิดขึ้นสำคัญมาก เป็นเพราะธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐและธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งกระทรวงการคลัง ได้มีมาตรการพักชำระหนี้ 6 เดือน ให้สภาพคล่องมากขึ้น และรักษาการจ้างงานในวันนี้ ยอดหนี้ประมาณ 7 ล้านล้านบาท แต่มีผู้เกี่ยวข้องได้รับประโยชน์จากการพักชำระหนี้ 12.8 ล้านคน แม้เมื่อเฉลี่ยหนี้ต่อหัวไม่มาก แต่จำนวนผู้เกี่ยวข้องมาก”

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวว่า หลายคนอาจเรียกว่า มหาวิกฤต แต่อยากจะให้ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ปี 2540 และไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก ต้องไม่เกิดขึ้น ต้องมีทางแก้และทางเลือก ครั้งนี้จะพยายามแก้ปัญหาเต็มที่ด้วยตำแหน่งและหน้าที่ที่มีในการรักษาไม่ให้เกิดวิกฤต วันนี้ระดับปัญหาไม่มาก เป็นเรื่องของการบริหารจัดการมากกว่า แต่ยากตรงที่เศรษฐกิจโลกถดถอยไปด้วย

“เราต้องมีความหวังและความเชื่อร่วมกันคือ ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดต้องมีวันสิ้นสุด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าปลายปี 2020 โลกจะกลับคืนสภาพปกติ ถ้าถามผม ถ้าประเทศไทยทำได้ดีอีก 2 ปี เราจะกลับสู่ปกติ และถ้าทำได้ดีมาก เราจะเข้าสู่ปกติภายในปลายปี 2564 และปี 2565 จะกลับสู่ปกติ”

แต่เรายังเรียกว่าความไม่แน่นอน จึงต้องแสวงหาความรู้เพื่อสะสมความหวังและความเชื่อให้เกิดขึ้น เพื่อเดินไปข้างหน้า ถ้าเราหมกมุ่นอยู่กับปัญหากับความกลัว เราจะอยู่กับที่ ไม่เดินหน้า และเราจะไม่แก้ปัญหา หรือปัญหาแก้ไขได้ยาก

Advertisement

“ปัญหาหนี้ถ้าท่านเชื่อว่าต้องมีวันจบ สถาบันการเงินเฉพาะกิจ ธนาคารพาณิชย์ และ ธปท. แม้กระทั่งรัฐบาลต้องติดตามใกล้ชิด และต้องสร้างความเชื่อและความหวัง ส่วนตัวเชื่อว่าภายใน 1-2 ปี เราจะกลับสู่ปกติ และปัญหาจะน้อยลง เพราะเมื่อผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ 6 ระยะแล้ว บ้านเมืองกลับสู่ปกติ การบริโภค การใช้จ่ายดีขึ้น ตัวเลขดัชนีการผลิต การบริโภคดีขึ้นตลอด 4 เดือน จำนวนหนี้จาก 7 ล้านล้านบาทจะน้อยลง”

เสถียรภาพสถาบันการเงินแกร่ง

ที่ผ่านมา รัฐบาล ธนาคารพาณิชย์ และธนาคารเฉพาะกิจ รวมถึง ธปท.มีมาตรการป้องกันล่วงหน้า เช่น การเพิ่มทุนเพื่อรองรับกรณีมีหนี้เสียจำนวนมากในไตรมาส 2 ขณะเดียวกัน ธนาคารพาณิชย์มีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS ra-tio) สูงถึง 19% สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 11% ธนาคารเฉพาะกิจเกิน 13% สูงกว่าเกณฑ์มาก 8.5% มาก อย่างไรก็ตาม ในการแก้ปัญหาหนี้ ธนาคารพาณิชย์ต้องทำเร็ว ต้องทำทุกเม็ด ต้องรู้จักลูกค้าทุกคน ต้องแก้เป็นรายคน รวดเร็วเพื่อให้ลูกหนี้ที่รู้สึกว่าควรได้รับการเยียวยา ไม่ทอดทิ้งเขาไปไหน

ดึงสภาอุตฯ-สภาหอฯสกรีนลูกหนี้

“ผมพยายามพูดคุยกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพราะลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือ ขนาดเล็ก ขนาดกลางและย่อย ให้ช่วยส่งสัญญาณให้สถาบันการเงิน เพื่อให้เห็นความร่วมมือ เช่น การจ่ายเงินเร็วขึ้น สร้างสภาพคล่องให้กับคนตัวเล็ก คนตัวใหญ่ พี่ใหญ่ประคับประคองน้อง ๆ ที่ยังขาดสภาพคล่องเพื่อรักษาแรงงาน ให้เกิดการจ้างงานตลอด ขอให้ช่วยให้ข้อมูลกับสถาบันการเงินว่า ใครควรได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง ต้องทำให้เร็ว อย่าทอดให้นาน”

ให้ ส.อ.ท. สภาหอการค้าฯให้ข้อมูลว่า ลูกหนี้รายไหนควรได้รับความช่วยเหลืออย่างแท้จริง กลุ่มไหนปรับโครงสร้างหนี้แล้วไปได้ก็ต้องปรับ แต่พวกเทา ๆ คือ หยุดประกอบการ หรือประกอบการแล้วต่ำกว่า cash cost แต่ตรรกะว่าโควิดมีวันจบ ข้อมูลที่ได้จะวิเคราะห์สถานการณ์แยกแยะได้ว่า ใครที่ควรช่วย ใครที่เราช่วยไม่ไหว ต้องช่วยตัวเอง เราถึงจะช่วย วิถีนี้จะทำให้ความห่วงว่าวิกฤตหมดไป

“ถ้าเราเชื่อว่าโควิดต้องมีวันสิ้นสุด เราจะเห็นโอกาสช่วยเหลือ เห็นโอกาสปรับโครงสร้างนี้ ตรงนี้จะเป็นจุดตัดสินใจที่ก้ำกึ่ง ทำให้ดีที่สุด ส่วนกลุ่มที่ก่อนโควิดก็ไปไม่ได้อยู่แล้วก็แยกออกอีกกลุ่ม ซึ่งยากและเห็นใจ แต่ต้องช่วยให้ประเทศไทยพ้นจากความกลัวในเรื่องวิกฤตครั้งนี้ให้ได้ ผมใช้คำว่าความกลัว เพราะไม่เชื่อว่าจะเกิดวิกฤต”

อัดแพ็กเกจ 3 เดือนสุดท้ายปี’63

นายสุพัฒนพงษ์กล่าวต่อว่า ถ้าทำไม่ดี ปัญหาคือเกิดวิกฤต จะนำไปสู่การว่างงาน การรักษาการจ้างแรงงานทำไม่ได้ เรื่องก็จะกลับมาสู่รัฐบาล แต่รัฐบาลเตรียมไว้หมดแล้ว การจ้างงาน การเพิ่มสภาพคล่อง การกระตุ้นเศรษฐกิจ ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายปี 2563 ภายใต้มาตรการ copayment เพื่อสร้างสภาพคล่องให้เกิดการชำระหนี้ และแก้ปัญหาปรับโครงสร้างหนี้เป็นไปรวดเร็วและมั่นใจ รัฐบาลเข้มแข็งและมีสถานภาพทางการเงินที่ดีเป็นที่ประจักษ์ ส่วนมาตรการอื่น ๆ จะค่อย ๆ เปิดประเทศ การดำเนินธุรกิจทำได้มากขึ้น นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศได้มากขึ้น

“รัฐบาลไทยใช้ไปแล้ว 8 แสนล้านบาท และมีเงินสำรองที่ยังไม่ได้ใช้ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทยเท่าเดิมคือ stable เสถียรภาพทางการเงินเข้มแข็ง ตอนนี้จะรอ ธปท. สถาบันการเงิน ลูกหนี้ ส.อ.ท. สภาหอการค้าฯจะร่วมมือกันอย่างไร”

ต.ค.ได้ รมว.คลังคนใหม่

ส่วนคนที่จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ได้ทันไตรมาส 4 แน่นอน ภายในเดือนตุลาคมต้องเห็นรัฐมนตรีคนใหม่

“มีแล้วครับ แต่ไม่ทราบชื่อ ทราบอยู่อย่างเดียวว่า ท่านนายกฯให้ความเชื่อมั่นว่า ทำงานกับผมได้ ท่านนายกฯให้ความสบายใจ เพราะท่านนายกฯสัมผัสกับผมมา รู้ว่าผมทำงานยังไง เน้นการแก้ปัญหา เดินหน้าเข้าสู่การแก้ปัญหาให้กลับไปสู่สภาพเดิมให้เร็วที่สุด ไม่ทราบว่าเป็นคนในหรือคนนอก เพราะผมยังไม่รู้จักชื่อเลย”

หนี้สาธารณะยังจัดการได้

นายดนุชา พิชยนันท์ รองเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวในหัวข้อเรื่อง “ปิดเพดานหนี้ฐานราก ปรับโครงสร้างหนี้ประเทศ” ว่า เรื่องหนี้อยู่ใกล้ตัวเราทุกคน ส่วนประเทศต้องเดิน financing ในรูปแบบนี้เช่นกัน ดังนั้นจึงต้องแยกหนี้ออกเป็น 3 ส่วน

ส่วนแรก สถานการณ์หนี้สาธารณะของประเทศ ในช่วงกรกฎาคม 2563 ขณะนี้หนี้สาธารณะของประเทศ 47% ต่อจีดีพี เพิ่มขึ้นจากต้นปีที่อยู่ 41% หลายคนมองว่าพุ่งขึ้นมาเยอะ แต่มีความจำเป็น สถานการณ์ประเทศไม่ปกติ เราต้องบริหารจัดการทรัพยากรเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ยังอยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้ ซึ่งตามกรอบอยู่ที่ 60% ของจีดีพี แม้ว่าจะกู้ตาม พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท แต่สุดท้ายหนี้สาธารณะอยู่ที่ 57% อยู่ในกรอบที่บริหารจัดการได้

งบประมาณสมดุลอีก 5 ปีข้างหน้า

นายดนุชากล่าวว่า หากเทียบกับหนี้สาธารณะของประเทศอื่น เช่น สหรัฐอเมริกา หนี้สาธารณะขึ้นจาก 109% มาเป็น 131% ญี่ปุ่นขึ้นจาก 237% มาเป็น 252% หรือสหราชอาณาจักร ปรับขึ้นจาก 85% มาเป็น 91% ของไทยอยู่ในระดับที่การพุ่งขึ้นไม่สูงมากนัก ทั้งนี้ หนี้สาธารณะของประเทศเกิดขึ้น ส่วนแรกส่วนที่เรากู้มาเพื่อขาดดุลงบประมาณ เพราะเรามีความจำเป็นที่จะต้องลงทุนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะสังเกตว่าเราจัดงบประมาณแบบขาดดุลมาโดยตลอด ซึ่งรายได้ไม่พอกับรายจ่าย ส่วนที่เกินต้องกู้เข้ามา ช่วง 10 ปีจัดงบประมาณขาดดุลตั้งแต่ 2.5 แสนล้าน 3 แสนล้าน จนขณะนี้ 5-6 แสนล้าน ขยายตัวขึ้นมาตามขนาดของเศรษฐกิจที่ใหญ่ขึ้น

“ถามว่ามีปัญหาหรือไม่ เราพยายามที่ทำงบประมาณเข้าสู่สมดุลให้ได้ภายใน 5-6 ปีข้างหน้า เราจะจัดงบประมาณขาดดุลแบบนี้ต่อไปคงไม่ได้”

จ่อลดขนาดภาครัฐราชการ

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนที่สอง หนี้ที่กู้มาลงทุนในโครงการต่าง ๆ ทั้งรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้า ขนส่งมวลชน ระบบประปา ระบบน้ำ โปรเจ็กต์เหล่านี้ ปีหนึ่ง ๆ อยู่ที่ 3-5 แสนล้านต่อปี ขึ้นอยู่กับโครงการที่อนุมัติ ซึ่งไม่มีความกังวลมาก เพราะลงในโครงสร้างพื้นฐานที่ทำให้เศรษฐกิจไปข้างหน้าได้ มีการรีเทิร์นทางเศรษฐกิจ ส่วนที่สาม คือหนี้ที่เกิดจากการทำนโยบายกึ่งการคลัง คือ รัฐต้องการทำนโยบายเพื่อช่วยเหลือประชาชน ต้องให้กลไกธนาคารของรัฐให้ความช่วยเหลือไปก่อน แล้วตั้งงบประมาณให้ภายหลัง

หรือการทำโครงการ PPP ระหว่างรัฐกับเอกชน ในลักษณะ long-term payment จ่ายประมาณ 10-20 ปีข้างหน้า ต้องการให้เกิดสิ่งอำนวยความสะดวกเร็วขึ้น เช่น รถไฟฟ้าบางสาย ซึ่งโครงการเหล่านี้ทำได้ในบางช่วงเวลา คงจะทำเยอะไม่ได้ เพราะจะไปเบียดฐานะการคลังของเรา ทำให้มีเงินลงทุนในงบประมาณลดลง ทำได้แค่บางโครงการเท่านั้น

“สิ่งที่จะเกิดจากการปรับโครงสร้าง ถ้าเราต้องการลดการขาดดุลของประเทศ ส่วนหนึ่งที่ต้องเริ่มทำวันนี้ คือ ปรับโครงสร้างระบบราชการซึ่งใหญ่มาก ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี เป็นงบฯประจำ 80% สูงเกินไป ทั้งที่วันนี้มีเทคโนโลยี มีดิจิทัลเข้ามาดำเนินการได้ ในอนาคตต้องปรับโครงสร้างภาครัฐให้กะทัดรัดลง เพื่อจะได้มีช่องว่างสำหรับทำงบประมาณเพื่อการลงทุนเพิ่มขึ้น และจะลดเรื่องการขาดดุลงบประมาณลงได้ ขณะเดียวกันก็จัดเก็บรายได้ให้เพิ่มมากขึ้นด้วย”

ปรับเกณฑ์ซอฟต์โลนช่วย SMEs

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนหนี้ภาคธุรกิจในต้นปีที่ผ่านมา สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่พุ่งสูงขึ้นมา โดยขยายตัว 36.5% เทียบกับช่วงปีที่ผ่านมาเกิดจากการผ่อนคลายดอกเบี้ยต่าง ๆ แต่หากดู SMEs การขยายตัวค่อนข้างลดลงเยอะ ส่วนหนึ่งมาจากการเข้าถึงแหล่งเงินลงทุน ศักยภาพของ SMEs ที่ยังมีปัญหาต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอยู่บ้าง จึงต้องมีการแก้ไข ขณะเดียวกันหนี้ธุรกิจ SMEs ภาครัฐมีมาตรการไปหลายอย่าง ตั้งแต่ 10 มีนาคม 2563 ภาครัฐออกมาตรการไปค่อนข้างเยอะ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สินเชื่อผู้มีรายได้ประจำ สินเชื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราว วงเงิน 2.5 แสนล้าน

นอกจากนี้ยังมี พ.ร.ก.ให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 ซึ่งเป็นซอฟต์โลนวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท เพื่อช่วยเหลือ SMEs ตอนนี้ใช้ไปแค่ 1 แสนล้านเท่านั้น จะต้องดูปรับเงื่อนไขการเงินการคลังอย่างไร กำลังหารือกันระหว่างกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสภาพัฒน์ ทำอย่างไรที่จะปรับปรุงเงื่อนไขให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุนของรัฐให้ได้

ห่วงเด็กจบใหม่หนี้ท่วมหัว

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนหนี้ครัวเรือน ขณะนี้เราอยู่ที่ 80% ของจีดีพี โครงสร้างหนี้เป็นหนี้ระยะยาว ที่อยู่อาศัย 33.0-34% ส่วนสินเชื่อเพื่อการบริโภคส่วนบุคคลอยู่ที่ 27% ต้องดูใกล้ชิด เพราะอาจจะทำให้เกิดปัญหาในอนาคตได้ แต่เราไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหามาตรการช่วยเหลือหนี้ส่วนบุคคลให้อยู่รอดต่อไปได้และลดระดับหนี้ลงมา อัตราการขยายตัวหนี้ครัวเรือนขยายตัวลดลงตั้งแต่กลางปี 2562 เข้มข้นขึ้นในการคัดกรอง และมาตรการด้านอสังหาริมทรัพย์ ทำให้สินเชื่อส่วนบุคคลที่เป็นหนี้ครัวเรือนขยายตัวลดลงมาเรื่อย ๆ

แต่น่าสนใจว่าคนที่เป็นหนี้ครัวเรือน ส่วนใหญ่เริ่มเป็นหนี้เร็วขึ้น จบปริญญาตรีก็เป็นหนี้แล้ว คือกลุ่มอายุ 22-40 ปี เป็นหนี้ครัวเรือนค่อนข้างสูง เป็นที่แปลกใจจบปริญญาตรีสามารถสร้างหนี้สร้างสินได้เยอะ จึงต้องกลับมาดูว่าเป็นที่ตัวบุคคล หรือ ecosystem ของระบบ

เร่งออกมาตรการช่วยคนตกงาน

นายดนุชากล่าวว่า ส่วนผลกระทบจากหนี้ต่าง ๆ ไล่ตั้งแต่หนี้ภาครัฐ เมื่อปัญหาหนี้ของประเทศสูงขึ้น อัตราขยายตัวลดลงโดยระบบ แม้มีเศรษฐกิจโตขึ้นเรื่อย ๆ แต่ถ้าหนี้เกินความสามารถของประเทศจะจัดการได้ ทำให้อัตราการเจริญเติบโตของประเทศลดลง แต่โชคดีของประเทศไทยที่จัดการได้ ผ่อนคลายต่าง ๆแทบจะ 100% เหลือเพียงให้นักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ทำให้คนสามารถหารายเพิ่มขึ้น ก็จะทำให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนไปได้

แนะแบงก์ต้องช่วย SMEs

นายดนุชากล่าวว่า หนี้เอกชน ภาคธุรกิจ ณ ตอนนี้ มาตรการช่วยเหลือของภาครัฐหมดไปและยังไม่มีการต่อ ต้องเริ่มมาดูว่าจะปรับโครงสร้างอย่างไร ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่าง SMEs กับทางธนาคาร ช่วงนี้เป็นช่วงสำคัญที่ต้องช่วยเหลือกัน ถ้าพังทั้งระบบยากที่จะแก้ ดังนั้นต้องกลับมาคุยกันและช่วยเหลือกันมากยิ่งขึ้น