ผู้ปลูกมันฯ เฮ เคาะราคาประกันแล้วที่ 26 สต. เริ่มจ่าย 1 ธ.ค. 63 นี้
พาณิชย์ พร้อมจ่ายชดเชยโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง งวดที่ 1 เคาะส่วนต่างที่กิโลกรัมละ 26 สตางค์ จ่ายให้กับเกษตรกรตั้งแต่ 1 เม.ย. 63 และคาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อน 1 ธ.ค. 63 โดยจะจ่ายในวันที่ 1 ธ.ค. นี้
วันที่ 28 พฤศจิกายน 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมา นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม รองอธิบดี รักษาการอธิบดีกรมการค้าภายใน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ได้ประชุมเพื่อพิจารณากำหนดราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงและการชดเชยส่วนต่างราคาให้กับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ปี 2563/64 งวดที่ 1 ซึ่งเป็นงวดแรกของโครงการประกันรายได้มันสำปะหลังปี 2
โดยที่ประชุมเห็นชอบกำหนดชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร สำหรับเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง และระบุวันเพาะปลูกตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 และระบุวันคาดว่าจะเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ในราคากิโลกรัม (กก.) ละ 0.26 บาท ซึ่งเป็นส่วนต่างจากราคาเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 2.50 บาทต่อกก. โดยราคาตลาดหัวมันสำปะหลังสดเชื้อแป้ง 25% ขณะนี้เฉลี่ยอยู่ที่กก.ละ 2.24 บาท
สำหรับราคาตลาดที่คณะกรรมการพิจารณาเพื่อใช้ในการคำนวณส่วนต่าง ได้นำราคาที่มีการซื้อขายจริงในตลาดจาก 5 แหล่งผลิต ได้แก่ กรมการค้าภายใน ซึ่งใช้ราคาเฉลี่ยย้อนหลัง 30 วัน ในแหล่งผลิตสำคัญ 14 จังหวัด ได้แก่ นครราชสีมา กำแพงเพชร ชัยภูมิ กาญจนบุรี อุบลราชธานี สระแก้ว นครสวรรค์ เลย กาฬสินธุ์ อุดรธานี บุรีรัมย์ ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา ลพบุรี
นอกจากนี้ ยังใช้ราคาสมาคมชาวไร่มันสำปะหลังแห่งประเทศไทย จาก 14 จังหวัด ราคาสมาคมแป้งมันสำปะหลังไทย ใน 10 เขตพื้นที่จำนวน 29 จังหวัด ราคาสมาคมโรงงานผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังไทย ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี และราคาสมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาพิจารณาเพื่อหาราคาที่เหมาะสม โดยนำมาถ่วงน้ำมันในอัตรา 25% , 25% , 25% , 10% และ 15% ตามลำดับ
ทั้งนี้ การจ่ายเงินส่วนต่างจะจ่ายทุกวันที่ 1 ของเดือน เป็นเวลา 12 เดือน โดยจะจ่ายงวดแรกในวันที่ 1 ธันวาคม 2563 ซึ่งธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จะจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง โดยเกษตรกร 1 ครัวเรือน จะใช้สิทธิได้ 1 ครั้ง
โดยการคำนวณผลผลิตที่จะได้รับการชดเชย ได้ใช้ปริมาณผลผลิตต่อไร่ย้อนหลัง 3 ปี (ปี 2560/61 ปี 2561/62 และปี 2562/63) ของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร เท่ากับ 3,419 กก./ไร่ คูณด้วยจำนวนไร่ตามที่ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไว้ แต่ไม่เกินครัวเรือนละ 100 ตัน