เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

จี้ปลดพื้นที่คุมเข้ม จันท์-ตราด-ระยอง หวั่นกระทบส่งออกทุเรียนไปจีน

21 ม.ค. 2564 | 09:41น.

“จันทบุรี-ตราด-ระยอง” ถือเป็น3 จังหวัดที่ถูกยกระดับเป็น “พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่

ส่งผลให้เกษตรกร โรงบรรจุ (ล้ง) และผู้ส่งออกต่างหวั่นเกรงถึงผลกระทบต่อฤดูกาลเก็บเกี่ยว “ทุเรียน” ของภาตะวันออกที่ผลผลิตเริ่มทยอยออกสู่ตลาดกลางเดือนมกราคม 2564 และจะออกมากสุดในช่วงเดือนมีนาคมนั้น

ผู้ว่าฯจันท์ผนึกสวน-ส่งออกรับมือ

นายสุชาติ จันทร์เหลือง หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการผลิต รักษาราชการแทนเกษตรจังหวัดจันทบุรี เปิดเผยว่า นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ได้หารือหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องและผู้แทนภาคเอกชน

เช่น นายกสมาคมผู้ประกอบการส่งออกทุเรียน มังคุด (DMA) ผู้แทนสมาคมชาวสวนทุเรียนแห่งประเทศไทย สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ ( MAFTA) สมาคมทุเรียนไทย (TDA) สมาคมการค้าและท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นผลผลิตทุเรียนของ จ.จันทบุรี และไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งตลาดจีน

ตาม 4 มาตรการการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ได้แก่ 1) มาตรการป้องกันของชาวสวน 2) มาตรการการป้องกันของผู้ส่งออก 3) มาตรการการขนส่ง

และ 4) มาตรการเสริมของทางราชการ โดยแต่ละมาตรการจะมีแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นมาตรฐานประชาสัมพันธ์ให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและถือปฏิบัติโดยทั่วกันเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการติดเชื้อโควิด-19 กับคู่ค้าต่างประเทศ สมาคมทุเรียนไทยผลิตสื่อประชาสัมพันธ์ 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ และภาษาจีน

“ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีข่าวจีนระงับการซื้อทุเรียนไทย เนื่องจากพบเชื้อโควิด-19 สร้างความตื่นตระหนกให้เกษตรกร ผู้ประกอบการ จังหวัดจันทบุรี จึงเร่งดำเนินการสร้างความเชื่อมั่นและประชาสัมพันธ์ให้ตลาดผู้บริโภคเพื่อยืนยันความปลอดภัยทุเรียนไทยจากเชื้อโควิด-19”

ยันไม่พบรายงาน “โควิด”

อย่างไรก็ตาม มีหนังสือของ นายอดิศร จันทรประภาเลิศ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการเกษตร)/ผู้อำนวยการ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2564 แจ้งว่า ได้สอบถามไปยังสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง ถึงกรณีมีข่าวการระงับการนำเข้าทุเรียนไทยเนื่องจากตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทุเรียนนั้น

ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการกองกองกักกันพืช กองที่ 2 กรมกักกันพืชและสัตว์ สำนักงานศุลกากรแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (GENERAL ADMINISTRATION OF CUSTOMS OF THE P.R.CHINA : GACC) ว่า ไม่ได้รับแจ้งรายงานจากหน่วยงานด่านภายใต้สังกัด

และจากการตรวจเว็บไซต์ข่าวต่าง ๆ ไม่พบว่ามีการรายงานข่าวเรื่องตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งทุเรียนไทยและจีนไม่ได้ระงับการนำเข้าทุเรียนไทยแต่อย่างใด” นายสุชาติกล่าว

พ่นยาฆ่าเชื้อชุมชน-ล้งสกัด

ทางด้าน นายภาณุวัชร์ ไหมแก้ว นายกสมาคมส่งออกทุเรียน มังคุด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มาตรการตอนนี้ได้ร่วมกับหน่วยงานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาคมการค้าผลไม้ยุคใหม่ เป็นความร่วมมือกันทั้งรัฐและเอกชน เพราะจันทบุรีมีเครือข่าย องค์กร ที่มีความเข้มแข็งจำนวนมาก

เริ่มพ่นฆ่าเชื้อไวรัสไปบ้างแล้วตามแหล่งชุมชนแบบปูพรมและโรงคัดบรรจุ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับฤดูกาลผลไม้ที่จะถึงในกลางเดือนมกราคม มาตรการขั้นตอน ป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ต้นทาง โดยมีสมาคมทุเรียนไทยเข้ามาช่วยยกระดับมาตรฐานของเกษตรกร วิธีการป้องกัน จัดการในสวน

ส่วนโรงงานบรรจุกล่อง ต้องมีวิธีบริหารจัดการล้งภายในโรงงาน แรงงานต้องผ่านการคัดกรอง ตรวจโรค ปฏิบัติตามมาตรฐานสาธารณสุขทุกขั้นตอน ตั้งแต่นำผลผลิตเข้ามาบรรจุกล่องฆ่าเชื้อ รถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ทุกคันต้องฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิดก่อนไปบรรทุกบรรจุภัณฑ์สมาคมส่งออกทุเรียน มังคุดจะเป็นผู้แสตมป์ใบรับรองรถบรรทุก

เมื่อบรรจุทุเรียนลงตู้แล้วมีการพ่นฆ่าเชื้อก่อนปิดตู้คอนเทนเนอร์ เจ้าหน้าที่หน่วยกักกันพืชจะตรวจสอบ ทุกอย่างต้องควบคุมทั้งระบบจากต้นทางถึงปลายทาง ต่อไปจะประชาสัมพันธ์ประชาชนทั่วไป ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะจีนได้รับรู้ มั่นใจทุเรียนไทย

สวน-ล้งส่งออกมี GAP-GMP

นายปิยะ สมัครพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง กล่าวว่า ในปี 2564 นอกจากแปลงทุเรียนจะได้มาตรฐาน GAP และโรงคัดบรรจุได้มาตรฐาน GMP แล้ว ภาคตะวันออก จันทบุรี ระยอง ตราด เพิ่มมาตรการการแก้ปัญหาตัดทุเรียนอ่อนไม่ได้คุณภาพ ให้เกษตรกร โรงคัดบรรจุปฏิบัติ

โดย 3 จังหวัดประกาศวันเก็บเกี่ยวทุเรียน (หมอนทอง) วันที่ 10 เมษายน2564 วันเดียวกัน ถ้าจะเก็บเกี่ยวก่อนต้องแจ้งกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านเพื่อให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรในพื้นที่ไปตรวจความแก่ของทุเรียน ถ้าทุเรียนแก่ได้ตามมาตรฐานเปอร์เซ็นต์ของเนื้อแป้ง 32% จะออกใบรับรองให้เกษตรกรใช้แนบกับสำเนา GAP

เพื่อจำหน่ายให้กับล้งโรงคัดบรรจุบรรจุส่งต่อให้สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 (สวพ.6) ตรวจความแก่ทุเรียนเพื่อออกใบรับรองก่อนปิดตู้ ใช้แนบประกอบให้ด่านตรวจพืชตรวจอีกครั้ง

“ถ้าพบว่าเกษตรกรจำหน่ายทุเรียนอ่อน จะพิจารณาพักใบรับรอง GAP ส่วนผู้ประกอบการพักใบ GMP การออกประกาศวันเก็บเกี่ยว ทั้ง 3 จังหวัดจะดำเนินการภายในวันที่ 31 มกราคม 2564 ปัญหาอื่น ๆ ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในการส่งออกทุเรียนปี 2564 มีปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ เนื่องจากสถานการณ์ของการระบาดโควิดในรอบที่ผ่านมา

และเศรษฐกิจของโลกที่ทรุดตัว ทำให้ระบบโลจิสติกส์ไม่สะดวก ไม่สามารถระบายผลไม้ทั้งภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วเกิดปัญหาการกระจุกตัวของทุเรียนสูงและมีปริมาณผลผลิตกระจุกตัวค่อนข้างมาก อาจจะกระจายไม่ทัน” นายปิยะกล่าว

ดิ้นปลดพื้นที่คุมสูงสุด-เข้มงวด

ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา เปิดเผยว่า การสร้างความเชื่อมั่นกับประเทศคู่ค้าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะโควิด-19 ที่กำลังระบาด และจันทบุรี ตราด อยู่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด จำเป็นต้องมียุทธศาสตร์การค้าอย่างชัดเจน นอกเหนือจาก 4 มาตรการของ จ.จันทบุรี

ปัจจุบันจีนมีหิมะตกหนัก ส่งผลกระทบต่อการขนส่งภายในประเทศ จึงมีการชะลอการนำเข้าสินค้าจากไทย แต่สำคัญที่สุดน่าเป็นความเชื่อมั่นสถานการณ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดระลอกใหม่ในไทย และต้นทางผลิตทุเรียน จันทบุรี และตราด อยู่ในพื้นที่สีแดงพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ต้องเรียกความเชื่อมั่นกลับมา ไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรและล้งส่งออก

ทั้งนี้ ถ้าจันทบุรี ตราด สามารถควบคุมสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วและเป็นระบบ ควรเสนอให้ ศบค.มท.ปลดออกจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด และเร่งประชาสัมพันธ์

ก่อนผลผลิตในฤดูกาลจะออกสู่ตลาดลอตแรกกลางเดือนกุมภาพันธ์และพีกเดือนมีนาคม นอกจากนี้ ขอให้กระทรวงพาณิชย์เร่งเจรจากับทูตต่างประเทศยืนยันมาตรฐานการส่งออกที่มีขั้นตอนการตรวจสอบทุกกระบวนการผลิตว่าปลอดภัยจากโควิด-19

อย่างไรก็ตาม นพ.อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.จันทบุรี กล่าวว่า การประเมินทางระบาดวิทยานับจากประกาศจังหวัดจันทบุรีพื้นที่ควบคุมสูงสุดเข้มงวด ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม ต้องดูผลครบ 14 วัน คือ วันที่ 17 มกราคม รอบแรกและรอประเมินผลอีกครั้งวันที่ 31 มกราคม

ถ้าปลอดภัย มีผู้ติดเชื้อลดลงสามารถควบคุมต้นตอการระบาดได้ผู้ติดเชื้อในจังหวัดลดลงเป็นลำดับ น่าจะเปลี่ยนแปลงลดระดับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดได้ แต่ต้องเสนอ ศบค.ชุดใหญ่พิจารณา