ชงศบค. 1 เมษาฯ คลายล็อกเพิ่ม-ดีเดย์ “1 ตุลาฯ” ไฟเขียวต่างชาติเข้าไทย
แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์
ศบค.ชุดเล็ก ชงศบค.ชุดใหญ่ 15 มีนาคมนี้ คลายล็อกเพิ่มเติม ควบคู่กับการกระจาย-ฉีดวัคซีนให้ประชาชน ระบุ 1 เมษาฯนี้ คลายล็อกเพิ่มเติม ทั้งเรื่องสงกรานต์ ผู้ที่จะเดินทางเข้าประเทศ ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ถึง 31พ.ค. รวมถึงเรื่องของวัคซีนพาสปอร์ต ระบุ 1 ตุลาฯ ผ่อนคลายระยะ 3 เตรียมผ่อนปรนต่างชาติเข้าไทย
วันที่ 8 มีนาคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) กล่าวตอนหนึ่งหลังแถลงสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิดประจำวันว่า วันนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดเล็ก มีการหารือกันในเรื่องการกำหนดมาตรการผ่อนคลาย ในภาคส่วนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคสังคมและเศรษฐกิจ
โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค.ได้เน้นย้ำให้ศบค.ชุดเล็กจะต้องมีการจัดเตรียมเพื่อที่จะเสนอมาตรการผ่อนคลายให้มากขึ้น ในวันนี้ 15 มีนาคม 2564 ที่จะถึงนี้ สำหรับมาตรการผ่อนคลายที่จะนำเสนอในสัปดาห์หน้ามีการกำหนด เป็น 3 ระะยะด้วยกัน
1 เมษาฯ คลายล็อกเพิ่ม-ขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯถึง 31พ.ค.
ระยะแรกคือ วันที่ 1 เมษายน 2564 จะมีการนับจำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนทั่วประเทศที่ดำเนินการฉีดวัคตั้งแต่วันแรกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2564 โดยศบค.จะพยายามเสนอแผนการผ่อนคลายมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์การฉีดวัคซีนที่เกิดขึ้น ในส่วนของวันที่ 1 เมษายน ภายในประเทศอาจจะมีการพิจารณาปรับพื้นที่ ปรับสี ซึ่งแต่ละจังหวัด แต่ละพื้นที่ก็ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด
นอกจากนี้ยังมีการหารือถึงชาวต่างประเทศที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศ จะมีการผ่อนคลายในเรื่องของกระบวนการเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักร รวมไปถึงการกำหนดมาตรการควอรันทีน (Quarantine) หรือการกักตัว และในส่วนของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อาจจะมีการเสนอให้ขยายระยะเวลาไปจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 แต่ยังคงไว้ซึ่ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 อาจจะมีการนำเสนอให้มีการใช้ในระยะที่ 2 คือ 1 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป
“รายละเอียดเหล่านี้ ต้องเรียนให้ทุกท่านได้รับทราบว่า ขณะนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติซึ่งมีการประชุมพร้อมกันกับศบค.ชุดเล็ก มีการประชุมหลักๆคือการนำเสนอความก้าวหน้าในการให้บริการฉีดวัคซีนของทั้งประเทศ ตอนนี้มีการกระจายไปในหลายๆพื้นที่แล้ว หลักๆคือพื้นที่เสี่ยง และหลังจากนี้จะมีวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้า เข้ามา ซึ่งจะต้องมีการวางแผนการกระจายวัคซีน ควบคู่กันไปด้วย” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว
1 ตุลาฯ ผ่อนคลายระยะ 3 – ผ่อนปรนต่างชาติเข้าไทย
นอกจากนี้คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติยังมีการพูดคุยกันถึงการควอรันทีนผู้ที่เดินทางระหว่างประเทศในสถานการณ์ที่เขาได้รับวัคซีนจากประเทศของเขาแล้ว การที่เขาจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยจะต้องมีกระบวนการทำอย่างไร ต้องกักตัวกี่วัน นานแค่ไหน รายละอียดอย่างไร
การดูแลอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงจากผู้ที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งก็จะสอดคล้องกับการที่คนไทยได้รับการฉีดวัคซีนมากยิ่งขึ้นก็จะทำให้ประเทศเรามีภูมิคุ้มกันมากขึ้นก็จะทำให้การควอรันทีนชาวต่งชาติที่จะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยในระยะต่อไป อาจจะมีการผ่อนปรนมากขึ้น
“ซึ่งระยะที่ 3 ทางศบค.ชุดเล็กก็มีการหารือกัน ตัวเลขคร่าวๆน่าจะอยู่ที่ประมาณ 1 ตุลาคม 2564 ซึ่งจะมีการหารือกันในวันนี้ เพื่อนำเสนอมาตราการต่อศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 15-19 มีนาคมที่จะถึงนี้” ผู้ช่วยโฆษก ศบค.กล่าว
นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีการทบทวนมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในประเทศ บคุคคลต่างๆที่เดินทางเข้ามา ให้สอดคล้องกับการกระจายวัคซีนที่เกิดขึ้นแล้ว ทางกระทรวงการต่างประเทศก็ทำงานควบคู่กันไปด้วย โดยมีการหารือเรื่อง”วัคซีนพาสปอร์ต”ด้วย
หมายความว่าต่อไปในอนาคตเมื่อมีการเปิดประเทศ มีการเดินทางหลายๆประเทศ เขาจะต้องมีวัคซีนพาสปอร์ต ซึ่งเป็นการแสดงตัวตนว่า ท่านได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ตามมาตรการที่แต่ละประเทศกำหนด
สธ.-กระทรวงต่างประเทศถก “วัคซีนพาสปอร์ต”
อย่างไรก็ตามทางกระทรวงสาธารณสุขบอกว่า จะต้องรอในส่วนของวัคซีนพาสปอร์ตที่ต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลกที่จะออกโดยองค์กรอนามัยโลก หรือ WHO แต่ขณะนี้เราสามารถที่จะกำหนด วัคซีน เซอร์ติฟิเคท (certificate) หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นประกาศนียบัตรหรือใบรับรองก็ได้ ซึ่งเป็นการประกาศว่า ท่านได้รับวัคซีนอย่างถูกต้องตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลกเรียบร้อยแล้ว
“ตรงนี้กระทรวงการต่างประเทศคิดกระบวนการนี้อยู่ และเริ่มที่จะเสนอเพื่อที่จะสามารถทำได้ทันที จนเมื่อมีวัคซีนพาสปอร์ตที่เป็นมาตรฐานโลกแล้ว เราก็จะสามารถปรับเปลี่ยน Certificate ของเราให้ตรงกับมาตรฐานโลกได้ทันที ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศได้เริ่มกระบวนการนี้แล้ว” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า
ส่วนที่สำคัญที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำคือเรื่องการกระจายวัคซีน แผนการต่างๆ การผ่อนคลายที่จะเกิดขึ้น ก็ต้องสอดคล้องกับแผนกระจายวัคซีนที่ต้องทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือของพี่น้องประชาชนด้วย และสิ่งที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำ คือเมืองเศรษฐกิจ เมื่องท่องเที่ยว ควรจะได้รับการกระจายวัคซีนเป็นสถานที่แรกๆด้วย
เพิ่มคนทำงานเสี่ยง ตม.-ศุลกากร-สนามบิน ได้รับฉีดวัคซีนก่อน
แพทย์หญิงอภิสมัยยังกล่าวอีกว่า สิ่งที่ศบค.ชุดเล็กได้พูดคุยกัน บุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าแล้ว ทางศบค.ก็ได้มีการตีความบุคลากรด่านหน้าก็อาจจะต้องรวมไปถึง เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง(ตม.) ศุลกากร อาจจะมีตำรวจ ทหาร และไม่เฉพาะเจ้าหน้าที่ภาครัฐ อาจจะมีพลเรือนบางส่วนที่มีความเสี่ยง หรือบุคคลที่ทำงานอยู่ในสถานที่ SQ ทั้งผู้ที่ทำงานในสถานที่เสี่ยง หรือกิจกรรมที่มีความเสี่ยง เช่นเข้าไปดูแลผู้ป่วย การคัดกรองที่สนามบิน เป็นต้น รมถึงผู้มีโรคประจำตัว การกระจายวัคซีนก็จะไปถึงท่านที่เป็นกลุ่มแรกๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ศบค.เน้นย้ำ และให้ความสำคัญ
ต่อข้อถามถึงเรื่องมาตรการผ่อนคลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว ว่า ปีนี้หลายๆพื้นที่ผ่อนคลายเรียบร้อยแล้ว เชื่อว่า ทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่ก็คงตั้งตารอกันว่าจะมีการจัดงาน แต่เราจะทำอย่างไรให้เทศกาลสงกรานต์ผ่านไปโดยที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตของเราไม่เพิ่มขึ้น
“ศบค.ได้เสนอไปทางกระทรวงวัฒนธรรมที่อาจจะมีการคิดรูปแบบการจัดงานสงกรานต์อย่างไรที่จะเป็นการปรับวิถีชีวิตใหม่ ให้รเราสามารถที่จะคงประเพณีของเราไว้ได้ด้วย และมีมาตรการที่จะสอดคล้องการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของโรคได้ด้วย” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว และว่า
นอกจากนี้กระทรวงการท่องเที่ยวก็กำลังทำงานอย่างหนัก โดยจะมีการเน้นย้ำเรื่องการวางแผนการเดินทางช่วงสงกรานต์กับพี่น้องประชาชนอย่างไรต่อไป
“เราเชื่อว่าสถานการณ์จะค่อยๆดีขึ้น ในส่วนของศบค.ก็จะได้มีการปรับลดมาตรการอย่างต่อเนื่อง” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าวในตอนท้าย