เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
Real Estate ‘ชัชชาติ’ เพิ่มรายได้ภาษี รีดบุหรี่-โรงแรม-น้ำมัน 
ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
Economic ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง
ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
Automotive ฮอนด้า ซิตี้ e:HEV ไม่ทิ้งคราบ จัดจ้าน ครบ คุ้มค่า
พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
Economic พยากรณ์อากาศ (19 ก.ค.) ประเทศไทย ฝนฟ้าคะนอง 20-30% ของพื้นที่
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (19 ก.ค.) ขยับขึ้น 1.35% อยู่ที่ 64,797 เหรียญสหรัฐ
ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (19 ก.ค.) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทยติดหล่มโควิด หดตัวต่อเนื่อง 5 ไตรมาส ปีหน้าส่อโตต่ำ

21 พ.ค. 2564 | 09:43น.

ไม่ได้เป็นเรื่องเกินคาดเมื่อสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศตัวเลขอัตราการขยายตัวทางด้านเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของไทยในไตรมาสแรกปี 2564 ออกมาหดตัวที่ -2.6% ต่อปี ติดลบต่อเนื่องกันเป็นไตรมาส 5 แล้วนับจากไตรมาสแรกปีก่อน

“ดนุชา พิชยนันท์” เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ได้ปรับประมาณการจีดีพีใหม่โดยคาดว่าปีนี้จะโตได้ราว 2% หรืออยู่ในช่วง 1.5-2.5% ลดลงจากประมาณการเดิมที่คาดจะโตในช่วง 2.5-3.5% ทั้งนี้ ไตรมาสแรกจีดีพีหดตัวไป -2.6% เป็นผลกระทบมาจากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ ตั้งแต่ช่วงต้นปี

“โควิด” สร้างความไม่แน่นอน

การปรับประมาณการรอบนี้ สศช.ได้คำนึงถึงการแพร่ระบาดของโควิดที่ยังไม่มีความแน่นอน แต่ประเมินว่าจะสามารถควบคุมได้ในช่วงเดือน มิ.ย.เป็นต้นไป อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีข้อจำกัดและปัจจัยเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของโควิด รวมทั้งความล่าช้าในการกระจายวัคซีนโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ขณะที่ความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นจากไวรัสสายพันธุ์ใหม่จะสร้างความวิตกกังวลมากขึ้น และมีผลต่อการฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยว ซึ่ง สศช.ประมาณการว่าจะทำให้มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพียง 5 แสนราย

การเงิน “ครัวเรือน-ธุรกิจ” เสี่ยง

ยังมีปัจจัยเสี่ยงในเรื่องฐานะการเงินภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2563 อยู่ที่ 89.3% อย่างไรก็ดี หากพิจารณาในแง่หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต่อสินเชื่อทั้งหมดอยู่ที่ 3.1% ถือว่ายังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้

นอกจากนี้ ความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงินโลก ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการดำเนินนโยบายของประเทศเศรษฐกิจหลัก โดยเฉพาะนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาและจีนก็เป็นความเสี่ยงสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยด้วย รวมทั้งการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และประเทศสำคัญในระยะถัดไป ซึ่งจะมีแรงกดดันจากเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจโลกและราคาโภคภัณฑ์

แนะ 7 แนวทางดูแลเศรษฐกิจ

เลขาธิการ สศช.เสนอแนะแนวทางการบริหารเศรษฐกิจในปีนี้ 7 แนวทาง ได้แก่ 1.ควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดภายในประเทศ เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงและอยู่ในวงจำกัดโดยเร็ว และการเร่งรัดจัดหาและกระจายวัคซีนให้กับประชาชนอย่างครอบคลุมทั่วถึง รวมทั้งพัฒนาศักยภาพของระบบสาธารณสุขให้เพียงพอรองรับการแพร่ระบาด 2.ดำเนินมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาประชาชน แรงงาน และภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ และฟื้นฟูเศรษฐกิจ ทั้งเร่งรัดมาตรการที่ดำเนินการไปแล้ว และพิจารณาออกมาตรการเพิ่มเติม รวมถึงมีมาตรการช่วยเหลือภาคแรงงาน

3.ขับเคลื่อนการส่งออกสินค้าไปยังตลาดหลักที่มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ชัดเจน และสร้างตลาดใหม่ให้สินค้าที่มีศักยภาพ 4.ส่งเสริมการลงทุนภาคเอกชน 5.รักษาแรงขับเคลื่อนการขยายตัวทางเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายและการลงทุนภาครัฐ 6.เตรียมพร้อมสำหรับการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และ 7.รักษาบรรยากาศทางการเมืองในประเทศ

“บริโภค-ท่องเที่ยว” ส่อโตต่ำ

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ชี้ว่า จากการระบาดระลอกใหม่ยังไม่สามารถควบคุมได้ จึงยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้ที่ 1.8% โดยความเสี่ยงจากโควิดยังอยู่ในระดับสูง ท่ามกลางอัตราการฉีดวัคซีนของไทยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะกระทบความเชื่อมั่นและพฤติกรรมของผู้บริโภค ส่งผลให้การบริโภคภาคเอกชนมีทิศทางขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประเมิน

อีกทั้งความกังวลเกี่ยวกับการแพร่ระบาดจะส่งผลให้นักท่องเที่ยวเข้ามาท่องเที่ยวในไทยต่ำกว่าคาด แม้ว่าจะมีการทยอยเปิดประเทศเพื่อรับนักท่องเที่ยว โดยในปีนี้นักท่องเที่ยวอาจอยู่ในกรอบ 0.25-1.20 ล้านคนเท่านั้น

เสี่ยงรายได้ลด-ค่าครองชีพพุ่ง

“ศูนย์วิจัยกสิกรไทย” ชี้ด้วยว่า ท่ามกลางเงินเฟ้อของไทยมีทิศทางเพิ่มสูงขึ้นตามราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ไทยมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะ stagflation กล่าวคือ รายได้ลด แต่ค่าครองชีพกลับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้มาตรการภาครัฐยังคงมีความจำเป็นที่จะบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน

“ธปท.-แบงก์” ประคองลูกหนี้

ด้าน “สุวรรณี เจษฎาศักดิ์” ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า แนวโน้มหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เป็นสิ่งที่ ธปท.และธนาคารพาณิชย์กังวล โดยเฉพาะในเซ็กเตอร์ท่องเที่ยวที่น่าห่วง ทั้งโรงแรม ขนส่ง การบิน หรือที่เกี่ยวเนื่องกับร้านอาหาร แต่เชื่อว่าหลังจากรัฐคลายเกณฑ์คุมโควิด กิจการเหล่านี้ก็อาจกลับมาดีขึ้นได้

อย่างไรก็ดี คุณภาพสินเชื่อในไตรมาสแรกปีนี้โดยรวมปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่คุณภาพสินเชื่ออุปโภคบริโภคมีความเปราะบางมากขึ้น ทั้งส่วนสินเชื่อบุคคล สินเชื่อรถยนต์ และสินเชื่อบัตรเครดิต

“ในระยะต่อไปคาดว่าลูกหนี้ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ธปท.มีการหารือกับสถาบันการเงินตลอดเวลาในการช่วยเหลือลูกค้า ล่าสุดก็ออกมาตรการช่วยลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ออกมา” นางสาวสุวรรณีกล่าว

ฉีดวัคซีนช้าฉุด ศก.โตต่ำยันปีหน้า

ฟาก “ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี” ประเมินว่า ภาพรวมทั้งปี 2564 เศรษฐกิจจะโตได้ 1.9% ต่อปี ขณะที่ปี 2565 คาดว่าจีดีพีจะโตได้ 3.6% อย่างไรก็ดี หากสามารถกระจายวัคซีนได้เร็วมากขึ้น อย่างกรณีฉีดได้ 5 แสนโดสต่อวัน ก็จะเป็นปัจจัยเร่งให้เปิดประเทศได้เร็ว ตั้งแต่เดือน พ.ย. 2564 สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยว ซึ่งจะส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้ามีแนวโน้มเพิ่มเป็น 13.8 ล้านคน เป็นแรงหนุนดันให้เศรษฐกิจปีหน้าขยายตัวได้เพิ่มขึ้นเป็น 4.4% ได้

ถ้าไม่อยากให้เศรษฐกิจไทยติดหล่ม “โควิด” ตกอยู่ใน “วงจรอุบาทว์” ซ้ำซาก รัฐบาลต้องปรับแผนเรื่องวัคซีนให้เร็วขึ้นอีก จะทำได้หรือไม่ต้องติดตามกันต่อไป

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ