เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สมโภชน์ อาหุนัย ซีอีโอ EA อัดคลิป 14 นาที เคลียร์ 4 ปมข่าวลือ

12 เม.ย. 2565 | 16:27น.

สมโภชน์ อาหุนัย ซีอีโอ “พลังงานบริสุทธิ์” หรือ EA อัดคลิปยาว 14 นาที เคลียร์ 4 ปมข่าวลือ “กรณีโครงการโรงไฟฟ้านครสวรรค์และลำปาง-ซื้อที่ดินบลูเทคซิตี้-ย้ายพอร์ตหุ้นไปอยู่โบรกเกอร์ต่างประเทศ-โอนหุ้นให้ภรรยา”

วันที่ 12 เมษายน 2565 นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA แถลงการณ์เคลียร์ข่าวลือว่า ก่อนอื่นต้องขอโทษที่ไม่มีโอกาสแถลงชี้แจงด้วยตนเอง เนื่องจากตอนนี้อยู่ในช่วงกักตัวจากการติดเชื้อโควิด-19

แต่เนื่องด้วยมีเหตุการณ์ตามที่ปรากฏข้อมูลตามสื่อต่างๆ เกิดขึ้นหลายอย่างที่ทำให้นักลงทุนอาจจะมีความไม่สบายใจ จึงขออนุญาตชี้แจงประเด็นสำคัญๆ เป็นความคิดเห็นส่วนตัวและเป็นข้อมูลเพื่อให้นักลงทุนใช้ในการตัดสินใจ

เรื่องที่ 1 กรณีโครงการโรงไฟฟ้าที่จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดลำปาง ขอชี้แจงว่าโครงการที่บริษัททำเป็นลักษณะการให้บริการในลักษณะวิศวกรรม จัดหา และก่อสร้าง (Engineering Procurement and Construction หรือ EPC) แบบโครงการเบ็ดเสร็จ (Turn-key Project)

หมายความว่าเป็นการจ้างทั้งโครงการ โดยผู้รับเหมาจะต้องไปดำเนินการออกแบบ ทำการจัดซื้ออุปกรณ์ต่างๆ และดำเนินการก่อสร้างให้สำเร็จ และมาส่งมอบให้บริษัท ซึ่งถ้าโครงการไม่ประสบผลสำเร็จหรือไม่มีความสมบูรณ์ก็จะถูกบริษัทปรับ ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่ค่อนข้างสูงมาก

ประกอบกับลักษณะโครงการเป็นลักษณะ Project Financing หมายความว่าการชำระเงินหรือการจ่ายเงินต่างๆ จะถูกสถาบันการเงินที่เข้ามาปล่อยกู้ควบคุม และเงินดังกล่าวจะส่งตรงให้กับคู่สัญญา โดยที่ทางบริษัทไม่สามารถที่จะเข้าไปแตะต้องเงินได้ และเนื่องจากลักษณะโครงการดังกล่าว

ทางธนาคารจะต้องมีการจ้าง Profesional ที่เรียกว่า Lender Engineer และ Legal Advisor เข้ามาดูแลรายละเอียดสัญญาโครงการต่างๆ ว่าสิ่งที่ทำมีความถูกต้องแค่ไหน มีความเสี่ยงอย่างไร เพื่อแบงกืจะได้ประเมินความเสี่ยงของโครงการได้อย่างถูกต้อง ขณะเดียวกันแบงก์ได้มีการบังคับให้ทางบริษัทจะต้องจ้าง Owner’s Engineer และ Legal Advisor ด้วย

“ผมพยายามจะบอกว่าการทำโครงการนี้ไม่ใช่ทำแค่คนสองคน มีคนที่เกี่ยวข้องของคนจำนวนมาก และเป็นคนที่มีความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ จำนวนมาก เข้ามาควบคุมดูแลโครงการอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญการจ่ายเงินเป็นการจ่ายตามเฟส

ซึ่งก่อนจะมีการจ่ายเงินแต่ละรอบ ต้องมีการส่ง third party เข้าไปตรวจสอบโครงการว่าได้บรรลุเป้าหมายหรือยัง มีคุณภาพในการก่อสร้างดีหรือไม่ และมีความเสี่ยงอะไรก่อนที่สถาบันการเงินจะมีการปล่อยกู้ออกไปเป็นระยะๆ จึงค่อนข้างมีความรัดกุม มีความเสี่ยงน้อยที่สุด” นายสมโภชน์ กล่าว

และที่สำคัญที่สุด โครงการพลังงานบริสุทธิ์ มีต้นทุนต่อเมกะวัตต์ถือว่าต่ำที่สุดในขณะนั้น เมื่อเทียบกับผู้พัฒนารายอื่นๆ ในเวลาเดียวกัน แต่สามารถสร้างรายได้ต่อเมกะวัตต์ แม้กระทั่งกำไรต่อเมกะวัตต์ได้สูงที่สุดเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนที่ทำให้เห็นว่าโครงการของเราถ้าทำได้ถูกที่สุด ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด และยังมีข้อครหามากกว่าโครงการอื่นๆ ต้องขอให้นักลงทุนลองพิจารณาดู

เรื่องที่ 2 กรณีที่ดินในการก่อสร้างโครงการนิคมอุตสาหกรรมบลูเทคซิตี้ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีคำถามว่าทำไมไม่ให้บริษัทไปซื้อเลย ทำไมผมต้องไปซื้อก่อน ขอย้อนกลับไปในเวลานั้นซึ่งผ่านมาแล้ว 5-6 ปี ตอนนั้เราอยากจะทำโครงการลักษณะนี้ขึ้นมา

และโครงการลักษณะนี้ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งอยากจะให้โครงการนี้อยู่ในพื้นที่ที่เหมาะสมและใกล้กับตลาดแรงงาน เพราะมีหลายโครงการสร้างผิดที่ จึงเกิดปัญหาขาดทักษะแรงงานที่มีคุณภาพ ซึ่งเป็นผลกระทบโครงการอย่างมาก

ดังนั้นหากได้พื้นที่ที่เหมาะสมน่าจะส่งผลดีต่อโครงการของเราในระยะยาว จึงเป็นที่มาว่าทำไมเราถึงมาซื้อที่ดินในบริเวณบลูเทคซิตี้ แต่ปัญหาในวันนั้นคือที่ดินดังกล่าวยังไม่เป็นที่ดินพร้อมที่จะทำอุตสาหกรรมยังเป็นพื้นที่สีเขียว

ทางบริษัทเองก็ไม่สามารถเข้าไปซื้อที่ดินเข้ามาในบริษัทได้ เพราะได้มีการคุยกันในคณะกรรมการ(บอร์ด) ซึ่งก็ไม่ยอมรับ เพราะถ้าจะทำโรงงานและไปซื้อที่ดินสีเขียว และไม่เปลี่ยนมาเป็นพื้นที่สีม่วงจะเกิดอะไรขึ้น ความเสี่ยงตรงนี้ทางบริษัทที่เป็นมหาชน ไม่สามารถรับได้ ขณะที่ได้มีการติดต่อปรึกษากับธนาคาร ซึ่งก็ไม่สามารถปล่อยกู้ได้เช่นกัน

ฉะนั้นด้วยเงื่อนไขในวันนั้นไม่สามารถจริงๆ ที่จะใช้บริษัทเข้าไปในการลงทุน จึงมีความจำเป็นต้องมีคนกลางที่มีเงินมารับความเสี่ยง ซึ่งวันนั้นมองเป็นคนที่เสียสละที่จะเข้าไปซื้อที่ดินดังกล่าวก่อน เข้าไปเป็นผู้กู้เงินในการจัดซื้อที่ดินโดยรับความเสี่ยง ถ้าเกิดที่ดินไม่ประสบความสำเร็จในการจะเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีม่วง ผมก็ต้องเป็นคนรับความเสี่ยงหายไว้เองเต็มๆ โดยบริษัทไม่มีความเกี่ยวข้อง แต่โชคดีที่ที่ดินดังกล่าวถูกเปลี่ยนเป็นพื้นที่สีม่วง

จึงมีทรานแซกชั่นเกิดขึ้นระหว่างบริษัทที่ครอบครัวของผมถือหุ้นกับ EA ซึ่งมีการประกาศชัดเจนว่าเป็นธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน(connected transaction) เพราะมีขนาดใหญ่ จึงต้องจ้างมืออาชีพเข้ามาประเมินให้ความคิดเห็นและตีมูลค่า และส่งข้อมูลต่างๆ ให้ผู้ถือหุ้นตามกรอบเวลาที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้ผู้ถือหุ้นมีเวลาเพียงพอในการศึกษาก่อนลงมติในการทำทรานแซกชั่นนี้

โดยวันที่มีการโหวตเนื่องจากผมมีส่วนเกี่ยวข้องและมีส่วนได้เสีย เพราะถือหุ้นในกลุ่มนี้ถึง 40% ผมก็ไม่มีสิทธิไปโหวตให้มติผ่าน จะต้องให้ผู้ถือหุ้นที่มาในวันนั้นโหวตมากกว่า 75% ถึงจะอนุมัติ

“อยากให้นักลงทุนมองเหมือนเหรียญสองด้าน เพราะวันที่ผมไปซื้อมันเหมือนไปซื้อทุ่งนาสีเขียว พอผ่านมา 5-6 ปีมันกลายเป็นเมือง แต่พอกลายเป็นเมืองคนมาบอกว่าผมค้ากำไรเกินควร แต่ไม่มองว่าวันหนึ่งหากพื้นที่ตรงนี้ไม่เป็นเมืองขึ้นมาจะเกิดอะไรขึ้น ฉะนั้นขอยืนยันว่ากระบวนการต่างๆ เราทำด้วยความโปร่งใส ไม่ได้ปกปิดข้อมูลต่อสาธารณชน” นายสมโภชน์ กล่าว

เรื่องที่ 3 กรณีสัดส่วนหุ้นที่ผมถืออยู่ เรื่องไม่มีอะไรมากเลย ผมยังยืนยันว่าตั้งแต่ที่ EA เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ มาเป็นเวลามากกว่า 10 ปี ผมยังไม่เคยทำการขายหุ้นออกมาสักหุ้นเดียวเลยในตลาดจนถึงปัจจุบัน จึงไม่มีความจริงอะไรที่เกิดขึ้นว่าผมไปแอบขายหุ้น แต่ความเป็นจริงคือผมมีการย้ายพอร์ตจากโบรกเกอร์หนึ่งไปยังอีกโบรกเกอร์หนึ่ง

ซึ่งโบรกเกอร์ที่ย้ายไปเป็นโบรกเกอร์ที่อยู่ต่างประเทศ ฉะนั้นเวลาที่โชว์รายงานออกมาในทะเบียนหุ้น ชื่ออาจจะเปลี่ยนไป แต่ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ยังเป็นชื่อผมเหมือนเดิม จึงเป็นที่มาว่าทำไมไม่มีความจำเป็นต้องรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหุ้น เพราะตามกฎของ 59-1 หรือ 246-2 ไม่เข้าเกณฑ์

และเรื่องที่ 4 กรณีเอกสารที่มีการบังคับให้โอนหุ้นออกมาให้กับภรรยา ตรงนี้อยากจะขอชี้แจงว่า ในปัจจุบันยังไม่ได้มีการโอนหุ้นออกไปแต่อย่างใด และไม่มีความจำเป็นต้องโอนหุ้นให้กับภรรยา เนื่องจากศาลฎีกามีมติให้ยกคำร้องพิพากษาของศาลอุทธรณ์ และให้ตามขอคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

สรุปง่ายๆ คือ ผมชนะคดี เพราะฉะนั้นความกังวลจะมีหุ้นจำนวนมากถูกขายออกมาในตลาดเป็นไปไม่ได้ เพราะหุ้นทั้งหมดยังอยู่ที่ผมเหมือนเดิม

“ผมเองสร้างบริษัทนี้มากับมือ ปั้นมากับผม เหมือนลูกของผม และอยากให้บริษัทนี้เจริญรุ่งเรือง เป็นบริษัทชั้นนำของประเทศ ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายที่สำคัญมากกว่าที่จะมาขายหุ้นให้เสื่อมเสียชื่อเสียงตัวเอง จึงอยากฝากนักลงทุนใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจลงทุน และลองนำสิ่งที่ชี้แจงไปพิจารณาดูครับ” นายสมโภชน์ กล่าว