เงินบาททรงตัว BOJ คงอัตราดอกเบี้ย
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน 2560 ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.73/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันพุธ (20/12) ที่ระดับ 32.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองพุ่งขึ้นในเดือนพฤศจิกายน ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.6% มากกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 0.9% โดยพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากพายุเฮอร์ริเคนฮาร์วีย์ และเออร์มาเริ่มฟื้นตัวขึ้น อย่างไรก็ดี ภาวะขาดแคลนบ้าน ซึ่งส่งผลให้ราคาบ้านแพงขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยกดดันตลาด นอกจากนี้สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติเห็นชอบต่อร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้าย ด้วยคะแนนเสียง 224 ต่อ 20 เสียง ก่อนที่จะส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย หลังจากวุฒิสภาลงมติรับรองร่างกฎหมายดังกล่าวเมื่อวานนี้ด้วยคะแนนเสียง 51 ต่อ 48 เสียง ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายมาจากการรวมเนื้อหาของร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีที่ผ่านการอนุมัติของวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรก่อนหน้านี้ โดยร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีขั้นสุดท้ายจะยังคงจำนวนขั้นบันไดของการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไว้ที่ 7 ขั้น คือที่ระดับ 10% 12% 22% 24% 32% 35% และ 37% โดยลดอัตราภาษีขั้นสูงสุดสู่ระดับ 37% จากระดับ 39.6% ขณะเดียวกัน จะปรับลดภาษีเงินได้นิติบุคคล ลงสู่ระดับ 21% จากระดับ 35% โดยผลบังคับใช้ทันทีในวันที่ 1 มกราคมปีหน้า แทนที่จะชะลอออกไปอีก 1 ปีตามร่างกฎหมายปฏิรูปภาษีของวุฒิสภา
ส่วนความเคลื่อนไหวภายในประเทศ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในระหว่างการมอบนโยบายให้แก่ผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ โดยระบุว่า การส่งออกของไทยเดือนพฤศจิกายนขยายตัวได้ 13.36% ส่งผลให้การส่งออกในช่วง 11 เดือแรกของปีนี้ ขยายตัวได้แล้ว 10.1% พร้อมมั่นใจว่าทั้งปีนี้มูลค่าการส่งออกจะสามารถขยายตัวได้เกินกว่า 10% อย่างแน่นอน ทั้งนี้ ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 32.71+31.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 32.72/73 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับค่าเงินยูโรวันนี้ (21/12) เปิดตลาดที่ระดับ 1.1876/76 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวแข็งค่าขึ้นจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (20/12) ที่ระดับ 1.1852/54 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติฝรั่งเศส (Insee) ประกาศปรับเพิ่มตัวเลขคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจในปีนี้ สู่ระดับ 1.9% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 6 ปี โดยเพิ่มขึ้นจากระดับ 0.9% ก่อนหน้านี้ ขณะที่ได้แรงหนุนจากความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจ และการลงทุนที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งอุปสงค์ในประเทศที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ผลการสำรวจพบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้นำในภาคธุรกิจของฝรั่งเศสพุ่งขึ้นแตะ 111 จุด ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในช่วงระหว่าง 1.1863-1.1883 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 1.1881/83 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ในส่วนของค่าเงินวันนี้ (21/12) เปิดตลาดที่ระดับ 11.30/31 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าลงจากราคาปิดตลาดในวันพุธ (20/12) ที่ระดับ 113.11/14 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยสำนักงานการท่องเที่ยวญี่ปุ่นประมาณการตัวเลขชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าญี่ปุ่นช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนพฤศจิกายน อยู่ที่ 26,169,400 คน เพิ่มขึ้น 19.0% เทียบรายปี ทั้งนี้คาดว่าจำนวนชาวต่างชาติตลอดทั้งปี 2560 อาจทะลุ 28 ล้านคน โดยข้อมูล ณ วันที่ 4 พฤศจิกายน เผยให้เห็นว่า จำนวนชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศแซงหน้าสถิติ 24,039,700 คนของปีทีแล้ว โดยรัฐบาลญี่ปุ่นมีเป้าหมายเพิ่มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศเป็น 40 ล้านคนในปี 2563 และ 60 ล้านคนในปี 2573 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตามแผนกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น นอกจากนี้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติด้วยคะแนนเสียง 8 ต่อ 1 ให้คงนโยบายการเงินเชิงรุกต่อไป ในการประชุม (21/12) ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ โดย BOJ จะรอให้ภาวะเศรษฐกิจมีความแข็งแกร่งมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของอัตราเงินเฟ้อ
ทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงินของ BOJ มีมติอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% ขณะเดียวกัน BOJ จะยังคงเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตร โดยมีเป้าหมายที่จะรักษาอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อระยะยาว ให้เคลื่อนไหวที่ระดับ 0% ในการประชุมครั้งนี้ BOJ ยังได้คงระดับการประเมินภาวะเศรษฐกิจของญี่ปุ่น โดยระบุว่า เศรษฐกิจขยายตัวปานกลางพร้อมกับปรับเพิ่มการประเมินการอุปโภคบริโภคในภาคเอกชน โดยระบุว่าเพิ่มขึ้นปานกลาง แม้ยังมีความผันผวนอยู่บ้าง ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในช่วง 113.30-113.64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 112.49/50 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่สำคัยที่ต้องจับตาดูในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศสหรัฐ ไตรมาส 3 (21/12) จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (21/12) ความเชื่อมั่นผู้บริโภคอียู เดือนธันวาคม (21/12) ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศฝรั่งเศส ไตรมาส 2 (22/12)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -7.25/-6.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.2/-4.2 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ