ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังตัวเลขการจ้างงานสูงกว่าคาด
ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐสูงกว่าคาด ขณะที่อัตราการว่างงานทรงตัว ส่วนเงินบาทยังคงอ่อนค่า ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 36.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 11 กรกฎาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/7) ที่ระดับ 35.90/92 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/7) ที่ระดับ 36.02/04 บาท หลังจากปรับตัวอ่อนค่าไปสู่ระดับ 36.35 ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางแรงกดดันจากสัญญาณเร่งขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ
ในขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยืนยันว่าจะไม่แทรกแซงค่าเงินบาท แต่จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกตลาด โดยระบุว่าปัจจุบันค่าเงินบาทอ่อนค่าระดับกลาง เมื่อเทียบกับภูมิภาค และจะเข้ามาดูแลเมื่อมีความผันผวนผิดปกติเท่านั้น
สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐปรับตัวขึ้น 372,000 ตำแหน่งในเดือน มิ.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ระดับ 250,000 ตำแหน่ง ส่วนอัตราการว่างงานทรงตัวที่ระดับ 3.6% สอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ และค่าจ้างรายชั่วโมงโดยเฉลี่ยของแรงงานเพิ่มขึ้น 0.3%
นอกจากนี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนต้า เปิดเผยแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 1.2% ในไตรมาส 2/65 จากเดิมที่บ่งชี้ว่ามีแนวโน้มหดตัว 1.9% ในขณะที่บรรดานักลงทุนจับตาการเปิดเผยข้อมูลดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ สำหรับปัจจัยบ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อและทิศางในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดต่อไป
ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 35.88-36.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (11/7) ที่ระดับ 1.0135/37 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/7) ที่ระดับ 1.0120/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องสู่ระดับ 1.0105 ท่ามกลางแรซื้อดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินปลอดภัย เนื่องจากความวิตกกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ในขณะที่ธนาคารกลางยุโรปเริ่มพิจารณาการปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 25 bps ในเดือนกันยายนหากภาวะเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0110-1.0167 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0113/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (11/7) ที่ระดับ 137.22/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (8/7) ที่ระดับ 135.91/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากนายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ออกมาเน้นย้ำอีกครั้งว่าจะดำเนินใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลายต่อไป เพื่อคอยสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่เปราะบาง ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 136.22-137.26 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 137.02/04 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค ดัชนีราคาผู้ผลิต ยอดค้าปลีก ข้อมูลการผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน มิ.ย. ผลสำรวจกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (เบื้องต้น) เดือน ก.ค. รวมถึงจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และรายงาน Beige Book ของเฟด
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -5.25/-4.75 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -7.25/-4.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ