“สรรพชัยย์” ซีอีโอ NT ขอ 6 เดือน เซตซีโร่ข้อพิพาท หยุดเลือดบรอดแบนด์

เปิดใจ “สรรพชัยย์” ซีอีโอ NT คนแรก ขอเวลา 6 เดือน เขย่าโครงสร้างองค์กรลดซ้ำซ้อน-ปรับจูนการทำงาน “ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้” เปิดแผน 3 ปี ควัก 1.8 หมื่นล้าน เปิดโครงการ เออร์ลี่รีไทร์ 6 พันอัตรา พร้อมเคลียร์สารพัดข้อพิพาทหวัง “เซตซีโร่” เปลี่ยนคู่แข่งเป็นคู่ค้า เล็งรีวิวแผนลงทุนบรอดแบนด์ หลังยิ่งทำยิ่งขาดทุน ย้ำต้องคิดใหม่ หยุดเลือด

วันที่ 10 สิงหาคม 2565 พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ ‘เอ็นที’ กล่าวในโอกาสรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่คนแรกของเอ็นทีว่า มีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้มีความเข้มแข็ง เพื่อให้สามารถนำศักยภาพและความพร้อมของโครงข่ายสื่อสารโทรคมนาคมที่ครอบคลุม และหลากหลาย

รวมทั้งบุคลากรขององค์กรที่มีอยู่ทั่วประเทศมาใช้ให้เกิดประโยชน์ รองรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่จะเพิ่มสูงขึ้น จากการควบรวมกิจการทั้งกรณีทรู-ดีแทค และเอไอเอสกับ 3BB รวมไปถึงการที่จะเป็นองค์กรที่เป็นกำลังหลักให้หน่วยงานภาครัฐในการปรับเปลี่ยนพัฒนาองค์กร ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล และสื่อสาร



ปรับโครงสร้างลดซ้ำซ้อน

โดยจะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์กร และกระบวนการทำงานภายในเพื่อลดความซ้ำซ้อนต่าง ๆ ทั้งในแง่การทำงาน และการลงทุน หลังมีการควบรวมองค์กรระหว่างทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ตั้งแต่ 1 ปีครึ่งที่ผ่านมา เพื่อให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และบริหารต้นทุนได้ดีขึ้น

“โจทย์คือลดความซ้ำซ้อนของการเป็น 2 รัฐวิสาหกิจ ซึ่งการควบรวมกันเป็นแค่สเต็ปแรก มีอีกหลายเรื่องที่ต้องแก้ เพราะทั้งสองหน่วยงานเป็นองค์กรใหญ่ มีพนักงานกว่า 1.4 หมื่นคน มีรากฐานหลายอย่างต่างกัน ความยากอยู่ที่การจะทำอย่างไรให้ทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนงานไหนหรือระบบงานไหนที่ซ้ำซ้อนกันอยู่ก็จะนำมารวมกัน เช่น ตัวธุรกิจมือถือ และบรอดแบนด์ที่เป็นอินฟราสตรักเจอร์ยังแยกกันอยู่ แต่ฝ่ายการตลาดมีการรวมกันแล้ว เป็นต้น หลัก ๆ คือเน้นการลดรายจ่าย”

นอกจากนี้ ในแง่ทรัพย์สินของทั้งสององค์กรเมื่อนำมารวมกันก็มีมูลค่ามากกว่า 2.1 แสนล้านบาท โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมต่าง ๆ แต่ที่ผ่านมานำมาใช้สร้างรายได้คืนกลับมาได้ต่ำกว่า 1% จึงต้องคิดต่อว่าจะทำอย่างไรให้สูงขึ้นให้ได้ ด้วยการเป็น Neutral Operator

โดยนำโครงสร้างพื้นฐานที่มีอยู่มาแชร์ใช้กับผู้ให้บริการรายอื่นอย่างเป็นธรรม และเท่าเทียมในหลักการใช้ Infrastructure Sharing ไม่ว่าจะเป็น Telecom Infrastructure และ Digital Infrastructure เช่น กรณีท่อร้อยสายสื่อสารใต้ดิน ที่มีอยู่ทั่วประเทศ 4,450 กิโลเมตร เป็นต้น

เคลียร์ปัญหา “เซตซีโร่” ธุรกิจ

นายสรรพชัยย์กล่าวด้วยว่า อีกภารกิจที่จะเร่งดำเนินการคือนำคดีความต่าง ๆ มาดูว่า มีอันไหนเป็นในเชิงบวก และลบกับองค์กร เพื่อให้มองเห็นภาพทั้งหมด จะได้วางแผนการทำงานในปีหน้าได้ชัดเจนขึ้น

“จริง ๆ ก็อยากคลีนอัพ และเซตซีโร่กันใหม่ อันไหนไรต์ออฟได้ก็จะไรต์ออฟออกไปเพื่อเริ่มใหม่ปีหน้าเพราะส่วนใหญ่เป็นในทางบัญชี อีกส่วนก็อยากแก้ปัญหาข้อพิพาทต่าง ๆ ระหว่างหน่วยงานภาครัฐด้วยกัน ทำยังไงให้เอ็นทีเสียน้อยที่สุด ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกหน่วยงานในเอ็นที”

สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ นายสรรพชัยย์กล่าวว่า คงต้องมาดูกันอีกทีว่าจะทำอะไรได้บ้าง เนื่องจากอยู่ในธุรกิจที่มีการแข่งขันสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ อีกทั้งยังต้องพิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมของคู่แข่งด้วย

ลั่นต้องหยุดเลือดไหลบรอดแบนด์

“ปกติเราแข่งยากอยู่แล้ว การควบรวมทรูกับดีแทคทำให้เราแข่งยากขึ้นไปอีก เพราะเขาจะแข็งแรงขึ้น แต่ในธุรกิจมือถือ เรามีส่วนแบ่งตลาดแค่ 2% จึงไม่กระทบอะไรมาก แต่กับธุรกิจอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ กรณีเอไอเอส-3BB จะกระทบกับเรามากกว่า เพราะเรามีลูกค้าเกือบ 2 ล้านราย มีมาร์เก็ตแชร์ 20% ถือเป็นผู้เล่นรายหนึ่งที่มีบทบาท ถ้าไปดูธุรกิจนี้แทบไม่มีใครกำไร เราเองขาดทุนปีละพันกว่าล้าน ทั้งยังมีข้อจำกัดหลายอย่าง จะหยุดเลือดไหลได้อย่างไร ถ้าปรับปรุงให้ดีขึ้นไม่ได้ ก็อาจต้องมาคิดกันว่าจะเอายังไง จะยังสู้ต่อ หรือ exit ให้คนอื่นมาทำแทน”

อย่างไรก็ตาม ในฐานะรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้น 100% ในเบื้องต้น เอ็นทีจะโฟกัสลูกค้าภาครัฐให้มากขึ้น เช่น ขยายการบริการในระดับแพลตฟอร์ม และซอฟต์แวร์ ที่ช่วยสนับสนุน และผลักดันองค์กรภาครัฐให้เปลี่ยนผ่านสู่รัฐบาลดิจิทัลตามนโยบาย Digital Thailand นอกเหนือไปจากการดูแลระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC-Government Data Center and Cloud Service) และจะมีโครงการอื่น ๆ ที่รองรับความต้องการภาครัฐด้าน Data Analytic และสมาร์ทซิตี้ เป็นต้น

ขอเวลาทำงาน 6 เดือน

ส่วนโครงการ 5G เอ็นทีมีคลื่นความถี่ที่ได้รับจากการประมูล 2 ย่าน โดยคลื่นความถี่ 26 GHz เน้นลงทุนให้บริการสำหรับผู้ประกอบการขนาดใหญ่เฉพาะกลุ่ม ส่วนความถี่ 700 MHz มี 10 MHz จะนำมาดำเนินการเอง 5MHz และอีก 5MHz จะให้พันธมิตรร่วมให้บริการ 5G ในรูปแบบ Network Sharing เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนขององค์กร คาดว่าภายใน พ.ย.-ธ.ค.นี้จะเริ่มดำเนินการได้ หลัง ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว

“เราควบรวมมาปีครึ่ง แต่ผมเพิ่งเข้ามาทำงานไม่ถึงเดือน แต่ก็จะเร่งเต็มที่และมีความตั้งใจที่จะมาทำงาน ขอเวลาทำงานสัก 6 เดือน สัก พ.ย.-ธ.ค.จะมาอัพเดตให้ฟังว่าทำอะไรไปบ้าง ค่อยมาดูกันว่าควบรวมกับไม่ควบรวมเป็นอย่างไร”


สำหรับผลประกอบการในปี 2565 ถึงเดือน มิ.ย. เอ็นทีมีรายได้รวม 49,557.65 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% เทียบกับเป้าหมายที่วางไว้ โดยรายได้หลักมาจากกลุ่มธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่ กลุ่มธุรกิจโทรศัพท์ประจำที่และบรอดแบนด์ โดยครึ่งปีแรกยังมีกำไรราว 1,600 ล้านบาท ถ้ายังสามารถรักษาระดับไว้ได้ถึงสิ้นปีก็อาจจะกำไรถึง 3,600 ล้านบาท แต่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายในโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) ซึ่งตามแผน 3 ปี (2564-2566) ตั้งงบประมาณรวมไว้ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท จำนวน 6,000 คน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ