เปิดกลยุทธ์ยักษ์ “ซัมซุง” ปรากฎการณ์ AI Phone ชิงผู้นำตลาด

สิทธิโชค นพชินบุตร
สิทธิโชค นพชินบุตร

เปิดมาเดือนแรกของปี ม.ค. 2567 การแข่งขันในตลาดสมาร์ทโฟนดูจะร้อนแรงเป็นพิเศษ จากการที่แบรนด์ต่าง ๆ ทยอยเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ออกมาประชันกัน ตั้งแต่เสี่ยวหมี่, ออปโป้ และอื่น ๆ แต่ที่เขย่าตลาดจริงจัง ทำให้อุณหภูมิการแข่งขันร้อนระอุขึ้นมาในทันที มาจากการเปิดเกมของ “ซัมซุง” ด้วย “Galaxy S24” สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ที่มีเทคโนโลยีสุดฮอตอย่าง AI เป็นจุดขายจุดแข็งสำคัญ ได้รับสมญาว่าเป็น “AI Phone”

“AI” พลิกเกมแข่งขัน

แม่ทัพการตลาดซัมซุง “สิทธิโชค นพชินบุตร” รองประธานองค์กร ธุรกิจโมบาย เอ็กซ์พีเรียนซ์ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดเทคโนโลยี AI ทั่วโลกมีการเติบโตอย่างมาก และจะเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในตลาดโลก และในประเทศไทย เฉพาะ Generative Al ทั่วโลกคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 1.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2575 และปัจจุบันมีผู้ใช้งาน ChatGPT มากกว่า 180.5 ล้านคน

สำหรับขนาดตลาด Generative AI ในไทยคาดว่าจะมีการเติบโตรายปีที่ 23.46% ส่งผลให้มูลค่าตลาดอยู่ที่ 1,084 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2573 มากกว่า 1 ใน 3 หรือ 35% ของผู้บริโภคมีแนวโน้มใช้ AI กับชีวิตส่วนตัวและการทำงาน

หากดูจำนวนการเสิร์ชบนกูเกิล ตั้งแต่ปี 2566 พบว่าปริมาณการเสิร์ชคำว่า “มือถือ” กับ “AI” ใกล้เคียงกันหมายความว่าคนให้ความสนใจเทคโนโลยี AI เพิ่มมากขึ้น เพราะเริ่มเห็น Use Case ซึ่งปีที่ผ่านมา AI เข้าไปมีบทบาทในการทำงานด้านต่าง ๆ มีผลสำรวจที่ระบุว่า 35% ของผู้บริโภคไทยมีการใช้ Generative AI ในการทำสิ่งต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ปรับแต่งภาพ

นอกจากนี้ ผู้บริโภคกว่า 86% มองว่า AI ช่วยสนับสนุนธุรกิจอีคอมเมิร์ซผ่านการสร้างประสบการณ์ในการซื้อสินค้าด้วยระบบอัตโนมัติ และ 99% ของผู้บริโภคที่ใช้ AI ยอมรับว่า AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มากขึ้น

5 เทรนด์ ตอบโจทย์ Gen Z

“การที่ผู้บริโภคเจน Z ให้การตอบรับ Galaxy S24 Series เป็นอย่างดี เพราะคนกลุ่มนี้รับ และปรับใช้เทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ดังเห็นได้จากผลสำรวจที่ระบุว่า 70% ของ Gen Z ตื่นตัวกับการใช้ Generative AI มาก ซึ่ง 6 ใน 10 ของ Gen Z ที่ใช้ AI เชื่อว่าตนมีความเชี่ยวชาญในเทคโนโลยีนี้”

ปี 2567 AI จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่เข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตและการทำงานอย่างมาก แบ่งเป็น 5 เทรนด์ ดังนี้

1.Generative AI หรือการใช้ AI ในการสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ ตั้งแต่ข้อความไปจนถึงดนตรี มีแนวโน้มว่าปี 2569 องค์กรต่าง ๆ มากกว่า 80% จะนำ Generative AI มาใช้ในการดำเนินงาน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่น้อยกว่า 5% ในปัจจุบัน

2.BYOAI (Bring Your Own AI) หรือ Shadow AI เป็นแนวโน้มใหม่ในที่ทำงาน ซึ่งพนักงานจะนำ AI ของตนเองเข้ามาใช้ในการทำงาน เกิดจากเครื่องมือ AI ที่ใช้งานง่ายและราคาไม่แพง โดยผลการรายงานจาก Forrester ระบุว่า 60% ของพนักงานจะใช้ AI มาช่วยทำงานในด้านต่าง ๆ มากขึ้น

3.แอปพลิเคชั่นอัจฉริยะด้วย AI เฉพาะบุคคล โดย 1 ใน 3 ของแอปพลิเคชั่นทั้งหมดในปี 2569 จะใช้ AI เพื่อสร้างอินเตอร์เฟซและปรับแต่งให้เข้ากับแต่ละบุคคลได้

4.AI สำหรับเขียนโค้ด โดย Gartner ระบุว่า ในปี 2571 บริษัทซอฟต์แวร์จะใช้ AI มาช่วยในการเขียนโค้ดจาก 3 ใน 4 ของทั้งหมด ซึ่งปี 2566 พบว่ามีเพียง 1 ใน 10 เท่านั้น

5.การค้นหาออนไลน์ด้วย AI มีการปรับปรุงการค้นหาให้แม่นยำและตรงความชอบของผู้ใช้ด้วยการค้นหาจากภาพ วิดีโอ หรือการสนทนากับแชตบอต

S24 จุดพลุ AI Phone

“สิทธิโชค” กล่าวว่า การนำ AI เข้ามาพัฒนาฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น Live Translate แปลเสียงคู่สนทนาเรียลไทม์, Circle to Search ระบบการค้นหาที่วงกลมหรือไฮไลต์บนหน้าจอได้ทันที, Transcript Assist ตัวช่วยถอดเสียงอัตโนมัติ ฯลฯ ช่วยให้ Galaxy S24 ได้รับความสนใจมากเป็นปัจจัยที่ทำให้ยอดสั่งจองล่วงหน้าสูงกว่า Galaxy S23 Series ถึง 200% เป็นอันดับที่ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนีย

ทั้ง 1 ใน 4 ของยอดพรีออร์เดอร์เป็นผู้ใช้ที่เปลี่ยนเครื่องมาจากแบรนด์คู่แข่ง ดูจากโปรแกรมเก่าแลกใหม่ (Trade-in) และบริการถ่ายโอนข้อมูล Samsung Smart Switch

“การที่ยอดสั่งจองล่วงหน้าของ Galaxy S24 Series เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อนหน้าถึง 2 เท่า เป็นหนึ่งในปัจจัยที่สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่สอดคล้องกับความต้องการ และทิศทางการใช้งานของผู้บริโภคปัจจุบัน”

แม่ทัพการตลาด “ซัมซุง” เล่าเบื้องหลังการทำงานของฟีเจอร์ AI ว่า ซัมซุงทำงานร่วมกับผู้นำ AI อย่าง Google และ Microsoft พัฒนาเทคโนโลยีมีทั้งส่วนที่ฝังอยู่ในตัวเครื่อง และทำงานบน Google Cloud รวมถึงมีทีมงานไทยช่วยเทรน AI ทำให้การใช้งานด้วยภาษาไทยมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สื่อสารการตลาดแบบมีกลยุทธ์

“ก่อนเปิดตัว Galaxy S24 เราทำการสำรวจผ่าน Social Listening พบว่ากว่า 32% ใช้ AI เพื่อปรับแต่งภาพ แต่หลังเปิดตัวฟีเจอร์ Note Assist ที่ช่วยสรุปข้อความในแอป Notes เริ่มมีการใช้มากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าจะมี Use Case อื่นตามมาอีก คนจะเข้าใจถึงบทบาทและหน้าที่ของ AI มากกว่าเดิม”

“สิทธิโชค” กล่าวด้วยว่า ซัมซุงให้ความสำคัญและทุ่มเทกับการจัดกิจกรรมการตลาดเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ Galaxy S24 Series มาก เช่น เปิด Galaxy Experience Space เป็นพื้นที่ที่ให้ผู้บริโภคมาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์หลังเปิดตัวที่งาน Galaxy Unpacked โดยไทยเป็น 1 ใน 8 ประเทศทั่วโลกที่ได้รับเลือกให้จัดงาน ทั้งยังดึงตัว “จอง-คัลแลน” ยูทูบเบอร์ชื่อดังเจ้าของช่อง Cullen HateBerry มาเป็นส่วนหนึ่งของการโปรโมตสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ เป็นต้น

“โปรโมชั่นเป็นธรรมชาติของการเปิดตัวสินค้าใหม่ที่ต้องมีให้ผู้บริโภคอยู่แล้ว แต่การสื่อสารให้ผู้บริโภคเข้าใจ Use Case ที่เกิดขึ้น และตัดสินใจใช้สมาร์ทโฟน เพราะมีประโยชน์กับเขาเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า อย่างการดึงตัวจองกับคัลแลนที่เป็นยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวมาก็ช่วยสื่อสารว่า Galaxy S24 มีฟังก์ชั่นอะไรที่ตอบโจทย์ และช่วยเหลือผู้ใช้งานระหว่างท่องเที่ยวได้อย่างไรบ้าง เป็นต้น”

ย้ำนวัตกรรมเจาะพรีเมี่ยม

สำหรับภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนในไทยจากการประมาณของ GfK บริษัทวิจัยตลาดเปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายสมาร์ทโฟนในปี 2566 จะอยู่ที่ 10.7 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นกลุ่มทั่วไปที่ราคาต่ำกว่า 20,000 บาท 9.1 ล้านเครื่อง กลุ่มพรีเมี่ยมราคาสูงกว่า 20,000 บาท 1.5 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีก่อนที่ 12.3 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป 10.7 ล้านเครื่อง และกลุ่มพรีเมี่ยม 1.6 ล้านเครื่อง

ในแง่มูลค่าในปี 2566 อยู่ที่ 3,533 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป 1,778 ล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มพรีเมี่ยม 1,755 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากปีก่อนที่ 3,726 ล้านเหรียญสหรัฐ แบ่งเป็นกลุ่มทั่วไป 2,062 ล้านเหรียญสหรัฐ และกลุ่มพรีเมี่ยม 1,664 ล้านเหรียญสหรัฐ

“กลุ่มกลาง-ล่างยังไม่ฟื้นตัว กำลังซื้อยังไม่กลับมา จากภาวะเศรษฐกิจส่งผลกระทบกับกลุ่มรากหญ้าโดยตรงที่ตลาดจะเป็นอย่างนี้ไปอีก 2-3 ปี ขณะที่กลุ่มพรีเมี่ยมยังโตต่อเนื่อง แม้ในแง่จำนวนเครื่องจะทรงตัว แต่ราคาเครื่องเพิ่มขึ้นจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ประกอบกับโปรโมชั่นส่งเสริมการขายจากค่ายมือถือ และโปรแกรมผ่อนชำระ 0% ผลักดันให้คนกล้าซื้อสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมมากขึ้น”

สำหรับ “ซัมซุง” สิทธิโชคอธิบายว่า สัดส่วนผู้ใช้เป็นกลุ่มทั่วไป 85% อีก 15% เป็นกลุ่มพรีเมี่ยม ที่ผ่านมาหลายแบรนด์พยายามบุกตลาดนี้แต่ตนมองว่ามีเพียง 2 แบรนด์ที่ทำได้ ซึ่งแต่ละแบรนด์มีจุดแข็งต่างกัน อีกแบรนด์อาจมีอีโคซิสเต็มทางเทคโนโลยีที่แข็งแรง ขณะที่ซัมซุงชูจุดเด่นด้านนวัตกรรม นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใส่ในสมาร์ทโฟนให้ผู้ใช้ได้ใช้ก่อนใคร

“การพัฒนามือถือของซัมซุงที่ใส่นวัตกรรมใหม่ ๆ มีมาตั้งแต่ยุคที่พัฒนาเครื่องแรกในปี 2531 มาถึงยุคมือถือพับได้ปี 2542 และทัชโฟนปี 2552 กระทั่งยุคสมาร์ทโฟนที่มีปากกา Galaxy Note ปี 2554-2563 ล่าสุด Galaxy S24 มาพร้อมฟีเจอร์ AI ถือเป็นการปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟน”