“Apple” ท้าชน Microsoft-Google เตรียมเปิดแผนพัฒนา AI ปีนี้

Apple
REUTERS/Yves Herman

“ทิม คุก” เผยฤกษ์เปิดแผนพัฒนา AI ของ “Apple” ไม่เกินปี 2567 เชื่อยังไม่มีคอมพิวเตอร์รุ่นใดทำงานกับ AI ได้ดีเท่า “Mac” มอง Apple ไม่ได้เดินเกมช้ากว่าคู่แข่ง “Microsoft-Google” เพราะใช้ AI พัฒนาผลิตภัณฑ์อยู่แล้ว

วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 สำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า “แอปเปิล” (Apple) วางแผนที่จะเปิดเผยแผนการพัฒนาและการนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) เชิงสร้างสรรค์มาใช้ในบริษัทภายในปลายปีนี้

นายทิม คุก (Tim Cook) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Apple กล่าวระหว่างการประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีของบริษัท เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2567 ตามเวลาสหรัฐ ว่า Apple ลงทุนด้านการพัฒนา AI เป็นอย่างมาก เพราะเชื่อว่า generative AI เป็นสิ่งที่จะช่วยให้มนุษย์ปลดล็อกศักยภาพการทำงาน การแก้ปัญหา และอื่น ๆ อีกมากมาย

“จริง ๆ ผลิตภัณฑ์ของ Apple มี AI เป็นระบบหลังบ้าน ทำงานอยู่เบื้องหลังอยู่แล้ว แต่การพัฒนา AI อย่างชัดเจน เราจะเปิดเผยอีกครั้งในช่วงปลายปีนี้ ซึ่งเรามองว่าผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Mac ที่มีขุมพลังเป็นชิปในตระกูล Apple Silicon มีความพร้อมต่อการใช้งาน AI และในตลาดยังไม่มีคอมพิวเตอร์สำหรับ AI ที่ดีกว่าปัจจุบัน”

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานว่า ยักษ์ผู้พัฒนา iPhone ยอมทุ่มงบฯมูลค่ามหาศาลประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี (3.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อพัฒนาโมเดล AI ของตนเอง และมอบหมายให้ “จอห์น เจียนนันเดรีย” (John Giannandrea) และ “เคร็ก เฟเดริกิ” (Craig Federighi) รองประธานอาวุโสของ Apple ที่รับผิดชอบด้าน AI และการพัฒนาซอฟต์แวร์ต่าง ๆ เป็นหัวหอกสำคัญในการใช้ AI เพื่อพัฒนาฟีเจอร์มากมาย

โดยทีมของ “จอห์น” จะดูแลด้านการพัฒนาเทคโนโลยีพื้นฐานสำหรับระบบ AI ใหม่ รวมถึงการปรับปรุงคุณภาพเชิงลึกของ “Siri” ผู้ช่วยสั่งการด้วยเสียงของ Apple ซึ่ง Siri เวอร์ชั่นที่ฉลาดกว่าเดิมอาจพร้อมใช้งานในปีหน้า แต่ก็ยังมีข้อกังวลว่า การนำไปใช้ในอุปกรณ์ต่าง ๆ อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คิด

ในขณะเดียวกัน ทีมของ “เครก” กำลังเพิ่มการใช้ AI ให้กับ iOS เวอร์ชั่นถัดไป ซึ่งทำงานบนโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ที่ต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากเพื่อฝึกฝนความสามารถของ AI รวมถึงปรับปรุงฟีเจอร์ของ Siri และแอปพลิเคชั่น Messages ให้สามารถตอบคำถามและเติมประโยคอัตโนมัติได้

รวมถึงทีมของ “เอ็ดดี้ คิว” (Eddy Cue) หัวหน้าฝ่ายบริการ กำลังเพิ่มการใช้ AI ในแอปต่าง ๆ เพื่อให้เกิดฟีเจอร์ใหม่ ๆ ในการใช้งาน เช่น การสร้างเพลย์ลิสต์อัตโนมัติใน Apple Music, การสร้างชุดสไลด์อัตโนมัติใน Keynote และการพัฒนาแอปบริการลูกค้าสำหรับบริการ AppleCare เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายมองว่า Apple เข้าสู่สนามการพัฒนา AI และเปิดตัว generative AI ของตนเองช้ากว่าคู่แข่งบิ๊กเทครายอื่น ๆ โดยเฉพาะ “ไมโครซอฟท์” (Microsoft) ที่ปัจจุบันขึ้นแท่นบริษัทที่มีมูลค่าตามราคาตลาดหลักทรัพย์ (Market Cap) สูงที่สุดในโลก และ “กูเกิล” (Google) ที่รีแบรนด์แชตบอตอัจฉริยะอย่าง “Bard” เป็น “Gemini” ไปหมาด ๆ ในช่วงต้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ทำให้ความคาดหวังเกี่ยวกับประสิทธิภาพโมเดล AI ของ Apple ก่อตัวขึ้นเรื่อย ๆ