หาดใหญ่ ลุยจัดอีเวนต์ปีใหม่ ชี้เหตุบอมบ์คนยกเลิกห้องพักแค่ 10%

หาดใหญ่

“หาดใหญ่” เดินหน้าจัดงานอีเวนต์ปีใหม่กระตุ้นเศรษฐกิจ ชี้เหตุระเบิดรางรถไฟ คนยกเลิกจองห้องพักแค่ 10% วูบ ด้านธุรกิจ “ไม้ยาง-ยางพารา” ที่ส่งออกทางรถไฟปรับโหมดไปใช้รถหัวลากไปส่งออกท่าเรือบัตเตอร์เวิร์ต ปีนังแทน เผยเหตุบอมบ์ 2 ครั้ง คนใต้ฟันธงต้องการ “ดิสเครดิต” ธุรกิจการค้าการท่องเที่ยวชายแดนไทย-มาเลเซีย

นายทรงชัย มุ่งประสิทธิชัย นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา และเจ้าของ ผู้จัดการ นิวเอเชียทัวร์ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สถานการณ์ระเบิดรางรถไฟและลอบทำร้ายเจ้าหน้าที่รถไฟที่เข้าซ่อมแซมรางและกู้โบกี้รถไฟขนส่งบรรทุกสินค้า ปาดังเบซาร์ หาดใหญ่ ที่ ต.ท่าโพธิ์ อ.สะเดา จ.สงขลา ได้รับความเสียหายและเสียชีวิตติดต่อกัน 2 ครั้ง ได้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นให้คนไทย และโดยเฉพาะชาวมาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวหลักของ จ.สงขลา ชายแดนไทย-มาเลเซีย

ตอนนี้ได้ติดต่อขอยกเลิกการจองห้องพักโรงแรมประมาณกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ ปกติช่วงปิดเทอมในประเทศมาเลเซีย ระหว่าง 10-31 ธันวาคม ของทุกปีจะมีนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียนำครอบครัวบุตรหลานเข้ามาท่องเที่ยวใน อ.หาดใหญ่ ไม่ต่ำกว่า 100,000 คน กลุ่มนี้อาจได้รับผลกระทบไปด้วย

“เหตุการณ์ความไม่สงบที่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวมาเลย์ และสิงคโปร์บางส่วน ส่วนคนไทยในจังหวัดอื่น ๆ ชะลอการเดินทาง เนื่องจากภาคใต้เป็นช่วงฤดูฝน บางพื้นที่เกิดน้ำท่วม จึงได้ส่งผลต่อธุรกิจการค้าการท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน”

นายทรงชัยกล่าวต่อไปว่า ประเด็นการระเบิดทางรางรถไฟ ปาดังเบซาร์ หาดใหญ่ 2 ครั้งนี้ หลายฝ่ายทั้งคนในพื้นที่และชาวมาเลเซียมีความเห็นตรงกันว่า ต้องการดิสเครดิตธุรกิจการค้าการท่องเที่ยวชายแดนไทย-มาเลเซียที่กำลังฟื้นตัวโดยตรง

นายกร สุริยพันธุ์ ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยจังหวัดสงขลา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาวะธุรกิจเอสเอ็มอีไทย จ.สงขลา กระเตื้องขึ้นมาแล้วประมาณ 50% ตั้งแต่เปิดด่านชายแดนไทย-มาเลเซียมาจนถึงปัจจุบัน

มีชาวมาเลเซียเดินทางผ่านด่านชายแดนเข้ามาประมาณ 1.5 ล้านคน ทำให้ธุรกิจร้านค้า ร้านอาหาร ที่พัก โรงแรมอยู่ในเกณฑ์ที่ดี ส่วนประเด็นความไม่สงบที่เกิดนั้น หน่วยงานความมั่นคงต้องเร่งควบคุมแก้ไขปัญหา อย่างไรก็ตาม สำหรับความกังวลในการจัดงานอีเวนต์ และงานกิจกรรมที่มีมวลชนจำนวนมาก จากการประชุมภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการยังมีการจัดงานปีใหม่ เพราะเป็นกิจกรรมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะต้องดำเนินการต่อเนื่อง

ทางด้านผู้ประกอบการอุตสาหกรรมยางส่งออกต่างประเทศเปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรณีเหตุระเบิดรางรถไฟส่งผลกระทบต่อผู้ขนส่งสินค้าไม่มากนัก กลุ่มไม้ยางพารา ยางพารา ของ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.ตรัง ได้เปลี่ยนไปใช้รถหัวลากจูงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ส่งออกทางด่านสะเดา ด่านปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา กับรอยต่อรัฐเกดะห์ และรัฐปะลิส มาเลเซีย ซึ่งรถขนส่งสินค้าจะส่งวิ่งไปปลายทางที่ท่าเรือบัตเตอร์เวิร์ต ปีนัง มาเลเซีย เพื่อลงเรือส่งออกไปต่างประเทศ ทั้งนี้ ความล่าช้าในการผิดนัดการส่งมอบสินค้าสามารถยืดหยุ่นอนุโลมได้จากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด

“การระเบิดรางรถไฟขบวนขนส่งสินค้า 707 ปาดังเบซาร์ หาดใหญ่ เป็นเหตุให้สินค้ายางแท่ง 12 ตู้คอนเทนเนอร์ได้รับความเสียหายนั้น ยางแท่ง 1 ตู้คอนเทนเนอร์ น้ำหนักประมาณ 20,000 กก. คาดว่ามีมูลค่าตู้ละประมาณ 1,000,000 บาท ส่วนใหญ่เจ้าของสินค้า และผู้ขนส่งได้มีการทำประกันภัยไว้”

แหล่งข่าวจากการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า การซ่อมแซมรางรถไฟตอนนี้ต้องรอฝ่ายความมั่นคงเข้าไปเคลียร์พื้นที่ว่ายังมีระเบิดฝังจุดใดอีกหรือไม่ เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน ทั้งนี้ คาดว่าการซ่อมแซมรางรถไฟจะสามารถกลับมาใช้งานได้ปกติไม่เกิน 1 เดือน


สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่าง 3 ประเทศในระบบตู้คอนเทนเนอร์ มีเส้นทางให้บริการเชื่อมต่อจาก สปป.ลาว-ไทย-มาเลเซีย ปัจจุบันปริมาณการขนส่งสินค้า 3 ประเทศน้อยมาก เบื้องต้นประเมินว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นโดยตรงคือการขนส่งสินค้าและผู้โดยสารในเส้นทางไทย-มาเลเซีย ซึ่งหยุดชะงักลงซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นของการเดินทางท่องเที่ยวอาจได้รับผลกระทบมากกว่า