7 Megatrends ธุรกิจใน 10 ปีข้างหน้า

เมกะเทรนด์
คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

เมื่อการเมืองกำลังเปลี่ยนไป แลนด์สเคปของการทำธุรกิจก็น่าจะเปลี่ยนด้วย ตอนนี้วิธีคิดของคนในสังคมเปลี่ยนไปแล้ว เห็นได้ชัดจากการเลือกตั้งครั้งล่าสุดที่ผ่านมา และธุรกิจเองก็เริ่มเปลี่ยนไปเยอะมากด้วย

ผมลองคิดเล่น ๆ ว่าในเชิงธุรกิจจะเป็นอย่างไรในอีก 10 ปีข้างหน้า แต่ก่อนอื่นกว่าจะมาถึงวันนี้ ผมต้องย้อนกลับไปเมื่อ 10 ปีก่อน ราวปี 2013 ตอนนั้นน่าจะยังเป็นยุค 3G อยู่เลย อินเทอร์เน็ตยังไม่รวดเร็วแบบวันนี้ เฟซบุ๊กยังไม่มา ยังเป็น hi5 โซเชียลมีเดียยังเป็นของเล่นอยู่ ยังไม่ได้นำมาใช้ในเชิงธุรกิจ ในยุคนั้นคนยังไม่ได้แห่เข้ามาในโลกออนไลน์มากนัก

วันนี้ผมจึงอยากพาทุกท่านไปดูโลกในอีก 10 ปีข้างหน้า โดยลองถามใน ChatGPT ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไรบ้าง ผมก็ไปเจอบทความหนึ่งใน LinkedIn ที่เป็นบุคคลคนหนึ่งที่เป็น CEO ของบริษัทแห่งหนึ่งที่เหมือนกับของ ChatGPT เลย

7 เมกะเทรนด์ธุรกิจที่เจอแน่ในอีก 10 ปีข้างหน้า

  1. remote work เช่น การทำงานที่บ้าน ตอนนี้บริษัทเทคโนโลยีในโลกหลาย ๆ แห่งมีการเรียกร้องให้คนกลับไปทำงานที่ออฟฟิศ แต่หลาย ๆ บริษัท หรือน้อง ๆ ที่ผมเห็นในวงการเทคโนโลยี เช่น บริษัท peek ทำเกี่ยวกับบัญชี หรือ wisesight ทำเกี่ยวกับ social listening ที่มีพนักงานเกือบ 200 คนก็มีนโยบายให้ทำงานที่บ้านสลับกับเข้าออฟฟิศ ส่วนออฟฟิศไม่สามารถจุคนเกือบสองร้อยคนได้ ถ้ามาพร้อมกันก็คงเกิดปัญหาได้

หรือส่วนตัวผมเองก็ทำงานที่บ้านเป็นหลัก เข้าออฟฟิศอาทิตย์ละหนึ่งครั้ง แต่ประชุมกับทีมทางออนไลน์ทุกวันเช้า-เย็น ผมค่อนข้างเชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนวิธีการทำงานไปเลยโดยสิ้นเชิง

2. AI อันนี้ผมว่ามาแน่ ส่วนตัวถ้าใช้เป็นจะติดเลย อย่างตอนนี้ผมยังถาม AI เรื่องเทรนด์นี้เลย ล่าสุดผมไปประชุม การจะพรีเซนต์ต่าง ๆ ก็ต้องมีเทคนิค ผมใช้วิธีการเล่าเรื่องโดยให้ ChatGPT แต่งนิทานให้ โดยกำหนดให้มีหัวข้อต่าง ๆ เป็นภาษาไทย และอยากได้ภาพประกอบผมก็เข้าไปที่ Midjourney ให้สร้างภาพประกอบให้ เท่านี้ผมก็สามารถสร้างเรื่องราวออกมาได้เสร็จเรียบร้อย

หรือแม้แต่ต้องการแต่งเพลงของบริษัทโดยให้ข้อมูลและบริการที่ต้องการใส่ลงไป AI สามารถแต่งเพลงพร้อมคอร์ดมาให้เรียบร้อยได้เลย จะเห็นว่า ณ วันนี้ AI ที่ยังถือว่าเป็นแค่ขั้นเบสิกยังสามารถช่วยชีวิตคนทำงานได้มากขนาดนี้เลยทีเดียว

ในแต่ละวันจะมีน้อง ๆ มาแนะนำ AI กันมากมาย ล่าสุดผมลองใช้ ChatPDF ที่สามารถอัพโหลดไฟล์ PDF จำนวนมากเข้าไปแล้ว AI จะสรุปคำตอบออกมาให้ในเวลาอันสั้น ขนาดตอนนี้ตัว AI มันยังแยกกันอยู่ แล้วลองคิดดูว่าในอีก 10 ปีข้างหน้า AI จะเก่งจะต่อยอดตัวเองออกไปเรื่อย ๆ แล้วจะเป็นอย่างไร แล้วจะกลายเป็นว่าต่อไปรอบ ๆ ตัวเราจะมี AI ทั้งหมดเลย

3. sustainability & circular economy อันนี้ผมค่อนข้างชอบและเห็นด้วยอย่างมาก ซึ่งวันนี้เริ่มแรงขึ้นเรื่อย ๆ แล้ว ผมเองก็เพิ่งไปลงทุนเกี่ยวกับคาร์บอนเครดิตมา จึงเริ่มมาสนใจ ตอนนี้ในฝั่งทางด้านยุโรปก็มีการพูดถึงเรื่องนี้มากขึ้น หรือ ESG แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาขององค์กรอย่างยั่งยืน คนก็เริ่มพูดถึงเรื่องเหล่านี้มากขึ้นด้วยเหมือนกัน

ตอนนี้ทางฝั่งยุโรปจะเริ่มพูดถึงเรื่องของคาร์บอนเครดิต บริษัทไหนที่ส่งออก หรือผลิตสินค้าแล้วส่งไปที่ยุโรปก็ต้องมาดูเรื่องของคาร์บอนฟุตพรินต์กันแล้ว และล่าสุดผมไปถามน้อง ๆ ที่ทำสตาร์ตอัพที่ทำเรื่องของคาร์บอนฟุตพรินต์ เป็นแพลตฟอร์มที่มีเครื่องมือในการแทร็กติดตามได้ เช่น เดือนหนึ่งเราผลิตคาร์บอน 100 ตัน เราจะหา carbon offset ตัวไหนที่มาชดเชยออกไป ฯลฯ

ตอนนี้เรื่องของ sustainability และ circular economy คนกำลังเริ่มสนใจเรื่องของสภาพแวดล้อมมากขึ้นเรื่อย ๆ และผมเชื่อได้เลยว่าต่อไปในแง่ของการคมนาคมต่าง ๆ รถที่ใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลหรือน้ำมันใน 10 ปีข้างหน้าจะน้อยลงมาก แม้ว่าตอนนี้เราใช้รถที่เป็นไฟฟ้า แต่ก็เป็นไฟฟ้าที่เป็นแบตเตอรีจากแร่แรร์เอิร์ทต่าง ๆ อยู่ แต่ก็มีการผลิตแบตเตอรี่จากเกลือกันแล้ว หรือเทคโนโลยีหนึ่งที่ในยุโรปก็มีการใช้เตาปฏิกรณ์ขนาดเล็กใช้ปฏิกิริยาฟิวชั่นที่จะไม่เกิด waste

มองไปอีก 10 ปีข้างหน้าบอกได้เลยว่าพลังงานต่าง ๆ น่าจะเป็นพลังงานสะอาดเยอะขึ้นมาก พลังงานจะถูกลงมากเพราะมีหลายแหล่ง

4. personalized and experience based marketing การตลาดแบบเฉพาะเจาะจง วันนี้เราเริ่มเห็นกันแล้ว อย่างการยิงแอดที่เริ่มเห็นแอดต่างกัน จะเห็นโฆษณาที่ทาร์เก็ตเฉพาะกับแต่ละคนเลย เริ่มชัดเจนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะมันกำลังมีการใช้ข้อมูลมหาศาลเพื่อพยายามปรับแต่งข้อมูลทางการตลาดและสินค้าต่าง ๆ ให้ตรงกับเฉพาะบุคคล และนับวันยิ่งแม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ

แม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีการพูดถึงกฎหมายต่าง ๆ ที่ปกป้อง PDPA ฯลฯ แต่เทคโนโลยีก็จะเก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่าในอนาคตโฆษณาจะแม่นยำแบบขายกำหนดคนได้เลย รู้ว่าคน ๆ นี้ต้องการอะไรและทำโฆษณาเพื่อคนคนนั้นโดยเฉพาะเลย

5. gig economy อย่างที่เราทราบกัน ใครอยากจะออกมาขับ Grab ก็ออกมา ใครอยากจะออกมาขายอาหารก็ขาย อยากจะทำอะไรก็ทำได้โดยเข้าไปใช้แพลตฟอร์ม เช่น อยากทำฟรีแลนซ์ก็เข้าไปในเว็บไซต์ Freelancebay.com หรือ Faskwork อยากรับงานก็กดเปิด ไม่อยากรับงานก็กดปิด

กลายเป็นว่า gig economy นับวันจะเริ่มโตมากขึ้นเรื่อย ๆ และดูแนวโน้มว่าหลายคนจะเข้าไปอยู่มากขึ้น และจะกลายเป็นอาชีพอีกสายหนึ่ง เพราะอนาคตแพลตฟอร์มจะโตขึ้นไปเรื่อย ๆ และจะเปิดโอกาสทำให้ดีมานด์และซัพพลาย หรือคนที่เป็น workforce ที่ทำงานได้เข้าสู่แพลตฟอร์มมากขึ้น และเป็นตัวกลางทำให้ผู้ซื้อและผู้ขาย หรือผู้ให้บริการเจอกันได้ง่ายมากขึ้น

6. space economy ในอีก 10 ปีข้างหน้าผมว่ามาแน่นอน เพราะตอนนี้เราเห็นแล้วว่าการส่งจรวดแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก เมื่อก่อนปีหนึ่งส่งได้ไม่กี่ลำ ตอนนี้กลายเป็นว่าอย่าง spaceX สามารถส่งจรวดติดต่อกัน 2 ลำ ใช้เวลาห่างกันเพียง 32 ชั่วโมงเท่านั้น

เรื่องอวกาศเป็นเรื่องที่เราจะได้ยินข่าวอวกาศมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเริ่มมีเอกชนเข้าสู่ธุรกิจทางด้านอวกาศ อนาคตเราน่าจะเห็นธุรกิจเกี่ยวกับเรื่องอวกาศมากขึ้นเรื่อย ๆ แน่นอนที่เราจะเห็นก็คือ space travel การท่องเที่ยวในอวกาศ ซึ่งเห็นแล้วคือ Virgin Galactic ของ Richard Branson ที่เปิดโอกาสให้คนซื้อตั๋วขึ้นไปอยู่ในชั้นบรรยากาศในสภาพไร้แรงดึงดูดได้

7. quantum computing ตอนนี้เราได้ยินคำว่า quantum มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่จะเห็นว่ามันยังอยู่ในแล็บ ยังอยู่กับบริษัทขนาดใหญ่ Google, Microsoft ทำควอนตัม

quantum เป็นอีกเทคโนโลยี จากเดิมที่เคยใช้ CPU ของอินเทล ใช้ Cal-Comp ในโทรศัพท์มือถือ CPU เหล่านี้จะใช้หลักการของดิจิทัล 0101 แต่ในควอนตัมจะเป็น 00 หลักการคำนวณของควอนตัมจะละเอียดกว่า เร็วกว่าไม่รู้กี่ร้อยเท่าพันเท่า ทำให้เราใช้เวลาในการคำนวณเร็วกว่ามาก ๆ


quantum computing กำลังจะเริ่มเข้ามาแล้ว และผมเชื่อว่าในอนาคตมันจะเริ่มเข้าสู่ภาคธุรกิจ และค่อย ๆ ไหลเข้าสู่บุคคล ฉะนั้นใน 10 ปีเราจะได้เห็นการใช้งาน quantum computing ในพวกเราแน่ ๆ