เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
Biz Movement เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี ฯ ทรงเปิดงาน “สืบสานใจ หัตถศิลป์ไทย สู่สากล” EM DISTRICT SENSE OF THAI 2026
นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
Politics นายกฯ ลุยปฏิรูปราชการ-สร้างคน วางกรอบ 4P รับเทรนด์ AI ดันเศรษฐกิจกระจายตัว
พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
News พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา ‘พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน’ เสียชีวิต อายุ 103 ปี
เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
Finance เอกนิติ ตั้งคณะทำงานรื้อยุทธศาสตร์ Data Center ครอบคลุมทุกมิติ ชง ครม. 4 ส.ค.นี้
PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
Finance PTTEP บอร์ดเคาะจ่ายปันผลระหว่างกาล หุ้นละ 4.50 บาท ขึ้น XD 14 ส.ค.นี้
ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
Biz Movement ไอคอนสยาม น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระพันปีหลวง จัดกิจกรรมตลอดเดือนแห่งวันแม่
SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
Finance SET ฟื้นแรง-ปิดตลาดสุดสัปดาห์บวก 25 จุด ดัชนีกลับมายืนเหนือ 1,600 จุด DELTA หนุน
จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
Automotive จับตาปี 2040 รถไร้คนขับ ‘ระดับ 4’ จะกลายเป็นเรื่องปกติ ?
เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
Real Estate เสนาฯ รุกตลาดต่างประเทศ โรดโชว์คอนโด 5 ทำเล เจาะนักลงทุน-เอเจนต์ไต้หวัน
แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
Politics แจงปม “คีย์ทิพย์” แจ้งข้อมูลเท็จสุขภาพประชาชน แสดงผลบนแอปทางรัฐ
ดูทั้งหมด

เฮียฮ้อ-สุรชัย ผู้นำค่ายเพลงเปลี่ยนสู่บริษัทคอมเมิร์ซหมื่นล้าน “ที่ไหนมีปลา RS จะไป”

17 ม.ค. 2566 | 18:18น.
เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

ประวัติ เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ผู้นำ RS เติบใหญ่จากค่ายเพลงเบอร์ 2 ของประเทศ สู่บริษัทคอมเมิร์ซหมื่นล้าน ด้วยคติ “ที่ไหนมีปลา อาร์เอสจะไป” และความชื่อว่า “คนอาร์เอสเจ๋ง ทำอะไรก็ได้”

ในอดีตเมื่อราว 20-30 ปีที่แล้ว ชื่อของ เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ เป็นที่รู้จักในฐานะผู้บริหารค่ายเพลงอาร์เอส (RS) ผู้ปั้นวัยรุ่นจำนวนมากมายให้กลายเป็นศิลปินดังขวัญใจมหาชน 

แต่ในยุคปัจจุบัน คนไทยรู้จักเฮียฮ้อในบทบาทที่แตกต่างออกไป เพราะค่ายเพลงอาร์เอสในวันนั้น ได้เติบโตขยายบริษัทเป็น อาร์เอส กรุ๊ป (RS Group) ที่ทำธุรกิจหลากหลาย ภายใต้แม่ทัพคนเดิมที่นำทัพมา 4 ทศวรรษ  

“ประชาชาติธุรกิจ” ชวนทำความรู้จัก เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร อาร์เอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำที่พาอาร์เอสเติบใหญ่จากค่ายเพลงอันดับ 2 ของประเทศขึ้นไปเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด 15,950 ล้านบาท (ณ วันที่ 17 มกราคม 2566) 

 

ชีวิตส่วนตัว

เฮียฮ้อ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ เกิดวันที่ 5 พฤศจิกายน 2505 ในครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีน ฐานะทางบ้าน “ค่อนข้างยากจน” มีพี่น้อง (รวมทั้งเจ้าตัว) จำนวน 7 คน หนึ่งในนั้นคือพี่ชายคนสำคัญ เฮียจั๊ว-เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ ผู้ก่อตั้งกิจการซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นค่ายเพลงอาร์เอส  

เฮียฮ้อเคยให้สัมภาษณ์ว่า ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตที่ดี อยากมีฐานะร่ำรวยมาตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะเกิดในครอบครัวที่ไม่มีเงิน และเป็นลูกคนกลาง รู้สึกว่าตัวเองถูกมองข้าม จึงต้องผลักดันตัวเองมาก ๆ เพื่อให้มีเงิน มีชีวิตที่ดี 

ด้านชีวิตครอบครัว เฮียฮ้อแต่งงานกับ สุจีรา เชษฐโชติศักดิ์ เมื่อปี 2529 มีบุตรชายด้วยกันสองคน คือ เชษฐ เชษฐโชติศักดิ์ และ โชติ เชษฐโชติศักดิ์ 

เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

 

ทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย

เฮียฮ้อเริ่มทำงานตอนเรียน ม.ศ. 3 ขณะอายุประมาณ 17 ปี โดยช่วยงานพี่ชายคนโต เฮียจั๊ว-เกรียงไกร เชษฐโชติศักดิ์ ที่ทำกิจการอัดเพลงขาย  

หลังจากนั้นอีกสองปี ขณะเรียน ม.ศ. 5 อายุ 19 ปี ก็ตัดสินใจหยุดเรียนหนังสือมาช่วยงานเฮียจั๊วอย่างจริงจัง 

ลักษณะกิจการที่สองพี่น้องช่วยกันทำตอนนั้นคือ นำแผ่นเสียงต้นฉบับมาคัดเลือกเพลงดัง ๆ อัดลงเทปคาสเซต เรียกได้ว่าเป็นการทำเทปอัลบั้มรวมฮิตออกมาขาย ซึ่งในยุคนั้นยังไม่มีกฎหมายลิขสิทธิ์ จึงไม่ผิดกฎหมาย 

 

บริหารค่ายเพลง RS

ต่อมาในปี 2525 เฮียฮ้อกับเฮียจั๊วเริ่มทำค่ายเพลง เนื่องจากธุรกิจเพลงกำลังมีจุดเปลี่ยนคือ มีกฎหมายลิขสิทธิ์เข้ามา ทำให้กิจการอัดเทปขายที่เคยไม่ผิดกฎหมายกลายเป็นผิดกฎหมาย ไม่สามารถทำต่อได้ จึงคิดว่าต้องมีศิลปินของตัวเอง ต้องมีเพลงของตัวเอง จึงเกิดค่ายเพลงขึ้นมาในชื่อ บริษัท อาร์.เอส. ซาวด์ จำกัด 

“จริง ๆ การทำธุรกิจตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน หลาย ๆ อย่างมาจากสถานการณ์และโอกาส อาจจะไม่ได้เกิดจากการวางแผน” เฮียฮ้ออธิบาย 

เฮียฮ้อเล่าว่า ค่ายเพลงค่ายนั้นเริ่มต้นด้วยทุน 50,000 บาท ที่คุณพ่อขายทองมาให้ใช้เป็นทุนก้อนแรก ซึ่งค่ายเพลงที่ทำก็ไม่ได้สำเร็จในทันที “ผ่านการล้มลุกคลุกคลานมาก่อน”

เฮียฮ้อไม่มีความสามารถทางดนตรี แต่ชอบฟังเพลง เป็นคนฟังเพลงเยอะมาตั้งแต่เด็ก ๆ เฮียฮ้อใช้ความรู้สึก-สัญชาตญาณในการทำธุรกิจเพลง ทั้งการคัดเลือกศิลปินและการคัดเลือกเพลงโปรโมต เฮียฮ้อจะเชื่อความรู้สึกแรกเสมอ เพราะคิดว่า ต้องฟังรอบแรกแล้วชอบเลย เพลงนั้นจึงจะดัง

อาร์เอส กรุ๊ป

 

ขยายสู่ธุรกิจสื่อเกือบครบวงจร

ในเวลาต่อมา เมื่อทำค่ายเพลงประสบความสำเร็จ ครองตลาดเพลงวัยรุ่น (โดยเฉพาะวัยทีน) ทั่วประเทศได้แล้ว อาร์เอสก็นำ asset ที่บริษัทมี นั่นคือ “ศิลปินดัง” ไปใช้ประโยชน์ ขยายต่อยอดสู่ธุรกิจสื่ออื่น ๆ

อาร์เอสเริ่มธุรกิจภาพยนตร์ในปี 2538
เริ่มธุรกิจละครทีวีในปี 2540
และเริ่มธุรกิจสถานีวิทยุในปี 2542 

กลยุทธ์ทำเงินจากธุรกิจสื่อของอาร์เอส ก็คือ ให้นักร้องดังของค่ายไปแสดงหนัง แสดงละคร เพื่อดึงดูดแฟน ๆ ของนักร้องดังเหล่านั้นให้ดูหนังดูละคร และสนับสนุนผลงานอื่น ๆ รวมถึงให้นักร้องบางคนไปเป็น ดีเจ.ด้วย

อาร์เอส กรุ๊ป

 

ทำธุรกิจโชว์บิซ และทีวีช่อง 8

หลังจากธุรกิจเพลงซบเซาจากการโดน mp3 เข้ามาดิสรัปต์ และช่องทางทำเงินของธุรกิจเพลงเปลี่ยนไป เฮียฮ้อจึงลดสเกลธุรกิจเพลงลง เดินหน้าลุยธุรกิจใหม่ 

ปี 2549 เฮียฮ้อพาบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯในชื่อ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) 

ปี 2550 วาระครบรอบ 25 ปี เฮียฮ้อก่อตั้งบริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดแคสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเมนต์ จำกัด และบริษัท อาร์เอส ดรีม จำกัด ทำธุรกิจด้านกีฬา และธุรกิจโชว์บิซ 

เฮียฮ้อสร้างความฮือฮาในยุคนี้โดยการซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลยูโร 2008 (พ.ศ. 2551) จากนั้นรุกเข้าสู่ธุรกิจทีวีดาวเทียมในปี 2552 กับช่อง YOU Channel และสบายดีทีวี ก่อนจะเปิดตัวทีวีช่อง 8 ในปี 2553 และซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัย คือ ฟุตบอลโลก 2010 กับ 2014 

ปี 2557 อาร์เอสเข้าสู่ธุรกิจทีวีดิจิทัล โดยใช้แบรนด์ “ช่อง 8” ที่ปั้นติดตลาดมาก่อนหน้านั้นแล้ว 

เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

 

ขยายสู่ธุรกิจความงาม ด้วยความเชื่อ “RS ทำอะไรก็ได้”

ปี 2559 ขณะที่ธุรกิจทีวีกำลังไปได้ดี เฮียฮ้อก็สร้างความฮือฮาอีกครั้งด้วยการเปิดตัวธุรกิจใหม่ที่ต่างจากธุรกิจอื่น ๆ ที่ทำมา นั่นคือการเข้าสู่ธุรกิจสินค้าความงาม 

เฮียฮ้อก่อตั้ง บริษัท ไลฟ์ สตาร์ จำกัด ขึ้นมาเป็นบริษัทลูกของอาร์เอสเพื่อทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ความงาม เปิดตัวโปรดักต์แรก คือ ครีมบำรุงผิวแบรนด์ MAGIQUE (มาจีค) ที่สร้างกระแส talk of the town ด้วยการใช้เงิน 7 หลักดึง มาช่า วัฒนพานิช มาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ 

เฮียฮ้อทำธุรกิจที่ต่างออกไปจากธุรกิจเดิมด้วยความเชื่อว่า “คนอาร์เอสเจ๋ง ทำอะไรก็ได้”

ในต้นปีนั้น หลายเดือนก่อนจะเปิดตัวธุรกิจความงาม เฮียฮ้อได้แย้ม ๆ แผนธุรกิจให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า “อีก 4-5 เดือนนี้จะเปิดตัวอะไรบางอย่างที่ทุกคนจะมีข้อสงสัยว่าทำไมเป็นอย่างนี้ ทำได้ยังไง มันจะสะท้อนที่เฮียพูดว่า คนของอาร์เอสเจ๋ง ทำอะไรก็ได้ อาร์เอสวันนี้พร้อมมาก เพราะคนในอาร์เอสมีศักยภาพ เราชมตัวเองว่าเจ๋ง เราก็ต้องมองด้วยว่าเราทำอะไรบ้าง ถ้าทำอะไรก็มีแต่เจ๊ง คงใช้คำนี้ไม่ได้”

 

อาร์เอส กรุ๊ป เป็นบริษัทคอมเมิร์ซเต็มตัว

ปี 2560 อาร์เอสขยายสู่ธุรกิจพาณิชย์ รายได้เติบโต 600% จากปีก่อนหน้า และปี 2561 เปลี่ยนเป็นบริษัทพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ 

ปี 2563 บริษัทอาร์เอสปรับแบรนด์เป็น “อาร์เอส กรุ๊ป” ซึ่งเฮียฮ้อให้นิยามว่า อาร์เอส กรุ๊ป เป็น entertainmerce คือ เป็นธุรกิจคอมเมิร์ซที่มีสื่อเป็นส่วนประกอบ และแตกต่างจากคอมเมิร์ซขอบริษัทอื่นตรงที่อาร์เอสนำความบันเทิงเข้ามาร่วมในธุรกิจในสัดส่วนที่มาก 

ในยุคนี้ อาร์เอสเปิดตัวธุรกิจใหม่มากมาย อย่างเช่น เปิดตัว ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ในปี 2564 และ ซื้อกิจการ หน่วยธุรกิจขายตรงของยูนิลีเวอร์ ด้วยมูลค่า 880 ล้านบาท ในปี 2565 

หากจะมองภาพสัดส่วนธุรกิจของอาร์เอสในยุคนี้ จะเห็นได้จากสัดส่วนรายได้ของ อาร์เอส กรุ๊ป ในปี 2564 เป็นรายได้จากธุรกิจพาณิชย์ 2,263 ล้านบาท ธุรกิจสื่อ 1,079 ล้านบาท ธุรกิจเพลงและอื่น ๆ 231 บาท รวมรายได้จากการขายและบริการ 3,573 ล้านบาท 

อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวล่าสุด วันที่ 17 มกราคม 2566 เฮียฮ้อประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ โดยแบ่งกลุ่มธุรกิจออกเป็น 6 กลุ่ม ประกอบด้วย ธุรกิจสื่อ ธุรกิจเพลง ธุรกิจคอมเมิร์ซ ธุรกิจขายตรง ธุรกิจสำหรับสัตว์เลี้ยง และธุรกิจดูแลการลงทุน 

เฮียฮ้อ-สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์

 

การบริหารแบบเฮียฮ้อ

สไตล์การทำงานของเฮียฮ้อ คือ เป็นคนคิดเร็ว ทำงานเร็ว ซึ่งนั่นส่งผลให้อาร์เอสเป็นบริษัทที่เปลี่ยนแปลง-เคลื่อนที่เร็วด้วย 

เฮียฮ้อบอกในรายการ ป๋าเต็ดทอล์ก ว่า ในการทำธุรกิจนั้นไม่สนใจ “คู่แข่ง” มากเท่า “คู่ค้า” กับ “ลูกค้า” โดยอธิบายเหตุผลว่า “การทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน คู่แข่งไม่ได้ส่งผลกับเราเยอะ ถ้ากิจการของเราไม่ดี เป็นผลจากเราตามลูกค้าไม่ทัน เราไม่มีเน็ตเวิร์ก ไม่มีคู่ค้าที่ดีพอ ฉะนั้นผมไม่ให้ความสำคัญกับคู่แข่ง ไม่ใช่ไม่สนใจ แต่สนใจในอันดับหลัง ๆ เพราะคิดว่าไม่ได้เป็นปัจจัยใหญ่แล้ว และเหตุผลที่สอง การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันข้ามธุรกิจง่ายมาก จะมองแต่คู่แข่งในปัจจุบันไม่ได้ เราไม่รู้ว่าวันไหนบริษัทไหนจะมาเป็นคู่แข่ง”

นอกจากนั้น เฮียฮ้อเผยวิสัยทัศน์ที่สะท้อนให้เห็นว่า อาร์เอสจะไม่หยุดนิ่ง จะขยายไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ อีกมากมายในอนาคต 

“ผมคิดว่าที่ไหนมีปลา ผมก็ไปได้ มันไม่ใช่ที่สำหรับชาวประมงหรือคนเดินเรืออีกต่อไปแล้ว มันมีปลาผมก็ไป แพ้หรือชนะก็ค่อยว่ากัน”

เฮียฮ้อยกตัวอย่างอธิบายอีกว่า อาร์เอสมีรายได้จากธุรกิจคอมเมิร์ซเกือบ 3,000 ล้านบาท แต่รายได้ของคู่แข่งที่อยู่ในตลาดมาก่อนก็ไม่ได้ลดลงเท่าไรนัก 

“ยังมีปลาให้จับอีกเยอะ เพราะฉะนั้น การที่เราจะโตได้ ไม่ใช่ว่าคู่แข่งต้องอ่อนแอ และการที่ยอดขายของคู่แข่งไม่ดี ก็ไม่ใช่เพราะเรามา การทำธุรกิจยุคนี้ คู่แข่งมีผลน้อยมาก”

เฮียฮ้อกล่าวอย่างเข้าใจเกมอีกว่า โลกตอนนี้เปลี่ยนไป ผู้บริโภคเป็นยิ่งกว่าพระเจ้า ทุกอย่างอยู่ในมือผู้บริโภคหมด ดังนั้น ผู้บริโภคสำคัญกว่าคู่แข่ง คนทำธุรกิจต้องเข้าใจบริบทที่เปลี่ยนไป 

 

อ้างอิง : 

………………………….

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :