Skip to content

อภิสิทธิ์ แทงกั๊ก ลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขอฟังจุดยืน จุรินทร์ ก่อน

23 ก.พ. 2566 | 18:10น.
อภิสิทธิ์ แทงกั๊ก ลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขอฟังจุดยืน จุรินทร์ ก่อน

อภิสิทธิ์ยังขยาด-ไม่ตอบรับลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตามคำเชิญ ขอฟัง แนวคิด-จุดยืนจุรินทร์ก่อน ประชุมใหญ่ประชาธิปัตย์ ไร้วาระเพิ่มแคนดิเดตนายกฯ จบที่ กก.บห.แล้ว นิพนธ์ ตั้งเป้ากวาด ส.ส. 70-80 ที่นั่ง

วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2566 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ หลักสี่ กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดประชุมใหญ่สามัญพรรค ปชป. ประจำปี 2566 โดยมีกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อดีตหัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ส.ส. อดีต ส.ส. รัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีของพรรค หัวหน้าสาขาพรรค ตัวแทนประจำจังหวัด ผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกพรรคเข้าร่วมประชุม

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรค ปชป. ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าร่วมประชุมว่า นายจุริรนทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค ปชป.ได้พูดชัดเจนแล้วว่าจะไปเรียนเชิญอดีตหัวหน้าพรรคทั้งสามคน (นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) มาช่วยหาเสียงเลือกตั้ง

ซึ่งถือว่าเป็นบุคลากรที่มีคุณค่ายิ่งของพรรค ซึ่งในสมัยนายอภิสิทธิ์เป็นหัวหน้าพรรคก็ได้เรียนเชิญนายชวนและนายบัญญัติมาลงบัญชีรายชื่ออยู่แล้ว จึงถือเป็นประเพณีปฏิบัติของพรรค ปชป. ทุกคนช่วยกัน ตนคิดว่าเรื่องนี้ท่านหัวหน้าน่าที่จะเป็นผู้ไปเรียนเชิญตามที่ท่านบอกเอาไว้ ว่าจะไปเรียนเชิญทั้งสามท่านด้วยตัวเอง

“ส่วนเรื่องแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ปชป. เมื่อการประชุม กก.บห.ครั้งที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ปชป.ได้นำเสนอในที่ประชุม กก.บห.แล้ว โดยเสนอนายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค ปชป.เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรเพียงคนเดียว” นายนิพนธ์กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหรือเพิ่มชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอีกคนได้แล้วใช่หรือไม่ นายนิพนธ์กล่าวว่า เรื่องนี้ผ่าน กก.บห.พรรคแล้ว ถ้าหากเข้าที่ประชุมร่วมหรือไม่ ต้องไปดูว่าข้อบังคับเขียนไว้ว่าอย่างไร แต่ กก.บห.ได้ผ่านไปแล้ว

“ที่ประชุม กก.บห.ในวันนั้นไม่มีการเสนอเป็นอย่างอื่น เมื่อท่านเลขาธิการพรรคเสนอท่านหัวหน้าพรรคแล้ว ที่ประชุม กก.บห.ก็มีมติเอกฉันท์ ไม่มีเป็นอย่างอื่น เมื่อท่านเลขาฯเสนอทุกอย่างก็น่าจะเป็นไปตามนั้น ส่วนจะมีอย่างอื่นหรือไม่ เมื่อเข้าที่ประชุม กก.บห.แล้ว ซึ่งถือเป็นองค์กรสำคัญของพรรค” นายนิพนธ์กล่าว

เมื่อถามว่าส่วนตัวคิดว่าควรเสนอกี่รายชื่อ นายนิพนธ์กล่าวว่า ตนไม่มีความเห็นส่วนตัว เพราะเป็นมติพรรคไปแล้ว ซึ่งตนในฐานะ กก.บห.อยู่ด้วยก็ต้องถือว่าได้ข้อยุติอย่างนั้น

“คราวที่แล้วโดยหลักก็มีท่านอภิสิทธิ์คนเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเป็นในระบอบประชาธิปไตยก็ถือเป็นประเพณีปฏิบัติของพรรค ปชป. เป็นมาตรฐานเดียวกัน คราวที่แล้วก็เสนอชื่อหัวหน้าพรรคเพียงคนเดียว วันนี้ถ้าจะเสนอชื่อหัวหน้าพรรคคนเดียวก็เหมือนปกติครั้งที่แล้ว” นายนิพนธ์กล่าว และว่าเป้าหมายการเลือกตั้ง 70-80 ที่นั่ง

ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ณ วันนี้ยังไม่มีการพูดคุยกัน ไม่ทราบเลย วันนี้มาประชุมใหญ่

เมื่อถามว่า หากนายจุรินทร์ได้พูดคุยให้มาช่วยหาเสียงและลงสมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์จะตอบรับหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า จริง ๆ ของอย่างนี้คงไม่มาถามตอบผ่านสื่อ ยังไม่ทราบรายละเอียด เห็นจากข่าวเท่านั้นเอง ขออนุญาต ถ้าหัวหน้ามาคุยก็คงต้องคุยกันก่อน ได้ผลอย่างไรแล้วคงจะเรียนให้ทราบ

“คงต้องฟังหัวหน้าก่อน ว่าท่านมีแนวคิดอย่างไร และคาดหวังอะไรจากการที่ให้ผมไปลงสมัครรับเลือกตั้ง คงต้องฟังเหตุฟังผลกันก่อน” นายอภิสิทธิ์กล่าว
นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่เรื่องความอยาก (ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.) จะลงหรือไม่ลง จริง ๆ ทุกคนก็ทราบว่า ตนทำอาชีพนักการเมืองตั้งแต่ต้น แล้วก็ทำงานสภาอย่างจริงจัง และก็ชอบงานสภา ครั้งที่แล้วต้องลาออกมาก็เพื่อรักษาคำพูด แสดงความรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“สิ่งที่จะเป็นปัจจัยก็อยู่ที่ว่า เราคิดว่าเราทำประโยชน์ให้กับส่วนรวม ซึ่งหมายถึงทั้งประเทศและหมายถึงพรรคด้วย วิธีการใดจะเหมาะสมที่สุด คงไม่ใช่เรื่องความอยาก คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาว่าเราจะทำประโยชน์กับส่วนรวมมากที่สุด ด้วยวิธีใด อย่างไร” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า การจะเป็นรัฐบาลในสถานการณ์อย่างนี้ยังไม่ง่าย นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นหรือไม่เป็นรัฐบาลไม่ได้เป็นปัญหา เพราะว่าตนพูดเสมอว่า พรรคการเมือง นักการเมืองที่เป็นอาชีพ เป็นสถาบันต้องพร้อมที่จะเป็นรัฐบาลและพร้อมที่จะเป็นทั้งฝ่ายค้าน และการทำงานของทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านอย่างเข้มแข็งและเป็นประโยชน์ทั้งสิ้นกับส่วนรวม

“มันไม่มีเงื่อนไขที่ว่า เป็นรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้าน เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาว่าตัวเรามีความคิดความอ่านอย่างไร และก็แนวทางในทางการเมืองของพรรคเป็นอย่างไร สถานการณ์ทางการเมืองการเลือกตั้งเป็นอย่างไร แล้วเราจะทำประโยชน์ได้ดีที่สุดด้วยวิธีไหน” นายอภิสิทธิ์กล่าว

เมื่อถามว่า ไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลอย่างเดียวใช่หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ตนไม่เคยยึดติดกับรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน

“ผมเป็นสมาชิกพรรค ผมก็ต้องสนับสนุนและช่วยเหลือพรรคอยู่แล้ว และคนหลายคนที่ทำงานร่วมกันมา คิดว่าเขาจะเป็นประโยชน์กับบ้านเมืองก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่ต้องไปมีเงื่อนไขว่าผมจะลงสมัครหรือไม่ลงสมัคร” นายอภิสิทธิ์กล่าว

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่สูงมาก และเข้มข้น ซึ่งการเลือกตั้งก็เหนื่อยทุกครั้ง

เมื่อถามว่า ประเมินว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรค ปชป.จะได้ ส.ส.ตามที่ตั้งเป้าได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็ต้องประเมินจากข่าวสารที่ได้รับ แต่ผู้บริหารจะเป็นผู้กำหนดแนวทาง ยุทธศาสตร์ ซึ่งผู้บริหารก็ดูจะมั่นใจ

เมื่อถามว่า หากลงสมัคร ส.ส.อาจจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก็แล้วแต่คนจะวิเคราะห์

สำหรับระเบียบวาระการประชุม ดังนี้

วาระที่ 1 เรื่องที่ประธานแจ้งให้ที่ประชุมทราบ

วาระที่ 2 รับรองรายงานการประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2565 ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2565 เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2565

วาระที่ 3 การดำเนินการตาม พ.ร.ป.พรรคการเมือง มาตรา 43 และมาตรา 61
-รายงานการดำเนินกิจการของพรรคในรอบปีปฏิทินที่ผ่านมา
-รับรองงบการเงิน ประจำปี 2565

วาระที่ 4 แผนยุทธศาสตร์ของพรรค แผนหรือโครงการที่จะดำเนินการกิจกรรมสำหรับปีต่อไป โดยเฉพาะการหารายได้ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง และการพัฒนาบุคลากรทางการเมือง (ตามข้อบังคับพรรค ข้อ 79)

วาระที่ 5 แก้ไขข้อบังคับพรรค

วาระที่ 6 เลือกตั้งคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง

วาระที่ 7 เรื่องอื่น ๆ (ถ้ามี)