ดีเบตมติชน x เดลินิวส์ ปม 112 ธนาธร ลั่นถ้าเป็นรัฐบาลจะตั้งคณะกรรมการพิจารณานิรโทษกรรม และไม่ขอรับสิทธิ ชัยวุฒิเชื่อการเมืองอยู่เบื้องหลัง แบม-ตะวัน หาเสียงให้ก้าวไกล แต่ป่วนเวที พลังประชารัฐ พุทธิพงษ์ ดีไซน์เวทีความเห็นต่าง
วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 ที่ห้องพารากอนฮอลล์ ศูนย์การค้าสยามพารากอน เครือมติชน ร่วมกับเครือเดลินิวส์ จัดงานดีเบตการเมือง ในธีม มติชน เลือกตั้ง 66 บทใหม่ประเทศไทย เวที “สงคราม 9 พรรค The Last War” โดยเวทีแบ่งออกเป็น 3 รอบ
ทั้งนี้ รอบที่สอง เป็นเวที “ขุนศึก ประจัญบาน” กลุ่มขุนศึกตัวตึง-ตัวเก๋า ผู้แทนที่เป็นบุคคลสำคัญในพรรคการเมืองที่สามารถนำเสนอประเด็นหลัก ที่พรรคใช้หาเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้กลยุทธ์-นโยบาย ในช่วงโค้งสุดท้าย และพร้อมที่จะดีเบต โต้แย้งกับตัวแทนจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ ทั้งในประเด็นการเมือง-เศรษฐกิจ-สังคม โดยแบ่งเป็นกรุ๊ปเอ กับ กรุ๊ปบี กรุ๊ปซี
ทั้งนี้ กรุ๊ปซี ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย มีนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ พรรคก้าวไกล มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และพรรคพรรคพลังประชารัฐ มีนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ โดยตอบคำถามเรื่องการเมือง เห็นด้วยหรือไม่กับการข้อเรียกร้อง และการเคลื่อนไหวของแบมและตะวัน และมีแนวทางอย่างไรกับกรณีลักษณะนี้
นายชัยวุฒิกล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐไม่มีนโยบายแก้หรือยกเลิกประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ส่วนน้องแบมและตะวันที่มีปัญหาเรื่องนี้และโดนดำเนินคดี ต้องเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ฝ่ายตุลาการ ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล และเห็นว่ามีความเคลื่อนไหวที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินตามกฎหมาย ไม่เกี่ยวกับการเมือง ทั้งนี้ น้องเขาอาจโดนยุยงปลุกปั่น ได้ข้อมูลไม่ครบถ้วน เพราะหลายคนที่มาเคลื่อนไหว ตนถามว่าเดือดร้อนเรื่องอะไร ไม่มีใครตอบตนได้

ที่มีปัญหาเพราะมีกระบวนการทางการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง เพราะเห็นน้องแบมและตะวันขึ้นเวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกล และมาป่วนเวทีของพรรคพลังประชารัฐ เมื่อป่วนเราเสร็จก็ไปช่วยหาเสียงให้พรรคก้าวไกล ตนไม่อยากให้เรื่องนี้ไปเป็นประเด็นทางการเมือง ถ้าคิดว่าเป็นนโยบายของท่านก็ไปนำเสนอต่อพี่น้องประชาชน ถ้าพี่น้องประชาชนเลือกท่านก็ไปแก้กฎหมายตามนโยบายของท่าน เป็นเรื่องหลังจากเลือกตั้งที่ให้สภาผู้แทนราษฎรทำอย่างไรหลังจากนี้
“ทั้งนี้ สิทธิเสรีภาพต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย การไปจาบจ้วง อาฆาตมาดร้ายสถาบันสูงสุดที่เราเคารพรัก คนไทยรับไม่ได้ ดังนั้น ยืนยันว่าสิทธิเสรีภาพมี แต่ถ้าทำผิดกฎหมายต้องถูกดำเนินคดี” นายชัยวุฒิกล่าว
นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า จะดีกว่าไหมแทนที่บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เรามาคิดกันว่าการบริหารจัดการความเห็นต่างควรทำอย่างไร ไม่ใช่ผลักดันคนเห็นต่างไปเป็นศัตรู รวมถึงข้อเรียกร้องของน้อง ๆ ทั้งสองคนคืออะไร คือเรียกร้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ยุติการดำเนินคดี ยกเลิกมาตรา 112 ทั้งนี้ เรื่องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมมีความจำเป็นในการแก้ไขในบางเรื่อง เช่น การบังคับใช้กฎหมาย วันนี้อยู่ฝ่ายค้าน ท่านต่อต้าน แต่ถ้ากลับมาเป็นรัฐบาลก็มีคนคิดต่างเช่นกัน ต้องบริหารจัดการเรื่องนี้ให้ได้

มุมมองของรัฐบาลก็สำคัญ การเป็นผู้นำต้องเปิดพื้นที่ให้แสดงความเห็นต่าง ผู้นำต้องทำให้เป็นตัวอย่าง กระบวนการเลือกตั้งมีแล้ว ทำไมเรายืนดีเบตกันได้ไม่ทะเลาะกัน นี่คือความสวยงามของระบอบประชาธิปไตย เราต้องเอาแบบนี้มาใช้
“เรื่องมาตรา 112 คนเราทุกคนมีกฎหมายคุ้มครองและไม่มีประเทศไหน หรือแทบนับไม่ได้เลยที่ไม่มีกฎหมายคุ้มครองประมุขของประเทศ และคิดว่าประเทศนี้ก็ควรจะมี แต่กลับไปที่น้อง 2 คนและคณะโดนคดี ต้องไปดูว่าเขาก้าวข้ามเกินไปไหม โดนรังแกใช่ไหม ก็ต้องสู้ตามกระบวนการยุติธรรม แต่ถ้าอยู่ในกรอบไม่มีเจตนาที่ไปยุ่ง ไม่มีเจตนาก้าวล่วงก็อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ที่สู้ด้วยการเลือกตั้ง ก็ไม่มีความจำเป็นที่ต้องไปแก้ เอานโยบายอื่นมาพูดกัน เพราะเราพูดว่าประมุขอยู่เหนือการเมืองไม่ใช่หรือ” นายพุทธิพงษ์กล่าว
นายธนาธรกล่าวว่า สิ่งที่คนหนุ่มสาวพูดกันอยู่ในทุกวันนี้ คือความจริงที่ท่ากระอักกระอ่วน สิทธิเสรีภาพคือสิทธิพื้นฐานของประชาธิปไตย ไม่มีเห็นเหมือนกันทุกเรื่อง 66 ล้านคนได้ ดังนั้น เราต้องประกันเสรีภาพของประชาชนว่า คนที่แสดงความเห็นต่างไม่มีใครสมควรติดคุกในประเทศนี้ ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าการที่คนรุ่นใหม่เข้ามาแสดงความคิดเห็น เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งไม่สามารถชนะใจประชาชนด้วยกระบวนการปกติ กระบวนการประชาธิปไตยได้ จึงนำสถาบันพระมหากษัตริย์เข้ามาเพื่อเพิ่มคะแนนนิยมให้กับตนเอง

เราเข้าใจดีว่ามีคนรักสถาบันอยู่ แต่ท่าทีเขาอาจดูขัดใจ ดูแรงบ้าง แต่เป็นความจริงที่กระอักกระอ่วน ถ้าเราซุกไว้ใต้พรมคนรุ่นต่อไปต้องเผชิญหน้ากับปัญหานี้ มาเผชิญหน้ากับปัญหานี้ในรุ่นเราอย่างมีวุฒิภาวะ สันติ ผ่านกลไกสภา
“พรรคก้าวไกลถ้าเรามีนโยบายหลังการเลือกตั้ง ถ้าเรามีเสียงมากพอ เราจะเสนอกฎหมายนิรโทษกรรมทางการเมืองให้กับเยาวชน คนหนุ่มสาว เขาไม่ใช่อาชญากรทำร้ายประเทศ เขาหวังดี อยากเห็นประเทศเจริญก้าวหน้าในแบบฉบับของเขาเอง จะจัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อพิจารณาคนที่ได้รับสิทธิ หากผมได้รับสิทธินั้นด้วยผมก็จะขอสละสิทธิเพื่อเผชิญหน้าในคดีการเมืองนี้” นายธนาธรกล่าว