ต้องรับฟังเหตุผลไม่เอาแลนด์บริดจ์

แลนด์บริดจ์
บทบรรณาธิการ

การจัดประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดระนอง ได้สะท้อนให้เห็นภาพอีกด้านของ โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน หรือที่รู้จักกันดีในชื่อของโครงการแลนด์บริดจ์ แม้โครงการนี้จะไม่ได้ถูกริเริ่มขึ้นมาในสมัยรัฐบาลชุดนี้ แต่รัฐบาลกลับฉวยเอาเป็นโครงการเรือธง ที่จะมีการร่วมลงทุนกับนักลงทุนต่างชาติคิดเป็นมูลค่าโครงการถึง 1 ล้านล้านบาท พร้อมกับชูจุดแข็งสำคัญ 2 จุดคือ ที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของโครงการ โดยมีประเทศไทยอยู่ตรงกลาง เชื่อมโยงเครือข่ายการคมนาคมขนส่ง กับการช่วยลดความแออัดของช่องแคบมะละกา ลดระยะเวลาการเดินเรือให้สั้นขึ้น

โดยรูปแบบการลงทุนจะเป็นการร่วมทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP แบบสัญญาเดียว ด้วยการให้สิทธิเอกชนลงทุนก่อสร้างทั้งโครงการ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือน้ำลึกฝั่งทะเลอันดามัน ที่แหลมอ่าวอ่าง อ.ราชกรูด จ.ระนอง กับท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ที่แหลมริ่ว อ.หลังสวน จ.ชุมพร พร้อมกับการก่อสร้างเส้นทางเชื่อมโยงท่าเรือ 2 ฝั่งทะเลด้วยถนนมอเตอร์เวย์ ทางรถไฟและยังมีพื้นที่สำหรับการวางท่อขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปและก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งพื้นที่เชิงพาณิชย์หลังท่าเรือด้วยการถมทะเลด้วย

ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ได้เดินหน้า Road Show ขายโครงการแลนด์บริดจ์ไปยังกลุ่มนักลงทุนเป้าหมาย ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมท่าเรือและโลจิสติกส์ กลุ่มบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ กองทุนเพื่อการลงทุนในโครงสร้างสาธารณะ ผู้บริหารท่าเรือและเจ้าของสายการเดินเรือระดับโลก ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าชั้นนำ ด้วยการใช้เวทีการประชุมทางด้านเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น APEC ASEAN Belf and Road World Economic เป็นที่พบปะกลุ่มนักลงทุนเป้าหมายเหล่านี้

ผลของการ Road Show ตามที่มีการออกข่าวโดยรัฐบาลได้ปรากฏ “ภาพ” ของการตอบรับจากกลุ่มนักลงทุนเป็นอย่างดี โดยอนุมานได้ว่านักลงทุนรับรู้แล้วว่า ประเทศไทยกำลังผลักดันโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เพื่อเชื่อม 2 ฝั่งทะเลในนามโครงการแลนด์บริดจ์


ทว่าในขณะที่การ Road Show ดำเนินต่อไป ในพื้นที่ จ.ระนอง ซึ่งเป็นสถานที่ประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้กลับปรากฏภาพ No แลนด์บริดจ์ พร้อมกับการปรากฏขึ้นของกลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่โครงการนี้ ประสานเข้ากับความสงสัยของพรรคฝ่ายค้านถึงความคุ้มค่าและตัวเลขผลตอบแทนโครงการที่ยังไม่ชัดเจน เป็นอีกภาพที่ตรงกันข้ามกับการ Road Show ที่มีแต่ข้อดี จึงมีความจำเป็นที่รัฐบาลจะต้องรับฟังและชี้แจงทำความเข้าใจตอบข้อสงสัย รวมไปถึงการพิจารณาเหตุผลของกลุ่มไม่เอาแลนด์บริดจ์ ก่อนที่จะเดินหน้าผลักดันโครงการต่อไป