พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โพสต์ ศาลออกหมายจับ สนธิญา สวัสดี ชี้ มีพฤติการณ์หลบหนี ให้มาฟังคำพิพากษาในนัดหน้า ในวันที่ 27 พ.ค. 2567 และรวมรวมวีรกรรมที่ผ่านมา
วันที่ 26 เมษายน 2567 พล.ต.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ศาลได้ออกหมายจับ นายสนธิญา สวัสดี คดีศาลอาญา ระหว่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ โดย พล.ต.ท.จุตติ ธรรมมโนวานิช เป็นโจทก์ กับ นายสนธิญา สวัสดี เป็นจำเลย
ซึ่งจำเลยทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มาศาล มีพฤติการณ์หลบหนี จึงให้ออกหมายจับจำเลย ให้มาฟังคำพิพากษาในนัดหน้า โดยนัดฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในวันที่ 27 พ.ค. 2567 เวลา 09.30 น.

ล่าสุด มติชน รายงาน นายสนธิญาได้ชี้แจงว่า ตามที่มีหมายจับของกระผม ออกมาจากศาลอาญาในวันนี้นั้น ขอกราบเรียนชี้แจงว่า ตนกำลังเดินทางไปศาลอาญา ในเวลาบ่ายโมงวันนี้เพื่อรายงานตัว ทั้งนี้คดีในชั้นต้น ศาลพิพากษาไปแล้ว และปรับไปแล้ว 50,000 บาท จำคุก 8 เดือน ให้รอลงอาญา ต่อมา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยื่นอุทธรณ์ เพิ่มโทษตนต่อศาลอุทธรณ์ จึงได้ขออุทธรณ์คดีนี้กลับ
นายสนธิญาระบุอีกว่า จำวันผิด เพราะไปลงตารางงานไว้วันที่ 25 เมษายน และดูข้อมูลไม่ชัดเจนว่าเป็นคดีเดียวกันกับเรื่องที่อุทธรณ์ที่แพ่ง ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท จึงเป็นการเข้าใจผิดของตนเอง ไม่ได้ตั้งใจจะหลบหนี และเคารพคำตัดสินของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีดังกล่าว เป็นกรณี นายสนธิญายื่นคำร้องอันเป็นเท็จต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวหาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ขาดคุณสมบัติ สส. และให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนใส่ความด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง เมื่อ 9 เมษายน 2564
ประวัติ สนธิญา
นายสนธิญา สวัสดี เกิดวันที่ 17 มิถุนายน 2503 อายุ 63 ปี เป็นคนจังหวัดสมุทรสาคร เป็นอดีตที่ปรึกษากรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และปริญญาโท รัฐศาสตรมหาบัณฑิต จาก มหาวิทยาลัยรามคำแหง อีกทั้งยังเป็นอดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และอดีตคณะทำงานยุทธศาสตร์พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคกลางตอนใต้ (สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์)
แจ้งความ พิธา ไม่ใส่แมสก์ และเร่งตรวจสอบกรณีถือหุ้นไอทีวี
เมื่อสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ นายสนธิญา เข้าพบ ร.ต.ท.ชัชวาลย์ นิยมชาติ รองสารวัตร (สอบสวน) สน.บางโพ เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กรณีการทำผิดคำสั่งกรุงเทพมหานคร เนื่องจากไม่สวมหน้ากากอนามัยในที่ประชุมกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2565 พร้อมนำหลักฐานเป็นภาพถ่ายขณะ นายพิธาไม่สวมหน้ากากอนามัยมามอบให้พนักงานสอบสวน
อีกวีรกรรมหนึ่งเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2566 ในช่วงจัดตั้งรัฐบาล นายสนธิญาได้ยื่นเรื่องถึง กกต.ขอให้เร่งรัดตรวจสอบกรณีพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นไอทีวี ให้แล้วเสร็จ ก่อนที่นายพิธาจะได้รับตำแหน่งนายกฯ หากปล่อยให้ถึงเวลานั้น แล้วมา วินิจฉัยภายหลังจะกระทบหลายส่วน ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยว่า ไอทีวี ไม่ประกอบกิจการสื่อในเวลาต่อมา
ต้นเหตุ ดาราcallout รัฐบาลประยุทธ์ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์
เมื่อปี 2564 นายสนธิญายื่นหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อให้ตั้งคณะกรรมการติดตาม กำกับ ดูแล ตรวจสอบ กรณีการ Call out ของดารา นักร้อง และผู้มีชื่อเสียง เกี่ยวกับสถานการณ์โรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง ซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์/พ.ร.ก.สถานการณ์การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ จนทำให้เกิดกระแสเหล่าดาราออกมาแสดงความเห็นต่อเหตุการณ์ในครั้งนี้ อาทิ The TOYS, เบล สุพล, มิลลิ, ออฟ ปองศักดิ์, เพชร กรุณพล, ปุ้ย พิมลวรรณ ฯลฯ
เพชร กรุณพล ขู่ฟัองสนธิญา เหตุทำให้ถูกโจมตีจากคนเห็นต่าง
วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 รายการโหนกระแส ที่มีนายกรรชัย กำเนิดพลอย หรือ “หนุ่ม” เป็นพิธีกร ได้เชิญ นายสนธิญาพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว โดยเจ้าตัวระบุว่า ตนไม่ได้ไปแจ้งความ แต่เป็นการใช้สิทธิตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช 2560 มาตรา 41(2) เป็นเรื่องของการร้องทุกข์กล่าวโทษให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อตรวจสอบหาข้อเท็จจริง
ในช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ ทางรายการได้โฟนอินถึง นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือเพชร สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ที่ขณะนั้นเป็นหนึ่งในนักแสดงที่มีชื่ออยู่ใน 20 ดารา นักร้อง ที่ออกมา Call out โดยนายกรุณพลได้พูดคุยถึงเนื้อหาในบทบัญญัติรัฐธรรมนูญที่กล่าวไว้ข้างต้น ว่าสามารถร้องทุกข์การกระทำของราชการได้ และทุกคนสามารถแสคงความเห็นได้ แต่การแสดงความเห็นนั้นต้องไม่ก่อให้เกิดความสับสนวุ่นวาย
ยื่นสอบ ที่มาเงินบริจาก พิมรี่พาย
เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2564 นายสนธิญาเข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. ให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี น.ส.พิมรดาภรณ์ เบญจวัฒนะพัชร์ หรือพิมรี่พาย แม่ค้าออนไลน์ชื่อดัง ที่ไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กขอโทษ ดร.ทักษิณ ชินวัตร หรือโทนี่ อดีตนายกรัฐมนตรี โดยนายสนธิญามีความเห็นว่าเรื่องดังกล่าว มี 4 ประเด็น ที่พิมรี่พายต้องตอบประชาชนให้ได้คือ
1.นำของไปบริจาค 200,000 บาท แต่หน่วยงานไม่รับบริจาค จึงอยากถามว่า หน่วยงานที่ไม่รับ คือ รัฐหรือเอกชน และไม่รับเพราะเหตุใด
2.ถูกข่มขู่ คุกคามประเด็นใด และอยากจะช่วยเหลือ ซึ่งพิมรี่พายสามารถมาแจ้งความ หรือให้ตนนำเรื่องเข้ากรรมาธิการได้
3.การดำเนินธุรกิจของพิมรี่พายได้จ่ายภาษีให้กับทางราชการหรือไม่ และตนยังได้สอบถามไปถึงเฟซบุ๊กประเทศไทยด้วยว่า ร้านค้าออนไลน์อื่น ๆ จ่ายภาษีหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่า ปัจจุบันมีการค้าขายออนไลน์จำนวนมาก
4.เงินที่บริจาคมาจากส่วนใด จากกำไร หรือการประกอบธุรกิจ ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ความถูกต้อง ความเป็นธรรม และเป็นระเบียบการปฏิบัติต่อไปขอธุรกิจออนไลน์
ซึ่งนายสนธิญายืนยันถึงการยื่นเรื่องในครั้งนี้ว่า ไม่ได้มีเจตนารังแกผู้หญิง รวมทั้งไม่ได้กล่าวหาว่า พิมรี่พายมีความผิด แต่หากกองปราบตรวจสอบพบว่ากระทำผิด ตนก็จะมาแจ้งความดำเนินคดีในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาญาอื่น ๆ โดยพิมรี่พายสามารถชี้แจงได้ และตนก็พร้อมจะมาถอนคำร้อง
แจ้งความ แหม่มโพธิ์ดำ ปมหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 นายสนธิญาเดินทางไปที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อขอให้ตรวจสอบเฟซบุ๊ก แหม่มโพธิ์ดำ หลังโพสต์เรื่องนายศรสุวีร์ ภู่รวีรัศวัชรี ที่อ้างตัวว่ารู้จักผู้ติดตามรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงหนึ่ง ที่มีหน้ากากอนามัยกว่า 200 ล้านชิ้นชาวเน็ตแห่แชร์จำนวนมาก จนเกิดความวุ่นวายตามมา ซึ่งตนมองว่าเป็นข้อมูลเท็จ เนื่องจากตนทราบข้อมูลมาว่า ประเทศไทยมีโรงงานผลิตหน้ากากทั้งประเทศอยู่ 13 แห่ง ผลิตได้วันละ 1.2 แสนชิ้น
นายสนธิญากล่าวว่า หากจะมีหน้ากากมากขนาดนั้นได้ต้องสั่งซื้อจากโรงงานทั่วประเทศมาไม่ต่ำกว่า 7 เดือน แต่สถานการณ์ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดเพิ่งจะผ่านมา 2 เดือน (ม.ค. 63-มี.ค. 63) จึงต้องการให้ บก.ปอท.ตรวจสอบเพจแหม่มโพธิ์ดำเนื่องจากมีโปรไฟล์ที่ไม่ชัดเจน ไม่มีรูปปัจจุบัน ไม่มีเบอร์โทรศัพท์หรือสถานที่ติดต่อ
นายสนธิญากล่าวต่อว่า นอกจากนี้เพจแหม่มโพธิ์ดำยังเปิดรับบริจาคเงินได้เกือบ 1 ล้านบาทจากบุคคลแวดวงต่าง ๆ และจัดซื้อหน้ากากภายในคืนเดียว 2.5 หมื่นชิ้นนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ เพราะสินค้าดังกล่าวอยู่ในหมวดสินค้าคุ้มครองของกรมการค้าภายใน ถามว่าไปเอามาจากที่ใด
สนธิญา ขอขมา เสรีพิศุทธ์ กราบสัญญาจะไม่ทำให้ระคายเคือง
เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2566 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์หนังสือที่ นายสนธิญา สวัสดี อดีตที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีหนังสือมากราบขอประทานโทษ จากกรณีที่ถูกศาลอาญาชั้นต้น พิพากษาจำคุก 6 เดือน ปรับ 5 หมื่นบาท โทษจำรอลงอาญา 2 ปี และศาลแพ่งพิพากษาให้ชดใช้ค่าเสียหายอีก 2 ล้านบาท
ขณะนี้อยู่ระหว่างรอคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เนื่องจากคดีนี้สังคมเรียกร้องให้ผมดำเนินคดีคุณสนธิญา จึงขอความเห็นด้วยครับ ควรให้อภัย หรือไม่ควรให้อภัย
ทั้งนี้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ยังได้ให้แฟนเพจมาแสดงความเห็นด้วยว่า ถ้าให้อภัย-กดไลก์ ไม่อภัย-กดเลิฟ
สำหรับเนื้อหาในหนังสือมีดังนี้ ตามที่ข้าพเจ้า นายสนธิญา สวัสดี ได้กระทำการนำเอาข้อความที่ผ่านมาในระบบสื่อสารออน์ไลน์ที่ผ่านมาแล้วในอดีตในหลายประเด็นเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และที่มีการร้องในหน่วยงานต่าง ๆ ในหลายประการ เช่น ใน ป.ป.ช. กกต.ที่กำลังมีเรื่องตรวจสอบกันอยู่ในขณะนี้นั้น ทั้ง ๆ ที่ข้าพเจ้ากระทำไปด้วยความสุจริตใจ
เพื่อต้องการคำตอบที่ครบถ้วนแก่ตัวข้าพเจ้าเอง และประชาชนที่ทวงถาม ที่อาจจะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และความจริงที่ปรากฏ และทำให้ท่าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เสียหาย ด้วยประการหนึ่งประการใด หรือการที่ข้าพเจ้าได้รับเอกสารมาไม่ถูกต้องตามความจริง และถูกดำเนินการฟ้องร้องจากท่านอยู่ในขณะนี้
ข้าพเจ้ากราบขอความกรุณาเมตตา เพื่อให้โอกาสแก่ข้าพเจ้า ในการกระทำที่ทำให้ท่านเสียหาย และไม่ตรงกับความจริงในบางประการ ที่ข้าพเจ้ากราบเรียนว่า ข้าพเจ้าไม่เคยมีเรื่องโกรธเคืองท่านเป็นการส่วนตัว หรือในเรื่องประการหนึ่งประการใด และที่ข้าพเจ้ากระทำไปเรื่องของการต้องการทราบความจริงที่อาจทำให้ท่านเสียหาย
ข้าพเจ้ากราบขอโอกาสเพื่อให้ข้าพเจ้าได้เข้ามาเพื่อกราบขอประทานโทษท่าน และแสดงเจตนาเพื่อที่จะถอนเรื่องทั้งหมดที่มีต่อท่านในทุก ๆ หน่วยงานที่ข้าพเจ้าร้องเรียนต่อท่าน และกราบเรียนว่า ข้าพเจ้าจะไม่กระทำการใด ๆ ที่ทำให้ท่านเดือดร้อนเสียหายจากการกระทำของข้าพเจ้าอีกต่อไปตลอดชีวิต และข้าพเจ้ายินดีรับใช้ท่านในสิ่งที่ถูกต้องเป็นประโยชน์เพื่อประเทศ และประชาชนสืบไป
อนึ่ง ข้าพเจ้าเคยมากราบเรียนเพื่อขอเข้าพบ กราบเรียนท่านมาแล้วจำนวน 2 ครั้ง โดยข้าพเจ้าเดินทางมาที่ทำการพรรคเสรีรวมไทยของท่านในช่วงปี 2565 และทำจดหมายส่งมาเป็นระบบ EMS ถึงท่าน มาเพื่อท่านกรุณาเมตตาพิจารณาเพื่อท่านเมตตายกโทษ และขออภัยท่านมาแล้ว และข้าพเจ้าได้ทำหนังสือเพื่อถอนเรื่องในทุก ๆ อย่างไปแล้วในหน่วยงาน กกต.ที่มีต่อท่านในปี 2565 ที่ผ่านมา
ครั้งนี้ข้าพเจ้า จึงกราบเรียนมาเพื่อท่านโปรดเมตตากรุณาต่อข้าพเจ้าเพื่อเข้ามากราบขอโทษ และขอขภัยและจะถอนเรื่องทั้งหมดที่ข้าพเจ้ามีต่อท่านในทุกหน่วยงานทันที และกราบสัญญาว่า ข้าพเจ้าจะไม่ทำการใด ๆ ให้ท่านระคายเคืองล่วงเกินท่านในทุก ๆ เรื่องต่อไปตลอดชีวิต และจะถือว่า ท่านเป็นผู้มีพระคุณ และให้โอกาสในชีวิตกระผมใหม่
เพื่อท่านโปรดพิจารณาเมตตาให้โอกาสแก่ข้าพเจ้าด้วยครับ
