เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
ดูทั้งหมด

Care The Wild ตลาดหลักทรัพย์มอบอุปกรณ์ดับไฟ 11 ป่าชุมชน

14 มี.ค. 2567 | 12:14น.
stock market

ข่าวคราวการเกิดไฟป่าเพิ่มขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วโลกและถี่ขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เพราะด้วยสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงนำไปสู่อุณหภูมิโลกร้อนขึ้น ทำให้หลายพื้นที่มีสภาวะแห้งแล้งมาก บวกกับคลื่นความร้อน และมีลมแรงจนเกิดการเสียดสีปะทุเป็นไฟป่า หรืออาจเป็นสาเหตุจากมนุษย์ที่เป็นต้นเหตุการเกิดไฟป่าขึ้นได้ ซึ่งไฟป่าไม่เพียงก่อความเสียหายต่อพื้นที่ป่าที่ถูกเผาผลาญจนต้นไม้ตายจำนวนมาก สัตว์ป่าน้อยใหญ่ตายและขาดที่อยู่อาศัยและแหล่งอาหาร แต่ยังส่งผลให้เกิดมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตราย เช่น PM 2.5 รวมถึงทําลายระบบนิเวศและแหล่งอาหารของชุมชนอีกด้วย

โดยจากสถิตทั่วประเทศไทยในระยะเวลา 10 ปี ตั้งแต่ 2556-2565 เกิดไฟไหม้ป่าทั้งหมด 51,265 ครั้ง พื้นที่ป่าถูกไฟไหม้ 892,309 ไร่ (ข้อมูล : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช) ซึ่งช่วงการเข้าสู่ฤดูแล้งของปีนี้นับเป็นฤดูของไฟป่าอีกแล้ว โดยจากสถิติของกรมป่าไม้ไฟป่าเกิดมากที่สุดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมักจะเกิดไปจนถึงเดือนกรกฎาคม

ไฟป่านับเป็นตัวแปรสําคัญที่ส่งผลต่อการดูแลต้นไม้ของป่าชุมชนภายใต้โครงการ Care The Wild “ปลูกป้อง” Plant & Protect ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยจึงหาเครื่องมือช่วยดูแลการดับไฟป่าของโครงการ ด้วยการมอบเครื่องเป่าลมเพื่อใช้ดับไฟป่า ซึ่งรองรับการเคลื่อนย้ายที่สะดวกไปยังพื้นที่ที่เกิดปัญหารวม 20 เครื่อง เพื่อใช้ดูแลป้องกันไฟป่าในช่วงฤดูแล้ง ผ่านมูลนิธิป่าชุมชน โดยกรมป่าไม้ได้นําส่งมอบต่อให้คณะกรรมป่าชุมชนทั้ง 11 ป่าชุมชนของ 9 จังหวัด

นอกจากนั้นยังได้จัดกิจกรรมส่งมอบและการอบรมให้ความรู้เรื่องการป้องกันและเทคนิคการดับไฟป่า พร้อมทั้งสาธิตการใช้เครื่องดับไฟ เพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องมือและกระบวนการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยหน่วยป้องกันรักษาป่า สพ.1 (ด่านช้าง) จ.สุพรรณบุรี

ชุมชนเข้มแข็งปลูก และปกป้อง

“นงรัก งามวิทย์โรจน์” ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาเพื่อสังคมตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า โครงการ Care The Wild “ปลูกป้อง” Plant & Protect ดำเนินงานมาเกือบจะเข้าปีที่ 5 มีการปลูกต้นไม้บนพื้นที่ 11 ป่าชุมชนใน 9 จังหวัดทั่วประเทศ รวม 377.5 ไร่ และได้รับความสนใจจากภาคธุรกิจเข้าร่วมเป็นพันธมิตรปลูกเพิ่มต่อเนื่อง ในฤดูปลูกของปีนี้ช่วง พ.ค.-ส.ค. 2567 นี้

“นอกจากความร่วมมือในการระดมทุนกับองค์กรพันธมิตรทีมปลูกป้องเพื่อปลูกป่า ที่มากกว่า 81 รายแล้ว เรายังให้ความสําคัญต่อการทําหน้าที่ปกป้องและดูแลไม้ที่ปลูกร่วมกับชุมชนผู้ปลูก ด้วยเป้าหมายต้นไม้ที่ปลูกต้องรอดและเติบโต 100%”

โดย 4-5 ปีที่ผ่านมาเราเห็นความเข้มแข็งของชาวบ้าน และคณะกรรมการป่าชุมชนทุกที่ ในการดูแลต้นไม้ให้เติบโตตามเป้าหมาย ซึ่งทำให้พันธมิตรที่มอบทุนปลูกมีความไว้วางใจ และปลูกป่ากับเราต่อเนื่อง

อุปกรณ์ช่วยดับไฟป่าจำเป็น

“องครักษ์ ฤทธิรุฒม์” ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ กล่าวว่า ป่าชุมชนคือป่าที่ให้ชุมชนเข้ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ จัดการฟื้นฟูให้มีความอุดมสมบูรณ์ และใช้ทรัพยากรจากป่าได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

อุปกรณ์ช่วยดับไฟป่าถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างมาก ขอขอบคุณตลาดหลักทรัพย์ฯที่ได้มอบอุปกรณ์เพื่อไปใช้ในการทำแนวกันไฟ ดับไฟป่า หรือการจัดการเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามเข้าไปในพื้นที่เปราะบางได้อย่างทันท่วงที

โดยได้มอบให้ 11 ป่าชุมชน ได้แก่ ป่าชุมชนบ้านชัฎหนองยาว อ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี, ป่าชุมชนบ้านเขาหัวคน อ.เมือง จ.ราชบุรี, ป่าชุมชนบ้านหนองทิศสอน อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม, ป่าชุมชนบ้านพุตูม อ.บ้านลาด จ.เพชรบุรี, ป่าชุมชนบ้านใหม่ อ.เมือง จ.เชียงราย, ป่าชุมชนบ้านนาหวาย อ.นาหมื่น จ.น่าน, ป่าชุมชนบ้านอ้อย-บ้านบุญเริง อ.ร้องกวาง จ.แพร่ (ม่อนแม่ถาง), ป่าชุมชนบ้านโคกพลวง อ.จักราช จ.นครราชสีมา, ป่าชุมชนตําบลสหกรณ์นิคม อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี, ป่าชุมชนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี และป่าชุมชนบ้านหนองปลิง อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี

ปกป้องป่า และป้องกันไฟป่า

“ประทีป เอกฉันท์” นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 10 (ราชบุรี) กรมป่าไม้ และเป็นผู้ดูแล 3 ป่าใน จ.กาญจนบุรี ภายใต้โครงการCare The Wild “ปลูกป้อง” กล่าวว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีป่าที่เข้าร่วมโครงการ 3 ป่า คือ ป่าชุมชนตําบลสหกรณ์นิคม ป่าชุมชนบ้านหลังเขา และป่าชุมชนบ้านหนองปลิง โดยดำเนินการปลูกต้นไม้แบบอินเทนซีฟที่มีความประณีต และที่ผ่านมาก็ได้รับการสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์ฯเป็นอย่างดี

“นอกจากการปลูกป่าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ การปกป้องป่า และการป้องกันไฟป่า ซึ่งจังหวัดกาญจนบุรีมีพื้นที่ป่าประมาณ 60-70% ของพื้นที่จังหวัด และมีสภาพป่าหลากหลาย โดยเฉพาะพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ในฤดูแล้งจะมีใบไม้ร่วงลงมาจำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหาไฟป่าค่อนข้างบ่อย เครื่องเป่าลมหรือเป่าใบไม้ที่ขอบคุณตลาดหลักทรัพย์ฯมอบให้จะสามารถช่วยป้องกันไฟป่าได้ โดยการใช้เป่าลมหรือทำแนวกันไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันถ้าเกิดไฟป่าก็สามารถใช้เครื่องนี้ในการดับไฟป่า”

ภัยแล้งอุปสรรคจัดการน้ำ

“พระภูธร ภูริทัตโต” หัวหน้าที่พักสงฆ์ ถ้ำเจริญธรรม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กล่าวว่า ขออนุโมทนาตลาดหลักทรัพย์ฯ ซึ่งปัจจุบันโครงการได้เดินทางมาถูกจุดและถูกทางแล้ว จากนี้ไปจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในการสร้างป่า ที่ผ่านมาปัญหาหลัก ๆ ของป่าชุมชนบ้านหลังเขาคือ ภัยแล้ง แต่หลังจากที่ได้ทำบ่อน้ำโดยมีตลาดหลักทรัพย์ฯเข้ามาช่วย อัตราการตายของต้นไม้ลดน้อยลง นอกจากนั้น ปัจจัยสำคัญคือ ทีมงานจิตอาสาดูแลป่า ที่ทำให้ป่าเป็นรูปเป็นร่างและเป็นรูปธรรม และหวังว่าต่อไปจะมีแนวร่วมมาร่วมปลูกป่ากับตลาดหลักทรัพย์ฯเพิ่มอีก

“ธนกรณ์ รุ่งเรือง” ประธานป่าชุมชนบ้านหลังเขา อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กล่าวเสริมว่า เมื่อก่อนป่าชุมชนบ้านหลังเขามีสภาพเป็นป่าเสื่อมโทรม แต่เราได้รับโอกาสจากตลาดหลักทรัพย์ฯ และบริษัท แอสเซทไวส์ จํากัด (มหาชน) ส่งเสริมให้เราปลูกป่าและนำเงินทุนมาสนับสนุนในการปลูกป่าเพื่อให้ป่าที่เราปลูกนั้นได้ผลเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันเรามีถังเก็บกักน้ำที่ได้รับความช่วยเหลือจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อทำระบบน้ำหยดไปยังต้นกล้าในบริเวณพื้นที่ป่าที่เราดูแล จึงทำให้เราจัดการได้ง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพ

ป่าดูดซับก๊าซคาร์บอน

“ถนัดสม นุกูล” ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการจัดการป่าชุมชน กรมป่าไม้ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องโลกร้อนส่งผลให้ภูมิอากาศแบบแปรปรวนและมีผลกระทบอย่างมากต่อความสมดุลของธรรมชาติ ซึ่งการปลูกต้นไม้หนึ่งต้นสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้เฉลี่ย 9-15 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี และช่วยลดอุณหภูมิรอบพื้นที่ปลูกต้นไม้ได้ 2-4 องศาเซียลเซียส

“สำหรับโครงการ ‘Care The Wild ‘ปลูกป้อง” Plant & Protect’ ได้เชื่อมโยงภาคธุรกิจมาร่วมกันปลูกต้นไม้และปกป้องป่า และนำไปสู่การจัดการป่าไม้ระหว่างรัฐร่วมกับชุมชน และช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน สอดคล้องกับหลัก BCG ของประเทศ ส่งผลให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าได้อย่างยั่งยืน”

องค์กรผู้สนใจสามารถร่วมสร้างสมดุลระบบนิเวศจากต้นทาง เพื่อลดภาวะโลกร้อนและเป็นแหล่งอาหารชุมชนอย่างยั่งยืน องค์กรที่สนใจร่วมปลูกไม้ให้ได้ป่า ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ww.setsocialimpact.com หรือ SET Contact Center 0-2009-9999

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Care the Wild ตลท. ป้องกันไฟป่า