เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

สกิลการจัดการ กุญแจสำคัญพัฒนาธุรกิจ พ้นวิกฤตสู่ความยั่งยืน

05 ม.ค. 2565 | 14:59น.

ซีเอ็มเอ็มยูชี้สกิล “การจัดการ” อาวุธติดองค์กร ทางรอดพ้นวิกฤต แชร์ 3 บทเรียนการจัดการ พัฒนาสังคมและธุรกิจสู่ความยั่งยืน

วันที่ 5 มกราคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล หรือซีเอ็มเอ็มยู (CMMU) เผย 3 แนวทางการจัดการที่จำเป็น โดยได้แนวคิดมาจาก 6 กูรูในวงการธุรกิจด้านต่าง ๆ ที่มาแชร์ประสบการณ์ผ่านกิจกรรม CMMU Management Talk: Building Resilience in Times of Change ถ่ายทอดแนวคิด ‘Resilience ล้มแล้วลุกให้เร็ว’ เพื่อร่วมส่งต่อองค์ความรู้พัฒนาสังคมและธุรกิจสู่ความยั่งยืนรับโลกหลังยุคโควิด-19

รศ. ดร.วิชิตา รักธรรม คณบดีวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ตลอดเวลา 25 ปี ซีเอ็มเอ็มยูเป็นสถาบันการศึกษาที่มีการเปลี่ยนแปลง เติบโต และปรับตัวด้วยความกระตือรือร้นอยู่เสมอ เพื่อให้เข้ากับโลกปัจจุบัน โดยซีเอ็มเอ็มยูพร้อมด้วยคณาจารย์ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมีเป้าหมายร่วมกันคือ การทำให้ซีเอ็มเอ็มยูเติบโตอย่างยั่งยืนและเป็นสถาบันการศึกษาทางด้านการบริหารจัดการที่เป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา สังคม และโลก

ก้าวใหม่ปีที่ 25 ซีเอ็มเอ็มยูจะตอกย้ำวิสัยทัศน์ Wisdom of the Land in Management Education มุ่งมั่นผลิตบุคลากรที่มีศักยภาพสูงเพื่อธุรกิจยุคใหม่ ให้สามารถก้าวสู่การเป็นนักธุรกิจ ผู้ประกอบการ หรือทีมบริหารในองค์กรชั้นนำทั่วโลก พร้อมเป็นบุคลากรคุณภาพที่ดี พัฒนาสังคมได้จริง

รศ. ดร.วิชิตา รักธรรม

“ที่ผ่านมาเราได้ร่วมกับเครือข่ายพาร์ตเนอร์ชั้นนำทั่วโลกในอุตสาหกรรมภาคธุรกิจต่าง ๆ จัดทำกิจกรรม CMMU Management Talk: Building Resilience in Times of Change ถ่ายทอดองค์ความรู้ ถอดรหัสบทเรียนการจัดการ ประสบการณ์ ความท้าทาย และวิสัยทัศน์ของผู้บริหารต่าง ๆ ในหัวข้อที่แตกต่างกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ การสร้าง การพัฒนา และการมอบองค์ความรู้คืนสู่สังคม”

โดยผลลัพธ์จากการจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นเครื่องยืนยันว่า ทักษะการจัดการคือแก่นสำคัญของการพัฒนาธุรกิจให้รอดพ้นวิกฤตต่าง ๆ พร้อมทั้งพัฒนาสังคมได้อย่างยั่งยืน ซึ่งสะท้อนผ่าน 3 บทเรียน ดังนี้

คนรุ่นใหม่-รุ่นเก่า

การจัดการความแตกต่างระหว่างคน 2 วัยให้แมตช์กับงาน สู่การทำงานแบบไร้รอยต่อ องค์กรจะต้องมีวิสัยทัศน์ในการปรับแต่ง (customize) การบริหารจัดการเนื้องานให้สอดคล้องกับความชำนาญ ความสามารถของทีมงานแต่ละส่วน พร้อมผลักดัน สนับสนุนสิ่งเหล่านั้นให้ยังเดินหน้าต่อไป

“เพราะถ้าไปบอกคนรุ่นเก่าให้ปรับตัวเหมือนคนรุ่นใหม่ ก็อาจไม่แฟร์นัก หรือกรณีถ้าเป็นองค์กรขนาดใหญ่องค์กรเดียว แล้วผู้บริหารอัดหลายสิ่งเข้าไปที่เดียวกัน แล้วบอกทุกคนต้องเปลี่ยน คำถามคือใครจะเปลี่ยนไปหาใคร และจะส่งผลให้คนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่าถอดใจพร้อมเกิดความขัดแย้งในช่องว่างระหว่างวัยขึ้น”

ทำองค์กรให้เกิดนวัตกรรม

องค์กรจะต้องระดมทีมคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตต่อเนื่อง ผ่านการบริหารจัดการใน 3 คีย์ดังนี้

  1. ช่างสังเกต มองเห็นถึงปัญหาพร้อมวิเคราะห์แนวทางแก้ไขที่รวดเร็ว เพื่อลดข้อผิดพลาดในอนาคต
  2. มีหลักทำงานแบบสตาร์ตอัพ เพราะธรรมชาติของธุรกิจสตาร์ตอัพมีความเร็ว ความกล้า แก้ไขปัญหาได้ตามเป้าที่ชัดเจน อีกทั้งยังยืดหยุ่นสูง
  3. อินไซต์ความต้องการลูกค้า ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรขนาดใหญ่จะต้องรู้จักนำทีมในการพูดคุยร่วมกับลูกค้าเพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ ขณะเดียวกันก็ต้องให้อิสระแก่ทีมในการสร้างผลงานต้นแบบ (prototype)

สื่อสารมวลชน ต้องน่าเชื่อถือ-สร้างสรรค์

การสื่อสารที่น่าเชื่อถือ-สร้างสรรค์สู่การขยายชุมชนที่ยั่งยืน องค์กรสื่อสารมวลชนมีการปรับตัวและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น หากจะคงไว้ซึ่งองค์กรที่อยู่คู่สังคมแบบยั่งยืนได้จะต้องมี 2 ปัจจัยสำคัญในการบริหารองค์กร ดังนี้

1. ต้องไม่บิดเบือนความน่าเชื่อถือ แม้โลกปัจจุบันจะมีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นให้คนเสพ เช่น Metaverse แต่ความน่าเชื่อถือและจรรยาบรรณคือกระดูกสันหลังของสื่อสารมวลชนที่ต้องคงไว้ เพราะถ้าเปลี่ยนเมื่อไหร่ตายทันที

2. ต้องปรับการสื่อสารที่สร้างสรรค์ ต้องปรับตัวให้ทันโลกตลอดเวลา ห้ามหยุดนิ่ง ทั้งรูปแบบการนำเสนอ วิธีการต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนให้สื่อรวมถึงองค์กรเป็น audience centric city เพราะผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางที่ทำให้เกิดการคิด การพัฒนา การออกแบบสินค้า และป้องกันความเสี่ยง

“สื่อหรือองค์กรในปัจจุบันควรชี้ให้ชัดว่าจะเจาะกลุ่มใด อยากจะสื่อสารกับใคร เพราะการวัดกลุ่มผู้บริโภคโดยใช้ปัจจัย เช่น ช่วงวัย รายได้ อาจจะทำให้พลาดข้อมูลสำคัญอย่างละเอียดและทำให้ไม่เข้าใจผู้บริโภคมากพอ ซึ่งปัจจุบันคำว่า community หรือชุมชน เหมาะยิ่งสำหรับคนยุคใหม่

ยกตัวอย่าง คนวัย 70 ปี และคนวัย 17 ปี ถ้าดูภายนอกทั้งคู่มีความแตกต่างมาก แต่สนใจธุรกิจเรื่องเทคโนโลยีบล็อกเชนทั้งคู่ ก็มาอยู่ใน community เดียวกัน ดังนั้น สื่อหรือองค์กร ควรสร้างและขยายชุมชนตนเองให้มาก เพื่อตอบรับต่อความต้องการและมีประโยชน์ด้วยต่อผู้บริโภค”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การบริหารจัดการ