เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิรมล เมธีสุวกุล ‘ทุ่งแสงตะวัน’ สื่อคุณภาพอยู่คู่คนไทย‘เพราะเด็กทุกคนคือเพชรเม็ดงาม’
Biz Movement นิรมล เมธีสุวกุล ‘ทุ่งแสงตะวัน’ สื่อคุณภาพอยู่คู่คนไทย‘เพราะเด็กทุกคนคือเพชรเม็ดงาม’
ท่องเที่ยวดัน ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ หนุนเที่ยวในประเทศ
Economic ท่องเที่ยวดัน ‘ไทยเที่ยวไทย พลัส’ หนุนเที่ยวในประเทศ
เริ่มแล้ว! ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เช็กขั้นตอนที่นี่
News เริ่มแล้ว! ตรวจประวัติอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ www.crd.go.th เช็กขั้นตอนที่นี่
‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘อาร์เจนตินา’ แข้งต่อแข้งผ่าน 4 มิติสะท้อนชีวิต – สังคม – เศรษฐกิจ
Economic ‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘อาร์เจนตินา’ แข้งต่อแข้งผ่าน 4 มิติสะท้อนชีวิต – สังคม – เศรษฐกิจ
ราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ก.ค. 69) พุ่งขึ้น 350 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,000 บาท
อนุทิน แถลงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันทำตามข้อเท็จจริง-รวดเร็ว ‘ไม่มีมวยล้มต้มคนดู’
Politics อนุทิน แถลงทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ยันทำตามข้อเท็จจริง-รวดเร็ว ‘ไม่มีมวยล้มต้มคนดู’
สนามบินเชียงใหม่ ลุยลอกท่อ 1.5 กม. สกัดน้ำท่วม
Biz Movement สนามบินเชียงใหม่ ลุยลอกท่อ 1.5 กม. สกัดน้ำท่วม
แกะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาตรการใหม่คุมงานรัฐ หักคะแนน-แบล็กลิสต์ผู้ทิ้งงาน
Economic แกะรายละเอียด ‘สมุดพกผู้รับเหมา’ มาตรการใหม่คุมงานรัฐ หักคะแนน-แบล็กลิสต์ผู้ทิ้งงาน
แสนสิริถอดรหัสดีมานด์ต่างชาติ เน้นอยู่ยาว ซื้อเป็นบ้านหลัง 2 จับตาตลาดใหม่ “เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-อาเซียน”
Real Estate แสนสิริถอดรหัสดีมานด์ต่างชาติ เน้นอยู่ยาว ซื้อเป็นบ้านหลัง 2 จับตาตลาดใหม่ “เอเชียใต้-ตะวันออกกลาง-อาเซียน”
กลุ่มเซ็นทรัลจัดใหญ่ “จริงใจ มาหา…นคร” ปี 13 ชูโมเดลรักษ์โลก
SD กลุ่มเซ็นทรัลจัดใหญ่ “จริงใจ มาหา…นคร” ปี 13 ชูโมเดลรักษ์โลก
ดูทั้งหมด

สูตร ‘หวง’ คัดคนเข้าทำงาน

27 พ.ค. 2569 | 15:28น.

เจนเซ่น หวง ประกาศชัดไม่จ้างคนใช้ AI ไม่เป็น ชี้ความรู้กลายเป็นของโหล แต่ “ความเป็นมนุษย์” ต่างหากคือพลังเหนือมนุษย์

“ถ้าให้เลือกจ้างเด็กจบใหม่สองคน คนหนึ่งใช้ AI ไม่เป็นเลย กับอีกคนที่เป็น Expert… ผมเลือกจ้างคนใช้ AI เป็นแน่นอน” นี่คือคำประกาศกร้าวของ เจนเซ่น หวง ซีอีโอ NVIDIA ที่ให้สัมภาษณ์ในรายการพอดแคสต์ Lex Fridman Podcast #494 ความยาว 2 ชั่วโมงกว่า กระแทกแวดวงการศึกษาและตลาดแรงงานทั่วโลก เพราะออกมาฉีกตำราการรับคนเข้าทำงานแบบยุคเก่า เตือนยุคนี้แค่จบตรงสายอย่างเดียวไม่รอด ถ้าอยากมีที่ยืนในสมรภูมิแรงงาน คุณต้องเป็น “Expert ด้าน AI” เท่านั้น

สูตรหวงคัดคน

“ผมคิดว่าเด็กมหาลัยทุกคนที่เรียนจบยุคนี้ ควรจะใช้ AI ให้เก่งไปเลย และครูทุกคนก็ควรจะเชียร์ให้เด็กหันมาใช้เทคโนโลยีนี้ด้วย

คิดดูง่ายๆ ใครที่ปฏิเสธไม่ยอมเรียนรู้วิธีใช้ AI ในตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ปฏิเสธไม่ยอมใช้คอมพิวเตอร์หรือหัดใช้ Excel ในอดีตนั่นแหละ ซึ่งสุดท้ายแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี

ถ้าวันนี้ผมต้องจ้างเด็กจบใหม่สักคน แล้วมีตัวเลือกอยู่สองคนตรงหน้า คนหนึ่งไม่รู้อะไรเกี่ยวกับ AI เลย กับอีกคนที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในการใช้ AI… แน่นอนครับว่าผมเลือกจ้างคนที่ใช้ AI เป็น

และไม่ใช่แค่เด็กสายเทคนะ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักบัญชี นักการตลาด ทำงานสายซัพพลายเชน ดูแลลูกค้า เป็นพนักงานขาย ทำฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หรือแม้กระทั่งเป็นทนายความ… ถ้าคุณเก่งเรื่องการดึง AI มาใช้ในงานเมื่อไหร่ ผมเลือกจ้างคุณทันทีครับ”

สำหรับใครที่กำลังวิตกว่า AI จะมาแย่งงาน หวงได้เสนอแนวคิดในการแยกย่อยปัญหา ดึงสติคนทำงาน ไว้ว่ามนุษย์เรามักจะสับสนระหว่างสองสิ่งนี้:

  • วัตถุประสงค์ของงาน (Purpose): เป้าหมายสูงสุดว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร มีคุณค่าอย่างไรต่อสังคม

  • งานย่อยที่ต้องทำ (Tasks & Tools): กระบวนการ เครื่องมือ หรือขั้นตอนย่อย ๆ ในการบรรลุเป้าหมายนั้น

เจนเซ่นให้ลองนึกย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ วงการแพทย์เคยเจอพายุลูกใหญ่ เมื่อเหล่านักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และนักวิจัย AI ต่างพากันฟันธงเป็นเสียงเดียวกันว่า อาชีพ ‘รังสีแพทย์’ (Radiologist) กำลังจะสูญพันธุ์อย่างแน่นอน

เหตุผลตอนนั้นฟังดูน่ากลัวมาก เพราะเทคโนโลยี Computer Vision (ระบบคอมพิวเตอร์วิทัศน์) พัฒนาแบบก้าวกระโดดจนเข้าขั้นเหนือมนุษย์ มันสามารถสแกนและอ่านฟิล์มเอกซเรย์ได้แม่นยำ รวดเร็ว และไม่มีวันเหนื่อยล้าเหมือนตาคน

คำทำนายนั้น ‘ถูกครึ่งเดียว’

ในแง่ของเทคโนโลยี… ใช่เลยครับ ทุกวันนี้แพลตฟอร์มการแพทย์ระดับโลกล้วนขับเคลื่อนด้วย AI ทั้งสิ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ารังสีแพทย์จะตกงานหายไปจากโรงพยาบาล สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ “การเปลี่ยนผ่าน” ต่างหาก

แทนที่ AI จะมาแทนที่หมอ มันกลับกลายมาเป็น คู่หู ที่ช่วยตัดทาสก์งานซ้ำๆ และช่วยคัดกรองความผิดปกติอย่างรวดเร็วขึ้น ทำให้แพทย์มีเวลาไปวิเคราะห์เคสที่ซับซ้อนและดูแลคนไข้ได้ดีกว่าเดิม เรื่องนี้จึงเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดีว่า AI ไม่ได้มาแย่งงานคน แต่มาดิสรัปต์ให้คนที่ปรับตัว… เก่งขึ้นและทำงานได้ทรงประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิมต่างหาก

แล้วใครจะไปคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบันกลับ สวนทาง คำทำนายในอดีต เพราะแทนที่รังสีแพทย์จะตกงาน จำนวนความต้องการรังสีแพทย์ทั่วโลกตอนนี้กลับ เติบโตขึ้นเรื่อยๆ ตลกร้ายกว่านั้นคือ โลกเรากำลังเผชิญกับ ภาวะขาดแคลนรังสีแพทย์ อย่างหนักด้วยซ้ำ

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น?

หวงอธิบายว่า เพราะวัตถุประสงค์ของรังสีแพทย์คือ การวินิจฉัยโรคเพื่อช่วยเหลือคนไข้และช่วยแพทย์ในการรักษา ไม่ใช่แค่การนั่งจ้องแผ่นฟิล์มสแกน เมื่อมี AI เข้ามาช่วยรับหน้าที่ในส่วนงานย่อย (Tasks) ที่ต้องใช้เวลาอ่านสแกนนาน ๆ ทำให้รังสีแพทย์สามารถวิเคราะห์ผลได้เร็วขึ้น วินิจฉัยได้แม่นยำขึ้น โรงพยาบาลสามารถรับคนไข้ได้มากขึ้น เมื่อคนไข้เข้ารับการรักษาได้เร็วขึ้น โรงพยาบาลก็เติบโต และความต้องการรังสีแพทย์ที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงข้อมูลและตัดสินใจเพื่อชีวิตคนไข้ก็ยิ่งเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

เช่นเดียวกับที่ NVIDIA ยืนยันว่า จำนวนวิศวกรซอฟต์แวร์ ในบริษัทของเขาจะเพิ่มขึ้น ไม่ใช่ลดลง เพราะวัตถุประสงค์ของวิศวกรคือ “การแก้ปัญหาและการสร้างนวัตกรรม” ส่วนการเขียนโค้ดเป็นเพียงงานย่อย

“ผมไม่เคยสนใจหรอกว่าวิศวกรของผมจะเขียนโค้ดกี่บรรทัด สิ่งที่ผมต้องการคือให้พวกเขาแก้ปัญหาและทำงานร่วมกันเป็นทีม”

สูตรคน คือ สูตรคอม

หนึ่งในทัศนะที่น่าสนใจ คือการเปลี่ยนผ่านของนิยามคำว่า ‘Coding’ เขามองว่าในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้ การเขียนโค้ดจะไม่ใช่การมานั่งจำไวยากรณ์ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อนอย่าง C++, Python หรือ Java อีกต่อไป แต่มันคือ “การระบุรายละเอียดและข้อกำหนดเฉพาะ” (Specification) ผ่านภาษาธรรมชาติ (Natural Language) อย่างภาษาอังกฤษ ภาษาไทย ที่เราใช้พูดคุยกันทุกวันนี้

เมื่อมนุษย์สามารถสั่งการคอมพิวเตอร์ได้โดยตรงผ่านคำพูดหรือข้อความ นั่นหมายความว่าขอบเขตของคนที่สามารถ ‘เขียนโค้ด’ ได้ กำลังจะขยายตัวอย่างมหาศาล

“จากเดิมที่มีโปรแกรมเมอร์ในโลกอยู่ราว ๆ 30 ล้านคน ตัวเลขนี้กำลังจะพุ่งทะยานไปสู่ 1 พันล้านคนในพริบตา และเมื่อนั้น ทุกอาชีพจะได้รับการยกระดับขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน

ต่อให้จะเป็นนักบัญชี, นักการตลาด, ฝ่ายซัพพลายเชน, ฝ่ายบริการลูกค้า, พนักงานขาย, ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ หรือแม้แต่ทนายความ… ถ้าพวกเขาเชี่ยวชาญการใช้ AI ผมก็เลือกจ้างคนคนนั้น

ดังนั้นผมจึงอยากแนะนำให้หมอ พยาบาล ครู และทุกคน ช่วยกันสนับสนุนให้เหล่านักเรียนนักศึกษาหันมาใช้ AI เด็กมหาลัยทุกคนควรจะเรียนจบออกมาพร้อมกับความเชี่ยวชาญด้าน AI

และสำหรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นช่างไม้ ช่างไฟ ลองไปใช้ AI ดูครับ ไปดูว่ามันจะเข้ามาพลิกโฉมและยกระดับงานที่คุณทำอยู่ตอนนี้ได้อย่างไรบ้าง

ถ้าผมเป็นเกษตรกรผมก็ย่อมใช้ AI ถ้าผมเป็นเภสัชกรผมก็ต้องใช้ AI ผมอยากรู้ว่ามันจะช่วยยกระดับงานของผมได้อย่างไร เพื่อที่ผมจะได้กลายเป็นนวัตกรผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมนั้นด้วยตัวเอง นั่นคือสิ่งแรกที่ผมจะทำครับ

และแน่นอนว่า เทคโนโลยีนี้จะเข้ามาแทนที่และทำให้ ‘บางทาสก์งาน’ (Tasks) หายไป เพราะมันจะถูกเปลี่ยนให้เป็นระบบอัตโนมัติ ดังนั้น ถ้างานที่คุณทำอยู่… มันมีอยู่เพื่อแค่ทำทาสก์งานซ้ำๆ เหล่านั้น คุณโดนดิสรัปต์อย่างหนักแน่นอน แต่ถ้าวัดกันที่เป้าหมายของงาน (Purpose) โดยที่ตัวคุณต้องทำทาสก์งานบางอย่างเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น มันจึงสำคัญมากที่คุณต้องไปเรียนรู้วิธีใช้ AI เพื่อเอามาจัดการงานรูทีนเหล่านั้นซะ…”

สูตรบรีฟงาน คือ ยิ่งหลวม ยิ่งล้ำ

หวง คือ ซีอีโอสายเทคที่ครองตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลกกว่า 34 ปี เขามีไม้ตายในการบริหารที่เรียกว่า “วิชาเว้นวรรคให้ความคิด”

เวลาที่ต้องวางกลยุทธ์องค์กรหรือสั่งงานทีมวิศวกร เจนเซนจะอธิบายเป้าหมายให้ชัดเจนพอที่จะเห็นทิศทางว่าต้องเดินไปทางไหน แต่เขาจะ ‘จงใจ’ ไม่ลงรายละเอียดทั้งหมด

เหตุผลก็เพื่อเหลือพื้นที่ว่างให้พนักงานระดับหัวกะทิกว่า 43,000 คนของ NVIDIA ได้ระเบิดความคิดสร้างสรรค์ ความเชี่ยวชาญ และจินตนาการของตัวเองออกมาได้อย่างเต็มที่ ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้กลับมา… มักจะเจ๋งและล้ำยิ่งกว่าสิ่งที่ตัวซีอีโอจินตนาการไว้ในตอนแรกเสมอ

สูตรความเป็นมนุษย์

ปัญญาเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ แต่ ‘ความเป็นมนุษย์’ คือพลังเหนือมนุษย์

ในช่วงท้ายของการสนทนา เล็กซ์ ฟริดแมน ชวนคุยในมุมปรัชญาแบบลึกๆ ว่า “มีอะไรบ้างที่ชิปคอมพิวเตอร์สุดเทพของ NVIDIA ไม่มีวันเลียนแบบมนุษย์ได้?”

หวง ชี้ว่ามันเรียบง่ายแต่ทรงพลังมาก เพราะชิปคอมพิวเตอร์ไม่มีวัน “รู้สึกประหม่า วิตกกังวล หรือตื่นเต้น” ได้แบบเรา

ต่อให้คุณป้อนข้อมูลเดียวกันให้คอมพิวเตอร์สองเครื่อง แล้วมันคำนวณผลลัพธ์ออกมาต่างกันในทางสถิติ แต่นั่นก็เป็นแค่เรื่องของตัวเลข… ไม่ได้เกิดจาก “ความรู้สึกที่มาจากข้างในใจ” เหมือนมนุษย์เลยสักนิด

สิ่งที่หวง อยากฝากเป็นข้อคิดเตือนใจเด็กจบใหม่ทุกคนก็คือ

“เลิกหมกมุ่นและเลิกเทิดทูนคำว่า ‘ความฉลาด’ (Intelligence) กันเกินเหตุได้แล้ว”

ในยุคที่ AI กำลังจะทำให้ความรู้และการคำนวณกลายเป็นของราคาถูกที่ใครๆ ก็เข้าถึงได้ สิ่งที่มนุษย์ควรหันมาให้คุณค่าและอัปเกรดให้มากที่สุดไม่ใช่ความฉลาดทางวิชาการ แต่คือ “ความเป็นมนุษย์” ทั้งความเห็นอกเห็นใจ ความเอื้อเฟื้อ และอุปนิสัยที่ดี

เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหากคือ “พลังเหนือมนุษย์” ที่ไม่มีปัญญาประดิษฐ์หน้าไหนจะมาแย่งชิงไปจากเราได้

“สำหรับผม ปัญญาไม่ใช่คำลึกลับ และมันไม่ใช่คำที่มีค่าเท่ากับคำว่ามนุษยชาติ ปัญญาเป็นเพียงสินค้าโภคภัณฑ์ตัวหนึ่งเท่านั้น

ใน NVIDIA ผมถูกรายล้อมไปด้วยคนฉลาดกว่าผมตั้งเยอะ พวกเขาจบโรงเรียนดีกว่า ลึกซึ้งกว่าผมในทุกสาขา แต่ผมซึ่งเคยเป็นอดีตคนล้างจานกลับนั่งอยู่ตรงกลางเพื่อประสานงานพวกยอดมนุษย์ทั้ง 60 คนนี้ได้”

แท็กที่เกี่ยวข้อง

AI เจนเซ่น หวง