เขย่าแผนเปิดประเทศ 5 จังหวัดโรคระบาดพุ่ง

เขย่าแผนเปิดประเทศ 120 วัน 10 จังหวัดนำร่อง โฟกัสพื้นที่ “island approach-sealed routes” ทุ่มบูม “ภูเก็ตแซนด์บอกซ์” เป็นเซ็นเตอร์เชื่อมต่อเส้นทางซีลรูต 7+7 สู่สมุย-กระบี่-พังงา 1 ส.ค.นี้

ดัน “แซนด์บอกซ์ เอ็กซ์เพรส” ขนนักท่องเที่ยวครบ 14 วันเข้ากรุงเทพฯ แก้โจทย์ 5 จังหวัดนำร่อง “กรุงเทพฯ-ชลบุรี-ประจวบฯ-เพชรบุรี-บุรีรัมย์” อาจหลุดโผเปิดไม่ทัน 1 ตุลาคมตามแผน ยัน “เชียงใหม่-ลำพูน” เป้าหมายต่อไป

แหล่งข่าวในธุรกิจท่องเที่ยว เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้รัฐบาลมีคำสั่งให้ทุกส่วนที่เกี่ยวข้องกับการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวทำการปรับแผนใหม่ ไม่ต้องเดินตามแผนเดิมที่กำหนดพื้นที่นำร่องไว้ 10 จังหวัดที่ประกาศไปแล้ว

ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (สมุย พะงัน เกาะเต่า) กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์) พังงา (เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เขาหลัก) เชียงใหม่ (แม่ริม แม่แตง ดอยสะเก็ด) ชลบุรี (พัทยา สัตหีบ) เพชรบุรี (ชะอำ) ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) กรุงเทพฯ และบุรีรัมย์

โดยให้มุ่งโฟกัสพื้นที่ที่เป็นเกาะ หรือ island approach เนื่องจากสามารถควบคุมการเข้าออกของนักท่องเที่ยว คนในพื้นที่ได้ รวมถึงเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงในรูปแบบซีลรูต (sealed routes) ใน 4 พื้นที่หลัก ได้แก่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี (สมุย พะงัน เกาะเต่า)

กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์) และพังงา (เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เขาหลัก)พร้อมยกระดับให้ภูเก็ตแซนด์บอกซ์เป็นเซ็นเตอร์และเชื่อมต่อเส้นทางซีลรูตไปยังพื้นที่อีก 3 จังหวัดใกล้เคียงดังกล่าว ส่วนจังหวัดอื่น ๆ อีก 5-6 จังหวัดที่อยู่ในแผนนั้นให้ชะลอไว้ก่อน เนื่องจากการแพร่ระบาดภายในประเทศยังรุนแรงต่อเนื่อง

สอดคล้องกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากการหารือร่วมกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

และรัฐบาลยังคงสนับสนุนให้เดินหน้าเปิดประเทศตามนโยบาย ย้ำให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯทำแผนไม่ต้องยึดตามแผน 10 จังหวัด จึงเตรียมศึกษาความเป็นไปได้ของพื้นที่ในโซนภาคตะวันออก เช่น เกาะช้าง เกาะกูด เกาะเสม็ด และพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดจันทบุรี ระยอง ตราด เป็นต้น

นายพิพัฒน์กล่าวด้วยว่า ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้กระทรวงการท่องเที่ยวฯมีแผนเปิดเส้นทางซีลรูตอีก 2 พื้นที่ โดยใช้ภูเก็ตเป็นศูนย์กลาง คือ กระบี่ (เกาะพีพี เกาะไหง ไร่เลย์)

และพังงา (เกาะยาวใหญ่ เกาะยาวน้อย เขาหลัก)ซึ่งล่าสุดที่ประชุม ศบศ.เมื่อ 22 กรกฎาคมที่ผ่านมาได้พิจารณาเห็นชอบลดวันอยู่ภูเก็ตจาก 14 วัน เหลือ 7 วัน ที่เหลืออีก 7 วันนักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยวในเส้นทางซีลรูต 3 เส้นทาง

คือ ภูเก็ต-สมุย(สมุยพลัส) ภูเก็ต-กระบี่ และภูเก็ต-พังงา หรือที่เรียกว่า มาตรการ 7+7 ตามที่ทางกระทรวงนำเสนอไปเรียบร้อยแล้ว

นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้ภูเก็ตเพิ่มบริการใหม่ “Sandbox Express Bus”

สำหรับให้บริการขนส่งนักท่องเที่ยวที่อยู่ภูเก็ตครบ 14 วัน และต้องการเดินทางเข้ากรุงเทพฯเพื่อเดินทางต่อไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ต่อไป

เนื่องจากสายการบินหยุดให้บริการเส้นทางภูเก็ต-กรุงเทพฯ รวมทั้งช่วยกระจายนักท่องเที่ยว กระจายรายได้จากภูเก็ตไปสู่จังหวัดท่องเที่ยวอื่น ๆ อาทิ กรุงเทพฯ พัทยา (ชลบุรี) หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์)

ชะอำ (เพชรบุรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวต่างชาติแต่ยังไม่พร้อมเปิดเมืองตามแผน 1 ตุลาคมนี้


นายธเนศ ศุภรสหัสรังสี รักษาการประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดชลบุรี และที่ปรึกษาสมาคมโรงแรมไทยภาคตะวันออก หนึ่งในผู้ผลักดันเปิดเมืองพัทยารับนักท่องเที่ยวต่างชาติ

ภายใต้โครงการ “พัทยามูฟออน” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า แต่คณะทำงานของทีมพัทยายังคงเดินหน้าทำ SOP หรือ standard operating procedure ในรูปแบบซีลรูตของ 2 พื้นที่ คือ อำเภอบางละมุง และสัตหีบ ต่อไปตามแผนที่วางไว้

“ภาคเอกชนเราพร้อมเต็มที่ เพราะเดิมเราวางแผนทดลองเปิดสิงหาคม-กันยายน เพื่อเตรียมรับนักท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงตุลาคม-พฤศจิกายน” นายธเนศกล่าว

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯยังกล่าวเพิ่มเติมถึงแผนการเปิดเมืองท่องเที่ยวแห่งใหม่ว่า จะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ 3 อำเภอ คือ แม่ริม แม่แตง และดอยสะเก็ด เชื่อมโยงกับพื้นที่จังหวัดลำพูน

โฟกัสนักท่องเที่ยวเกาหลีกลุ่มที่ชื่นชอบกีฬากอล์ฟที่นิยมเดินทางมาประเทศไทยเพื่อเล่นกอล์ฟในช่วงฤดูหนาว ส่วนบุรีรัมย์นั้นเนื่องจากการแข่งขันโมโตจีพีถูกเลื่อนออกไปก็คงชะลอแผนเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติออกไปด้วย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ